บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
34.25
+0.50 (+1.48%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจาก รายได้รวม 1,142.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงที่สุดรายไตรมาสตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ (All Time High) คิดเป็นการเติบโต 47.9% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศจากทั้งในภูมิภาค เอเชีย ยุโรป และตะวันออกลาง จากการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของการบริโภค
รวมถึง การที่บริษัทยังคงสามารถขยายช่องทางการขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่องทางการขายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีสาขาอยู่ทั่ว ประเทศ (National Chain) รายได้จากการขายต่างประเทศคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 69.7%
การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กําลังการผลิต เพื่อรองรับการปรับฐานใหม่ของตลาดต่างประเทศที่เติบโตอย่างมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6083 out_tok=2687 at=2026-07-26T02:56:21 -->
SAPPE Q1/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 83.7% All Time High รับยอดขายต่างประเทศโตแรง
รายได้รวมและกำไรสุทธิของ SAPPE ในไตรมาส 1/2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยรายได้รวมโต 47.9% YoY เป็น 1,142.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิโต 83.7% YoY เป็น 156.2 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของการบริโภคและการขยายช่องทางขายใน Modern Trade อย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAPPE ในไตรมาส 1/2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายในต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่มีประสิทธิภาพ**
ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยนแปลงมีดังนี้:
1. **การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ:** รายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 69.7% YoY เป็น 768.2 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการบริโภคในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง รวมถึงการขยายช่องทางจัดจำหน่ายใน Modern Trade ในทวีปยุโรป ทำให้ยอดคำสั่งซื้อในทุกภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเครื่องดื่ม Mogu Mogu และ Sappe Aloe Vera Drink ที่ได้รับความนิยมสูง การเติบโตนี้เห็นได้ชัดในยุโรป (+136% YoY), เอเชีย (+77% YoY) และตะวันออกกลาง (+58% YoY)
2. **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบ เช่น เม็ดพลาสติก (PET Resin) จะปรับตัวสูงขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้รวมกลับลดลงจาก 59.5% ในปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 52.4% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจาก:
* **สัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่สูงขึ้น:** ยอดขายต่างประเทศมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าในประเทศ ส่งผลให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 40.5% เป็น 47.6%
* **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ช่วยหนุนรายได้จากการขายในต่างประเทศบางส่วน
* **การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิต:** เพื่อรองรับยอดขายที่เติบโตอย่างมาก
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** การวางแผนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การบริหารทรัพยากรบุคคล การเพิ่ม Yield และลด Loss รวมถึงโครงการลงทุนลดต้นทุน เช่น โซล่าเซลล์ และ Machine Learning
3. **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขาย:** แม้ค่าใช้จ่ายในการขายจะเพิ่มขึ้น 124.9% YoY เป็น 266.3 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าระวางเรือเนื่องจากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ แต่บริษัทฯ สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติมจากลูกค้าต่างประเทศได้ และรับรู้เป็นรายได้อื่น ทำให้ผลกระทบต่อกำไรสุทธิถูกชดเชยไป
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์การเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสต่อๆ ไป จากการขยายฐานลูกค้าและช่องทางจัดจำหน่ายในต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนในช่องทาง Online และ e-Commerce ที่มีศักยภาพสูง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์ค่าระวางเรือที่ยังคงผันผวน และการแข่งขันในตลาดต่างประเทศยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม All Time High:** 1,142.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.9% YoY
* **กำไรสุทธิ All Time High:** 156.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.7% YoY
* **ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 69.7% YoY โดยเฉพาะในยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงขึ้น:** จาก 40.5% เป็น 47.6% YoY จากสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่สูงขึ้นและ GPM ที่ดีกว่า
* **รายได้จากการขายในประเทศลดลง:** 11.0% YoY เนื่องจากต้องจัดสรรกำลังการผลิตให้ตลาดต่างประเทศ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 1,142.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส (All Time High) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 69.7% YoY เป็น 768.2 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของการบริโภคและการขยายช่องทาง Modern Trade ในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ขณะที่รายได้ในประเทศลดลง 11.0% YoY เป็น 250.8 ล้านบาท เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตที่ต้องรองรับตลาดต่างประเทศ
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 40.5% ใน Q1/2564 เป็น 47.6% ใน Q1/2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่มีอัตรากำไรสูงกว่า การอ่อนค่าของเงินบาท การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิต และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 124.9% YoY เป็น 266.3 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการส่งออกเนื่องจากสถานการณ์ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ แต่บริษัทฯ สามารถเรียกเก็บคืนจากลูกค้าได้และรับรู้เป็นรายได้อื่น ทำให้ผลกระทบต่อกำไรสุทธิถูกชดเชยไป
ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 9.1% เป็น 7.4% เนื่องจากยอดขายเติบโตสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 156.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.7% YoY ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาสเช่นกัน
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** การฟื้นตัวของการบริโภคทั่วโลก และการขยายช่องทางจัดจำหน่ายใน Modern Trade ทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขาย
* **ความนิยมของสินค้า:** เครื่องดื่ม Mogu Mogu และ Sappe Aloe Vera Drink ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดต่างประเทศ
* **การขยายช่องทาง Online และ e-Commerce:** บริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสในการเติบโตสูงในช่องทางนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โครงการลงทุนเพื่อลดต้นทุนการผลิต เช่น โซล่าเซลล์ และ Machine Learning จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการส่งออก:** ความสามารถในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มจากลูกค้าต่างประเทศ ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต:** การจัดสรรกำลังการผลิตเพื่อรองรับตลาดต่างประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตในตลาดในประเทศ
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** ราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และสถานการณ์ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งผลให้ค่าระวางเรือเพิ่มสูงขึ้น อาจกดดันต้นทุนและอัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระให้ลูกค้าได้ทั้งหมด
* **การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเครื่องดื่ม อาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในอนาคตได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในต่างประเทศ:** การเติบโตจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะในภูมิภาคหลัก
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง รวมถึงการผลักภาระให้ลูกค้า
* **สถานการณ์กำลังการผลิต:** การขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น
* **ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการส่งออก:** การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มจากลูกค้าจะยังคงทำได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **แผนการตลาดและส่งเสริมการขายในประเทศ:** กลยุทธ์เพื่อฟื้นฟูยอดขายในประเทศหลังจากที่ต้องจัดสรรกำลังการผลิตให้ตลาดต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนเม็ดพลาสติก (PET Resin) ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายต่อรายได้รวมให้ลดลงได้
* **Volume:** ยอดขายรวมเติบโต 47.9% YoY โดยยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 69.7% YoY เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 40.5% เป็น 47.6% YoY จากสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่สูงขึ้นและ GPM ที่ดีกว่า
* **ช่องทางขาย:** การขยายช่องทาง Modern Trade ในต่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ ส่วนช่องทาง Online และ e-Commerce ในประเทศยังคงได้รับการลงทุนเพื่อศักยภาพในอนาคต
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาทต่อยอดขายต่างประเทศ และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตเพื่อรองรับดีมานด์ที่สูง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบแสดงฐานะการเงินและงบกระแสเงินสดในส่วนนี้
## สรุปท้าย
SAPPE ในไตรมาส 1/2565 ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการเพื่อชดเชยผลกระทบได้ โอกาสในการเติบโตในตลาดต่างประเทศยังคงมีอยู่สูง ขณะที่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวนและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAPPE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,247.87
ล้านบาท
↓ 12.9% YoY
กำไรขั้นต้น
528.46
ล้านบาท
↓ 17.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.35
%
กำไรสุทธิ
121.26
ล้านบาท
↓ 35.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.72
%
D/E Ratio
0.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,248
↓ -12.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
528
↓ -17.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
121
↓ -35.9%
YoY
D/E Ratio
0.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAPPE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.25
ROE (%)
17.79
ROA (%)
16.78
Book Value/หุ้น
14.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAPPE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-227
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-326
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAPPE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-227.46
-54.66%
|
-501.73
-55.07%
|
-1,116.66
+91.52%
|
-583.06
+99.66%
|
-292.03
-154.09%
|
539.91
-10.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-326.36
-30.76%
|
-471.35
-227.40%
|
369.99
+49.92%
|
246.79
-213.97%
|
-216.53
-13.92%
|
-251.55
-35.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
657.97
-4.69%
|
690.36
+35.26%
|
510.41
+86.64%
|
273.47
-23.08%
|
355.53
-228.97%
|
-275.66
+31.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
202.23
-223.57%
|
-163.66
-295.04%
|
83.91
+27.43%
|
65.85
-275.74%
|
-37.47
-395.27%
|
12.69
+40.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
763.16
+37.70%
|
554.20
+85.47%
|
298.81
-21.90%
|
382.61
+96.83%
|
194.39
+6.98%
|
181.70
+5.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
683.14
-10.49%
|
763.16
+37.70%
|
554.20
+85.47%
|
298.81
-21.90%
|
382.61
+96.83%
|
194.39
+6.98%
|