บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
34.25
+0.50 (+1.48%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจาก รายได้รวม 1,142.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงที่สุดรายไตรมาสตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ (All Time High) คิดเป็นการเติบโต 47.9% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศจากทั้งในภูมิภาค เอเชีย ยุโรป และตะวันออกลาง จากการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของการบริโภค
รวมถึง การที่บริษัทยังคงสามารถขยายช่องทางการขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่องทางการขายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีสาขาอยู่ทั่ว ประเทศ (National Chain) รายได้จากการขายต่างประเทศคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 69.7%
การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กําลังการผลิต เพื่อรองรับการปรับฐานใหม่ของตลาดต่างประเทศที่เติบโตอย่างมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6731 out_tok=2819 at=2026-07-26T03:33:37 -->
# SAPPE Q2/2565 กำไรสุทธิ All Time High ทะยาน 31.9% รับยอดขายต่างประเทศโตแรง
## รายได้รวมทะลุ 1,334 ล้านบาทสูงสุดใหม่ ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากขยายช่องทาง Modern Trade ในต่างแดน
บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้รวมและกำไรสุทธิ โดยมีรายได้รวม 1,334.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 167.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ผลักดันให้ SAPPE ทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 2/2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายในต่างประเทศ** ซึ่งขยายตัวสูงถึง 67.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ที่ 1,334.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 31.9% เป็น 167.3 ล้านบาท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดขายต่างประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มาจากการที่บริษัทฯ สามารถขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเข้าสู่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ในทวีปยุโรปได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมในหลายประเทศ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของการบริโภคในทวีปเอเชียและตะวันออกกลางยังส่งผลให้มียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ เครื่องดื่มผสมวุ้นมะพร้าวแบรนด์ โมกุ โมกุ (Mogu Mogu) และเครื่องดื่มผสมว่านหางจระเข้ เซ็ปเป้อโลเวร่า ดริ้งค์ ซึ่งปัจจุบัน SAPPE ส่งออกสินค้าไปกว่า 90 ประเทศทั่วโลก
แม้ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ เช่น เม็ดพลาสติก (PET Resin) น้ำตาล และวุ้นมะพร้าว จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายต่อรายได้รวมให้อยู่ที่ 55.2% ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (55.8%) ปัจจัยที่ช่วยชดเชย ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยอดขายต่างประเทศซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า, การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ, การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิต, การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การลดการสูญเสีย, การเพิ่มผลผลิต (Yield), การติดตั้งโซล่าเซลล์เพื่อประหยัดพลังงาน และการนำ Machine Learning และ Automation มาใช้
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขาย เพิ่มขึ้น 60.3% เป็น 292.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการส่งออกจากสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ โดยบริษัทฯ ได้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติมจากลูกค้าและรับรู้ในรายได้อื่น ทำให้ผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวมลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
ฝ่ายบริหารคาดการณ์ **การเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสต่อไป** โดยระบุว่าบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นขยายช่องทางจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และเห็นศักยภาพการเติบโตในช่องทาง Online และ e-Commerce สำหรับตลาดในประเทศ แม้รายได้จากการขายในประเทศจะลดลง 15.6% เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตที่ต้องรองรับตลาดต่างประเทศ และการปรับแผนการออกสินค้าใหม่ แต่บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนแผนการออกสินค้าใหม่สำหรับตลาดในประเทศให้เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม All Time High:** 1,334.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.9% YoY
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ All Time High:** 167.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9% YoY
* **ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 67.7% YoY จากการขยายช่องทาง Modern Trade ในยุโรป และการฟื้นตัวของเอเชีย-ตะวันออกกลาง
* **ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง:** อยู่ที่ 55.2% แม้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น จากการบริหารจัดการภายในและการเพิ่มสัดส่วนยอดขายต่างประเทศ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** 60.3% YoY จากค่าใช้จ่ายขนส่งที่เรียกเก็บคืนจากลูกค้าได้
* **รายได้ในประเทศหดตัว:** ลดลง 15.6% YoY จากข้อจำกัดกำลังการผลิตและการปรับแผนสินค้าใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีรายได้รวม 1,334.5 ล้านบาท เติบโต 38.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นยอดรายได้จากการขายที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ (All Time High) ปัจจัยหลักมาจากยอดขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 67.7% จากการขยายช่องทาง Modern Trade ในยุโรป และการฟื้นตัวของตลาดในเอเชียและตะวันออกกลาง ขณะที่รายได้ในประเทศลดลง 15.6% เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและแผนการปรับเปลี่ยนสินค้าใหม่
ต้นทุนขายคิดเป็น 55.2% ของรายได้รวม ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น จากการบริหารจัดการภายใน การเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต และการเพิ่มสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่มีกำไรขั้นต้นสูงกว่า
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 60.3% จากค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่บริษัทฯ ช่วยจัดหาผู้ให้บริการขนส่งทางเรือให้ลูกค้า ซึ่งสามารถเรียกเก็บคืนได้ในภายหลัง ทำให้รายได้อื่นเพิ่มขึ้นชดเชยกัน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารคิดเป็น 6.5% ของรายได้รวม ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากยอดขายเติบโตสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 167.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นกำไรสุทธิรายไตรมาสที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ
## โอกาส
* **การขยายช่องทาง Modern Trade ในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในทวีปยุโรป เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อในเอเชียและตะวันออกกลาง:** ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **การเติบโตของสินค้าขายดี:** เครื่องดื่มผสมวุ้นมะพร้าวแบรนด์ โมกุ โมกุ และเครื่องดื่มผสมว่านหางจระเข้ เซ็ปเป้อโลเวร่า ดริ้งค์ ยังคงได้รับความนิยม
* **การมุ่งเน้นช่องทาง Online และ e-Commerce:** เป็นช่องทางที่บริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสการเติบโตในอนาคต
* **การปรับแผนสินค้าใหม่ในประเทศ:** คาดว่าจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์:** โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก (PET Resin) ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน รวมถึงต้นทุนน้ำตาลและวุ้นมะพร้าว
* **ข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต:** เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการตอบสนองความต้องการในประเทศ
* **การฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ:** ยังคงไม่ฟื้นตัวดีนัก เป็นปัจจัยกดดันยอดขายในประเทศ
* **สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการส่งออกปรับตัวสูงขึ้น แม้จะสามารถเรียกเก็บคืนจากลูกค้าได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายต่างประเทศ:** โดยเฉพาะการเติบโตในภูมิภาคยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์:** ท่ามกลางราคาที่ยังคงผันผวน
* **ผลกระทบจากการปรับแผนสินค้าใหม่ในประเทศ:** ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป
* **การขยายช่องทาง Online และ e-Commerce:** ศักยภาพการเติบโตในอนาคต
* **สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ:** และผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** บริษัทฯ รับรู้ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก (PET Resin) ตามราคาน้ำมัน รวมถึงน้ำตาลและวุ้นมะพร้าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายต่อรายได้รวมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า และการอ่อนค่าของเงินบาท
**Volume:** ยอดขายรวมเติบโต 38.8% YoY โดยยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 67.7% สะท้อนถึงการขยาย Volume ในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ยอดขายในประเทศลดลง 15.6% เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 44.8% เพิ่มขึ้นจาก 44.2% ในปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การเพิ่มสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่มี GPM สูงกว่า และการบริหารจัดการต้นทุนภายในโรงงาน ช่วยหนุน GPM โดยรวม
**ช่องทางขาย:** การขยายช่องทาง Modern Trade ในต่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายต่างประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นช่องทาง Online และ e-Commerce ในประเทศ
**สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าโดยตรง
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยต้นทุนวัตถุดิบบางส่วน และส่งผลดีต่อยอดขายต่างประเทศ
**ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตเพื่อรองรับตลาดต่างประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาเป็นรายงานผลการดำเนินงาน ไม่ได้แสดงงบแสดงฐานะการเงินและงบกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปข้อมูลในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
SAPPE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายในต่างประเทศ จากการขยายช่องทาง Modern Trade และการฟื้นตัวของกำลังซื้อในภูมิภาคต่างๆ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนภายในและการเพิ่มสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่มีกำไรสูงกว่า ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต ซึ่งต้องจับตาแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องและการบริหารจัดการของฝ่ายบริหารต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAPPE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,247.87
ล้านบาท
↓ 12.9% YoY
กำไรขั้นต้น
528.46
ล้านบาท
↓ 17.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.35
%
กำไรสุทธิ
121.26
ล้านบาท
↓ 35.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.72
%
D/E Ratio
0.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,248
↓ -12.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
528
↓ -17.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
121
↓ -35.9%
YoY
D/E Ratio
0.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAPPE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.25
ROE (%)
17.79
ROA (%)
16.78
Book Value/หุ้น
14.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAPPE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-227
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-326
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAPPE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-227.46
-54.66%
|
-501.73
-55.07%
|
-1,116.66
+91.52%
|
-583.06
+99.66%
|
-292.03
-154.09%
|
539.91
-10.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-326.36
-30.76%
|
-471.35
-227.40%
|
369.99
+49.92%
|
246.79
-213.97%
|
-216.53
-13.92%
|
-251.55
-35.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
657.97
-4.69%
|
690.36
+35.26%
|
510.41
+86.64%
|
273.47
-23.08%
|
355.53
-228.97%
|
-275.66
+31.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
202.23
-223.57%
|
-163.66
-295.04%
|
83.91
+27.43%
|
65.85
-275.74%
|
-37.47
-395.27%
|
12.69
+40.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
763.16
+37.70%
|
554.20
+85.47%
|
298.81
-21.90%
|
382.61
+96.83%
|
194.39
+6.98%
|
181.70
+5.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
683.14
-10.49%
|
763.16
+37.70%
|
554.20
+85.47%
|
298.81
-21.90%
|
382.61
+96.83%
|
194.39
+6.98%
|