บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
34.25
+0.50 (+1.48%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจาก รายได้รวม 1,142.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงที่สุดรายไตรมาสตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ (All Time High) คิดเป็นการเติบโต 47.9% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศจากทั้งในภูมิภาค เอเชีย ยุโรป และตะวันออกลาง จากการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของการบริโภค
รวมถึง การที่บริษัทยังคงสามารถขยายช่องทางการขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่องทางการขายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีสาขาอยู่ทั่ว ประเทศ (National Chain) รายได้จากการขายต่างประเทศคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 69.7%
การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กําลังการผลิต เพื่อรองรับการปรับฐานใหม่ของตลาดต่างประเทศที่เติบโตอย่างมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6664 out_tok=2530 at=2026-07-26T03:05:52 -->
# SAPPE Q3/2564 กำไรสุทธิโต 6.9% รับยอดขายต่างประเทศฟื้นแรง
## รายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1,083.9 ล้านบาท หนุนกำไรโต แม้ขายในประเทศวูบ
บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,083.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตถึง 47.2% ขณะที่ยอดขายในประเทศปรับลดลง 33.7% จากผลกระทบโควิด-19 และน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพและการรับรู้รายได้อื่นจากการให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 6.9% มาอยู่ที่ 143.0 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAPPE ในไตรมาส 3/2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในต่างประเทศ** ซึ่งเติบโตถึง 47.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,083.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% YoY แม้ว่ายอดขายในประเทศจะปรับตัวลดลงถึง 33.7% ก็ตาม ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ 6.9% YoY มาอยู่ที่ 143.0 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การฟื้นตัวของยอดขายในต่างประเทศเป็นผลมาจากการที่ทั่วโลกเริ่มมีการฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของบริษัทฯ นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงจาก 60.4% เหลือ 55.0% ของรายได้รวม เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตจากการที่ยอดขายต่างประเทศฟื้นตัว การอ่อนค่าของเงินบาท และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการคือ **การรับรู้รายได้อื่นจากการให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์** ซึ่งบริษัทฯ ได้รับค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติมจากลูกค้าต่างประเทศ รายได้ส่วนนี้ถูกบันทึกในหมวดรายได้อื่น และช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของยอดขายต่างประเทศ ฝ่ายจัดการมองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน และคาดการณ์ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลายลงในช่วงปลายปี 2564 ถึงปี 2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของยอดขายในประเทศจากสินค้าใหม่ที่เปิดตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่บริษัทฯ ได้มีการหารือกับพันธมิตรเพื่อบริหารจัดการปัญหานี้ในระยะยาวแล้ว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมสูงสุดใหม่:** 1,083.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% YoY
* **กำไรสุทธิเติบโต:** 143.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% YoY
* **ยอดขายต่างประเทศฟื้นตัวแรง:** เพิ่มขึ้น 47.2% YoY
* **ยอดขายในประเทศหดตัว:** ลดลง 33.7% YoY จากผลกระทบโควิด-19 และน้ำท่วม
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** เพิ่มขึ้นเป็น 45.0% จาก 39.6% YoY จากการใช้กำลังการผลิตเต็มที่และการบริหารต้นทุน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** 20.4% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 13.1% YoY หลักจากค่าใช้จ่ายขนส่งตู้คอนเทนเนอร์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,083.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 1,000.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% YoY ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 315.0 ล้านบาท ลดลง 33.7% YoY และรายได้จากการขายต่างประเทศ 685.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาอยู่ที่ 45.0% จาก 39.6% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิต การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต และการอ่อนค่าของค่าเงินบาท
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 305.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.4% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการส่งออกเนื่องจากสถานการณ์ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งบริษัทฯ สามารถเรียกเก็บคืนจากลูกค้าได้ในส่วนของรายได้อื่น
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 143.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ:** การฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกส่งผลดีต่อกำลังซื้อและคาดว่าจะหนุนการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
* **การเปิดตัวสินค้าใหม่ (NPD):** บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ต่อเนื่องตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/2564 และในไตรมาส 3/2564 ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในประเทศให้กลับมาเติบโตได้หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
* **การรับรู้รายได้จากการให้บริการขนส่ง:** รายได้จากการให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ:** การแพร่ระบาดที่ยังไม่คลี่คลายส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมการบริโภคในประเทศ
* **สถานการณ์น้ำท่วม:** ส่งผลกระทบต่อช่องทางการขายแบบดั้งเดิมและปัญหาการขนส่งสินค้าในประเทศ
* **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการส่งออกและอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันหากไม่สามารถบริหารจัดการได้
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในประเทศ:** การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และการตอบรับของสินค้าใหม่
* **สถานการณ์ค่าระวางเรือและตู้คอนเทนเนอร์:** ผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออกและกลยุทธ์การบริหารจัดการของบริษัทฯ
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตในภูมิภาคเอเชียและตลาดอื่นๆ
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การลดลงของผลขาดทุนจากการร่วมลงทุนในบริษัทดาน่อน เซ็ปเป้ เบฟเวอเรจส์
* **การบริหารจัดการงบประมาณการตลาด:** การจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างการรับรู้และฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบหลักที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่เน้นที่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ
* **Volume:** ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 13.6% YoY โดย Volume การขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (47.2%) ขณะที่ Volume การขายในประเทศลดลง (33.7%)
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 39.6% เป็น 45.0% YoY ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตและการบริหารต้นทุน
* **ช่องทางขาย:** ช่องทาง Modern Trade และ Traditional Trade ในประเทศได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และน้ำท่วม ขณะที่ช่องทาง Online และ E-Commerce เติบโตต่อเนื่อง
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การอ่อนค่าของเงินบาทมีส่วนช่วยในการบริหารต้นทุนการผลิต และการส่งออกเติบโตดีจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างประเทศ
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาเป็นเพียงงบกำไรขาดทุนและคำอธิบายผลประกอบการ ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E Ratio หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน
## สรุปท้าย
SAPPE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2564 แข็งแกร่งด้วยรายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1,083.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% YoY และกำไรสุทธิ 143.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตถึง 47.2% แม้ว่ายอดขายในประเทศจะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 และน้ำท่วม การบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพทำให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นเป็น 45.0% และการรับรู้รายได้อื่นจากการให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ยังช่วยเสริมผลประกอบการให้แข็งแกร่งขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ในประเทศและต้นทุนการขนส่งที่สูง แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศและแผนสินค้าใหม่ในประเทศเป็นปัจจัยที่น่าจับตาสำหรับการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAPPE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,247.87
ล้านบาท
↓ 12.9% YoY
กำไรขั้นต้น
528.46
ล้านบาท
↓ 17.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.35
%
กำไรสุทธิ
121.26
ล้านบาท
↓ 35.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.72
%
D/E Ratio
0.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,248
↓ -12.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
528
↓ -17.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
121
↓ -35.9%
YoY
D/E Ratio
0.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAPPE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.25
ROE (%)
17.79
ROA (%)
16.78
Book Value/หุ้น
14.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAPPE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-227
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-326
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAPPE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-227.46
-54.66%
|
-501.73
-55.07%
|
-1,116.66
+91.52%
|
-583.06
+99.66%
|
-292.03
-154.09%
|
539.91
-10.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-326.36
-30.76%
|
-471.35
-227.40%
|
369.99
+49.92%
|
246.79
-213.97%
|
-216.53
-13.92%
|
-251.55
-35.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
657.97
-4.69%
|
690.36
+35.26%
|
510.41
+86.64%
|
273.47
-23.08%
|
355.53
-228.97%
|
-275.66
+31.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
202.23
-223.57%
|
-163.66
-295.04%
|
83.91
+27.43%
|
65.85
-275.74%
|
-37.47
-395.27%
|
12.69
+40.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
763.16
+37.70%
|
554.20
+85.47%
|
298.81
-21.90%
|
382.61
+96.83%
|
194.39
+6.98%
|
181.70
+5.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
683.14
-10.49%
|
763.16
+37.70%
|
554.20
+85.47%
|
298.81
-21.90%
|
382.61
+96.83%
|
194.39
+6.98%
|