บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
34.25
+0.50 (+1.48%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจาก รายได้รวม 1,142.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงที่สุดรายไตรมาสตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ (All Time High) คิดเป็นการเติบโต 47.9% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศจากทั้งในภูมิภาค เอเชีย ยุโรป และตะวันออกลาง จากการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของการบริโภค
รวมถึง การที่บริษัทยังคงสามารถขยายช่องทางการขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่องทางการขายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีสาขาอยู่ทั่ว ประเทศ (National Chain) รายได้จากการขายต่างประเทศคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 69.7%
การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กําลังการผลิต เพื่อรองรับการปรับฐานใหม่ของตลาดต่างประเทศที่เติบโตอย่างมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7298 out_tok=3254 at=2026-07-26T02:37:22 -->
# SAPPE โชว์รายได้-กำไร All Time High ปี 65 รับแรงส่งตลาดต่างประเทศ
## ยอดขายทะลุ 4.8 พันล้านบาท เติบโต 32% จากการขยายช่องทาง Modern Trade และแคมเปญออนไลน์ ดันกำไรสุทธิพุ่ง 59%
บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ประกาศผลประกอบการปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีรายได้รวม 4,899.5 ล้านบาท เติบโต 32.0% จากปีก่อนหน้า และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 653.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.0% โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง จากการขยายช่องทางการขายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และการทำแคมเปญการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย Gen Z ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAPPE ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายในต่างประเทศ** ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 57.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาส 4/2565 ที่ยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่สำหรับไตรมาสนี้ แม้จะเป็นช่วง Low Season ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ โดยกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในปี 2565 เติบโตถึง 59.0% และในไตรมาส 4/2565 เติบโตถึง 178.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในต่างประเทศมาจากหลายปัจจัยสนับสนุน ได้แก่:
* **การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย:** บริษัทฯ สามารถขยายช่องทางเข้าสู่ Modern Trade ในประเทศฝรั่งเศส และเพิ่มความครอบคลุมในการกระจายสินค้าในหลายประเทศ ทำให้มียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกภูมิภาค
* **การตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย:** ในภูมิภาคเอเชีย บริษัทฯ ได้ทำแคมเปญการตลาดออนไลน์ที่เน้นกลุ่ม Gen Z ผ่าน Loyalty Campaign, แพลตฟอร์ม Metaverse อย่าง Zepeto, การนำเสนอสินค้าผ่านรายการ Reality Show และแคมเปญบนโซเชียลมีเดีย เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้า
* **ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม:** เครื่องดื่มผสมวุ้นมะพร้าวแบรนด์ Mogu Mogu และเครื่องดื่มผสมว่านหางจระเข้ Sappe Aloe Vera Drink เป็นสินค้าหลักที่ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทฯ ส่งออกสินค้าไปกว่า 90 ประเทศทั่วโลก
* **ปัจจัยสนับสนุนจากค่าเงินบาท:** การอ่อนค่าของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ มีส่วนช่วยสนับสนุนรายได้จากการขายในต่างประเทศบางส่วน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์จะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายให้ลดลงมาอยู่ที่ 59.2% ของรายได้จากการขาย (ลดลง 1.5 ppt จากปีก่อน) ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่มีอัตรากำไรสูงกว่าในประเทศ, การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิต, และการบริหารจัดการต้นทุนในกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** จากการที่ฝ่ายจัดการยังคงเล็งเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2566 โดยมีแผนการลงทุนทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดการณ์ว่ารายได้จากการขายในประเทศจะกลับมาเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 จากแผนงานการออกสินค้าใหม่ประมาณ 20 SKUs และการทำตลาดในช่องทาง Online และ e-Commerce ที่บริษัทฯ มองเห็นศักยภาพการเติบโตสูง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 All Time High ที่ 4,899.5 ล้านบาท** เติบโต 32.0% YoY
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ปี 2565 All Time High ที่ 653.2 ล้านบาท** เติบโต 59.0% YoY
* **รายได้จากการขายในไตรมาส 4/2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่** ที่ 1,031.7 ล้านบาท เติบโต 26.0% YoY
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ไตรมาส 4/2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่** ที่ 154.3 ล้านบาท เติบโต 178.7% YoY
* **รายได้จากการขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น 57.2%** จากการขยายช่องทาง Modern Trade และแคมเปญออนไลน์
* **ต้นทุนขายลดลง 1.5 ppt สู่ 59.2%** จากการบริหารจัดการภายในและสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,899.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง จากการขยายช่องทางการขายใน Modern Trade และการทำแคมเปญการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย Gen Z ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับรายได้จากการขายในประเทศอยู่ที่ 1,055.0 ล้านบาท ลดลง 12.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากปัจจัยภายนอกด้านการบริโภคในประเทศยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ประกอบกับข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของโรงงานที่ต้องรองรับการเติบโตในตลาดต่างประเทศ
ต้นทุนขายในปี 2565 อยู่ที่ 59.2% ของรายได้จากการขาย ลดลง 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะเผชิญกับการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่มีอัตรากำไรสูงกว่า, การอ่อนค่าของเงินบาท, การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิต, และการบริหารจัดการต้นทุนในกระบวนการผลิต
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร (ไม่รวมผลกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน) เพิ่มขึ้น 26.7% แต่เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อยอดขายอยู่ที่ 29.9% ลดลงจาก 31.3% ในปีก่อนหน้า จากประสิทธิภาพการใช้งบประมาณที่เพิ่มขึ้น และการคลี่คลายของสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในปี 2565 อยู่ที่ 653.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สำหรับไตรมาสที่ 4 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,089.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.3% YoY และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 154.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178.7% YoY อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้รวมปรับตัวลดลง 19.7% และกำไรสุทธิลดลง 13.4% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงตามฤดูกาลขายสินค้าในช่วงฤดูหนาว
## โอกาส
* **การเติบโตต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศ:** บริษัทฯ ยังคงเล็งเห็นโอกาสการเติบโตในปี 2566 จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการบริโภคสินค้าจากกลุ่มลูกค้าเดิม ด้วยแผนการลงทุนทางการตลาดที่มีอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในกลุ่มลูกค้าใหม่
* **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศ:** คาดการณ์ว่ารายได้จากการขายในประเทศจะกลับมาเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 จากแผนงานการออกสินค้าใหม่ประมาณ 20 SKUs
* **ศักยภาพช่องทาง Online และ e-Commerce:** บริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสการเติบโตระดับสูงในอนาคตจากช่องทาง Online และ e-Commerce
* **การขยายตลาดด้วยสินค้าใหม่:** แผนการออกสินค้าใหม่สำหรับปี 2566 จะช่วยกระตุ้นยอดขายทั้งในและต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลงทุนในโครงการลดต้นทุนการผลิต เช่น โซล่าเซลล์, Machine Learning, และ Automation Process จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** การปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของต้นทุนวัตถุดิบ เช่น เม็ดพลาสติก (PET Resin) และต้นทุนพลังงาน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม:** ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ
* **ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อกำลังซื้อ:** สภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภคอาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย
* **ข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดต่างประเทศอาจสร้างแรงกดดันต่อกำลังการผลิตของโรงงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** การเติบโตจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและยุโรป
* **การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศ:** การออกสินค้าใหม่และกลยุทธ์การตลาดจะสามารถกระตุ้นยอดขายในประเทศให้กลับมาเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **ประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดออนไลน์:** การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และผลลัพธ์ต่อยอดขาย
* **การขยายช่องทางจัดจำหน่ายใหม่:** โอกาสและความท้าทายในการเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** บริษัทฯ รับรู้ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก (PET Resin) ที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน รวมถึงน้ำตาลและวุ้นมะพร้าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนให้ลดลงได้จากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่มีอัตรากำไรสูงกว่า, การอ่อนค่าของเงินบาท, การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิต, และการบริหารจัดการต้นทุนในกระบวนการผลิต
* **Volume:** ยอดขายในต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสินค้า Mogu Mogu และ Sappe Aloe Vera Drink ซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดโลก การเติบโตนี้สะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 40.8% ในปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 39.3% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลง และสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** การขยายช่องทาง Modern Trade ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในฝรั่งเศส และการเพิ่มความครอบคลุมในหลายประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มยอดขาย สำหรับในประเทศ บริษัทฯ จะเน้นช่องทาง Online และ e-Commerce มากขึ้นในปี 2566
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อกสินค้าโดยตรง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การอ่อนค่าของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออกบางส่วน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการส่งออกจากสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เริ่มคลี่คลายลง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไตรมาสที่ 4 ของทุกปีเป็น Low Season สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม แต่ SAPPE ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล งบกระแสเงินสด หรืออัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น D/E Ratio, Net Debt, หรือ Cash Flow จากกิจกรรมต่างๆ โดยตรง
## สรุปท้าย
SAPPE ปิดปี 2565 ด้วยผลประกอบการที่น่าประทับใจ ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในต่างประเทศ** ซึ่งเป็นผลจากการขยายช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม การตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น และกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้รายได้ในประเทศจะยังคงเผชิญความท้าทาย แต่บริษัทฯ มีแผนการออกสินค้าใหม่และกลยุทธ์การตลาดที่ชัดเจนสำหรับปี 2566 ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป โดยสิ่งที่ต้องจับตาคือความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตในตลาดต่างประเทศ และการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนและสภาวะเศรษฐกิจ.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAPPE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,247.87
ล้านบาท
↓ 12.9% YoY
กำไรขั้นต้น
528.46
ล้านบาท
↓ 17.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.35
%
กำไรสุทธิ
121.26
ล้านบาท
↓ 35.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.72
%
D/E Ratio
0.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,248
↓ -12.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
528
↓ -17.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
121
↓ -35.9%
YoY
D/E Ratio
0.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAPPE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.25
ROE (%)
17.79
ROA (%)
16.78
Book Value/หุ้น
14.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAPPE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-227
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-326
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAPPE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-227.46
-54.66%
|
-501.73
-55.07%
|
-1,116.66
+91.52%
|
-583.06
+99.66%
|
-292.03
-154.09%
|
539.91
-10.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-326.36
-30.76%
|
-471.35
-227.40%
|
369.99
+49.92%
|
246.79
-213.97%
|
-216.53
-13.92%
|
-251.55
-35.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
657.97
-4.69%
|
690.36
+35.26%
|
510.41
+86.64%
|
273.47
-23.08%
|
355.53
-228.97%
|
-275.66
+31.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
202.23
-223.57%
|
-163.66
-295.04%
|
83.91
+27.43%
|
65.85
-275.74%
|
-37.47
-395.27%
|
12.69
+40.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
763.16
+37.70%
|
554.20
+85.47%
|
298.81
-21.90%
|
382.61
+96.83%
|
194.39
+6.98%
|
181.70
+5.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
683.14
-10.49%
|
763.16
+37.70%
|
554.20
+85.47%
|
298.81
-21.90%
|
382.61
+96.83%
|
194.39
+6.98%
|