บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
34.25
+0.50 (+1.48%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจาก รายได้รวม 1,142.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงที่สุดรายไตรมาสตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ (All Time High) คิดเป็นการเติบโต 47.9% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศจากทั้งในภูมิภาค เอเชีย ยุโรป และตะวันออกลาง จากการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของการบริโภค
รวมถึง การที่บริษัทยังคงสามารถขยายช่องทางการขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่องทางการขายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีสาขาอยู่ทั่ว ประเทศ (National Chain) รายได้จากการขายต่างประเทศคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 69.7%
การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กําลังการผลิต เพื่อรองรับการปรับฐานใหม่ของตลาดต่างประเทศที่เติบโตอย่างมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6462 out_tok=2473 at=2026-07-26T03:23:17 -->
# SAPPE กำไร Q3/2566 พุ่ง 79% All-Time High รับยอดขายต่างแดนโตแรง
## รายได้รวมนิวไฮ 1,698.9 ล้านบาท โต 25.2% YoY จากการขยายช่องทางขายและผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะที่ GPM ดีขึ้นจากการบริหารต้นทุน
บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีรายได้รวม 1,698.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 319.1 ล้านบาท เติบโตถึง 79.1% ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายช่องทางการขายทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAPPE ในไตรมาส 3/2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายในต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ที่ 1,698.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% YoY และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่พุ่งสูงถึง 79.1% YoY มาอยู่ที่ 319.1 ล้านบาท ปัจจัยนี้ยังเสริมด้วย **การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลง** ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของยอดขายต่างประเทศ:** มาจากการขยายช่องทางการขายในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม Modern Trade ที่มีสาขาทั่วประเทศ และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 14 รายการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ทำให้สินค้าขายดีอย่างเครื่องดื่มผสมวุ้นมะพร้าวแบรนด์ Mogu Mogu และเครื่องดื่มผสมว่านหางจระเข้ เซ็ปเป้อโลเวร่า ดริ้งค์ ได้รับความนิยมในกว่า 98 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่เติบโตสูงถึง 136.4% รองลงมาคืออเมริกา (30.0%), ตะวันออกกลาง (24.5%) และเอเชีย (3.2%)
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 59.1% ในปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 53.8% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการภายในด้านการผลิตที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น การบริหารจัดการเครื่องจักรและทรัพยากรบุคคลที่สอดคล้องกับกำลังการผลิต รวมถึงได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบบางส่วนที่ปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการส่งออกยังลดลงจากการกลับสู่ภาวะปกติของ Logistics ระหว่างประเทศ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายในอนาคต ทั้งการก่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติ ไลน์การผลิตและบรรจุเครื่องดื่มใหม่ รวมถึงโครงการลดต้นทุนต่างๆ เช่น การใช้ Machine Learning, Automation Process และการติดตั้งโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ซึ่งล้วนเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตทั้งยอดขายและผลกำไรในระยะยาว นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับการผลักดันการตลาดในช่องทาง Online และ e-Commerce ก็เป็นอีกปัจจัยที่คาดว่าจะสร้างการเติบโตได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม All-Time High:** 1,698.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% YoY
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ All-Time High:** 319.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.1% YoY
* **ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น:** 1,375.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.0% YoY โดยเฉพาะยุโรปที่โต 136.4%
* **กำไรขั้นต้น (GPM) ปรับปรุง:** เพิ่มขึ้นจาก 40.9% เป็น 46.2% จากการบริหารต้นทุนและราคาวัตถุดิบ
* **ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง:** จาก 59.1% เหลือ 53.8%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้ลดลง:** จาก 20.0% เหลือ 16.0% จากค่าระวางเรือที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,698.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขาย 1,666.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดรายไตรมาสตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ การเติบโตนี้มาจากทั้งตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 36.0% เป็น 1,375.3 ล้านบาท และตลาดในประเทศที่เพิ่มขึ้น 8.8% เป็น 291.4 ล้านบาท
ต้นทุนขายอยู่ที่ 897.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% แต่เมื่อเทียบกับรายได้จากการขายแล้ว สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 59.1% เป็น 53.8% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 46.9% เป็น 769.5 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 46.2% จากเดิม 40.9%
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารรวมอยู่ที่ 394.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% โดยค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 4.0% และค่าใช้จ่ายการบริหารเพิ่มขึ้น 28.8% อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารรวมลดลงจาก 49.4% เหลือ 40.1%
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 81.4% เป็น 406.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 79.1% เป็น 319.1 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,946.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.1% YoY และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 906.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.7% YoY
## โอกาส
* **การขยายช่องทางขายในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะ Modern Trade ในทวีปยุโรปและอเมริกา ซึ่งยังคงมีศักยภาพในการเติบโตสูง
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่:** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 14 รายการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
* **ช่องทาง Online และ e-Commerce:** เป็นช่องทางที่บริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสการเติบโตระดับสูงในอนาคต
* **การลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต:** การก่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติ ไลน์การผลิตและบรรจุเครื่องดื่มใหม่ จะช่วยรองรับการเติบโตของยอดขายในระยะยาว
* **โครงการลดต้นทุน:** การนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น Machine Learning, Automation Process และการติดตั้งโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม:** ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นในประเทศและต่างประเทศ
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันราคาวัตถุดิบบางส่วนลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในอนาคต
* **ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภคในตลาดต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา
* ผลตอบรับและการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกสู่ตลาด
* ความคืบหน้าของการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและโครงการลดต้นทุน
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ได้รับประโยชน์จากราคาวัตถุดิบบางส่วนที่ปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนขาย
* **Volume:** ยอดขายรวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเครื่องดื่ม Mogu Mogu และเซ็ปเป้อโลเวร่า ดริ้งค์
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จาก 40.9% เป็น 46.2%
* **ช่องทางขาย:** การขยายช่องทาง Modern Trade ในต่างประเทศเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ในประเทศให้ความสำคัญกับ Online และ e-Commerce
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดส่งออกเติบโตดี แม้มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ แต่ลดลงจากปีก่อนหน้า
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วนนี้ มีเพียงการกล่าวถึงการลงทุนในการก่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติ ไลน์การผลิตและบรรจุเครื่องดื่มใหม่ ซึ่งบ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อการเติบโต
## สรุปท้าย
SAPPE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2566 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไร จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของยอดขายในต่างประเทศ ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ GPM ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการแข่งขันในตลาด แต่การลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ คาดว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAPPE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,247.87
ล้านบาท
↓ 12.9% YoY
กำไรขั้นต้น
528.46
ล้านบาท
↓ 17.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.35
%
กำไรสุทธิ
121.26
ล้านบาท
↓ 35.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.72
%
D/E Ratio
0.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,248
↓ -12.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
528
↓ -17.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
121
↓ -35.9%
YoY
D/E Ratio
0.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAPPE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.25
ROE (%)
17.79
ROA (%)
16.78
Book Value/หุ้น
14.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAPPE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-227
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-326
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAPPE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-227.46
-54.66%
|
-501.73
-55.07%
|
-1,116.66
+91.52%
|
-583.06
+99.66%
|
-292.03
-154.09%
|
539.91
-10.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-326.36
-30.76%
|
-471.35
-227.40%
|
369.99
+49.92%
|
246.79
-213.97%
|
-216.53
-13.92%
|
-251.55
-35.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
657.97
-4.69%
|
690.36
+35.26%
|
510.41
+86.64%
|
273.47
-23.08%
|
355.53
-228.97%
|
-275.66
+31.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
202.23
-223.57%
|
-163.66
-295.04%
|
83.91
+27.43%
|
65.85
-275.74%
|
-37.47
-395.27%
|
12.69
+40.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
763.16
+37.70%
|
554.20
+85.47%
|
298.81
-21.90%
|
382.61
+96.83%
|
194.39
+6.98%
|
181.70
+5.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
683.14
-10.49%
|
763.16
+37.70%
|
554.20
+85.47%
|
298.81
-21.90%
|
382.61
+96.83%
|
194.39
+6.98%
|