บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.62
+0.02 (+3.33%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5190 out_tok=2325 at=2026-07-26T02:49:06 -->
# SALEE พลิกขาดทุนสุทธิปี 63 เป็นกำไร 0.78 ล้านบาทในปี 64 รับอานิสงส์ออเดอร์ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 9% รับเศรษฐกิจโลกฟื้น แม้กำลังซื้อในประเทศยังชะลอตัว
บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ SALEE รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 0.78 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 0.62 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่ากำลังซื้อในประเทศจะยังคงชะลอตัวจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ SALEE พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 9%** ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก **ยอดขายในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกที่เพิ่มขึ้น** แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกเป็นผลมาจาก **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก** ที่ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อ (Order Book) เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลงเล็กน้อยจาก 20% ในปีก่อน เป็น 18% ในปีนี้** เนื่องจาก **ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน** ทำให้ต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 80% เป็น 82% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 21% เป็น 19% ซึ่งฝ่ายจัดการได้พยายามควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ การที่บริษัทมี **ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น 14.02 ล้านบาท** เนื่องจากมีการกลับรายการของผลประโยชน์ทางภาษีของบริษัทย่อย ก็เป็นปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยด้าน **ราคาวัตถุดิบที่ยังคงผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น** อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป นอกจากนี้ การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 0.78 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 0.62 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมเติบโต 9%:** อยู่ที่ 1,307 ล้านบาท จาก 1,202 ล้านบาทในปี 2563
* **ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกฟื้นตัว:** ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 20% เป็น 18%
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง:** อัตราส่วนต่อยอดขายลดลงจาก 21% เป็น 19%
* **ภาระภาษีเพิ่มขึ้น:** จากการกลับรายการผลประโยชน์ทางภาษีของบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 1,307 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่ายอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศจะชะลอตัวจากกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ
ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,075 ล้านบาท ทำให้มีกำไรขั้นต้น 232 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 233 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 20% เป็น 18% เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 247 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 246 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับยอดขายแล้ว อัตราส่วนลดลงจาก 21% เป็น 19%
ต้นทุนทางการเงินลดลงเหลือ 5.08 ล้านบาท จาก 7.28 ล้านบาท เนื่องจากเงินกู้ยืมระยะยาวลดลง
อย่างไรก็ตาม ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นเป็น 16.53 ล้านบาท จาก 2.51 ล้านบาท เนื่องจากการกลับรายการผลประโยชน์ทางภาษีของบริษัทย่อย
ส่งผลให้ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 0.78 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 0.62 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** หนุนคำสั่งซื้อในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติก
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการมีการประชุมติดตามและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด
* **การสนับสนุนจากสถาบันการเงิน:** ได้รับการสนับสนุนที่ดีในการกู้ยืมเงิน
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น กดดันอัตรากำไร
* **กำลังซื้อในประเทศชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ
* **สถานการณ์โควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศและยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
* การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19 และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
* การกลับรายการทางภาษีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกบ่งชี้ถึงแนวโน้มการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** มีการกล่าวถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ซึ่งสะท้อนถึง Order Book ที่ดีขึ้น
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ GPM โดยราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย
* **GPM:** ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 20% เป็น 18% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** ยอดขายในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการเติบโตในตลาดส่งออก
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 69 ล้านบาท จาก 157 ล้านบาท เป็น 226 ล้านบาท คิดเป็น 11.66% ของสินทรัพย์รวม ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 8.11% ในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,939 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน
* **เงินลงทุนชั่วคราว:** เพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท
* **ลูกหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้นเป็น 351 ล้านบาท คิดเป็น 18.11% ของสินทรัพย์รวม
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้น 69 ล้านบาท เป็น 226 ล้านบาท คิดเป็น 11.66% ของสินทรัพย์รวม
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 23 ล้านบาท เป็น 346 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** ลดลงเล็กน้อยจาก 0.24 เท่า เป็น 0.22 เท่า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นเป็น 1,593 ล้านบาท
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio):** เพิ่มขึ้นจาก 3.15 เท่า เป็น 3.40 เท่า
* **กระแสเงินสด:** สภาพคล่องของกระแสเงินสดลดลงเหลือ 82 ล้านบาท จาก 163 ล้านบาท เนื่องจากมีการลงทุนในเครื่องจักรใหม่และจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
## สรุปท้าย
SALEE พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในปี 2564 จากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้น และกำลังซื้อในประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผลประกอบการให้เติบโตต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SALEE ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
384.47
ล้านบาท
↑ 29% YoY
กำไรขั้นต้น
82.40
ล้านบาท
↑ 115% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.43
%
กำไรสุทธิ
13.85
ล้านบาท
↓ 482.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.60
%
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
384
↑ + 29%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
82
↑ + 115%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -482.9%
YoY
D/E Ratio
0.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SALEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
2.92
ROA (%)
3.05
Book Value/หุ้น
0.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SALEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-74
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+55
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SALEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-74.44
-5,614.07%
|
1.35
-98.12%
|
71.99
-44.72%
|
130.22
+2,468.44%
|
5.07
-96.45%
|
142.92
+56.80%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
55.39
-157.88%
|
-95.70
-191.39%
|
104.72
+188.72%
|
36.27
-57.84%
|
86.03
-10.28%
|
95.89
-246.60%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
28.20
-47.96%
|
54.19
+40.83%
|
38.48
-133.35%
|
-115.37
+57.31%
|
-73.34
+81.58%
|
-40.39
-37.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
9.15
-123.60%
|
-38.77
-68.45%
|
-122.89
-218.02%
|
104.13
-26.00%
|
140.71
-29.08%
|
198.42
-615.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
95.84
+51.12%
|
63.42
-65.96%
|
186.31
+126.71%
|
82.18
-66.49%
|
245.24
+423.79%
|
46.82
-45.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.58
+27.90%
|
95.84
+51.12%
|
63.42
-65.96%
|
186.31
+126.71%
|
82.18
-66.49%
|
245.24
+423.79%
|