บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.62
+0.02 (+3.33%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5240 out_tok=2161 at=2026-07-26T03:04:55 -->
# SALEE พลิกขาดทุน Q3/64 เป็นกำไร 10.65 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจรับจ้างผลิต
## รายได้ทรงตัวแต่กำไรฟื้นจากรายการพิเศษ ขณะต้นทุนวัตถุดิบกดดัน GPM
บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ SALEE พลิกสถานการณ์กลับมามีกำไรสุทธิ 10.65 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 จากที่เคยขาดทุน 0.64 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายได้รวมจะทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่ 307 ล้านบาท แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรฟื้นตัวมาจากกำไรจากการขายเงินลงทุน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ SALEE พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การมีกำไรจากการขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์จำนวน 11.39 ล้านบาท** ซึ่งเข้ามาช่วยชดเชยผลการดำเนินงานปกติที่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
แม้ว่ารายได้รวมของกลุ่มบริษัทจะทรงตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 307 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกที่ได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบทำให้ต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 80% ในไตรมาส 3 ปี 2563 เป็น 82% ในไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงประมาณ 5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม การมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนได้เข้ามาช่วยพลิกให้ภาพรวมของกำไรสุทธิกลับมาเป็นบวกได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** กำไรจากการขายเงินลงทุนเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ และไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาส ดังนั้น การฟื้นตัวของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้จึงมีปัจจัยสนับสนุนที่ไม่ยั่งยืนนัก ในขณะที่แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 10.65 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 0.64 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
* **รายได้ทรงตัว:** รายได้รวมอยู่ที่ 307 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 306 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติก แต่ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจพิมพ์ฉลากสินค้าได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว
* **GPM ลดลง:** กำไรขั้นต้นลดลงประมาณ 5 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 80% เป็น 82%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารคงที่:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ 62 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 20% ของยอดขาย
* **ดอกเบี้ยจ่ายลดลง:** ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเหลือ 1.14 ล้านบาท จาก 1.89 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากเงินกู้ระยะยาวลดลง
* **สินค้าคงคลังเพิ่ม:** สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 235 ล้านบาท จาก 157 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 307 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 306 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 20% เป็น 18% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 56 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 62 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 20% ของยอดขาย ต้นทุนทางการเงินลดลงเหลือ 1.14 ล้านบาท และมีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล 2.85 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 10.65 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 0.64 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติก
* **การสนับสนุนจากสถาบันการเงิน:** บริษัทได้รับการสนับสนุนที่ดีจากธนาคารสำหรับการกู้ยืมเงิน ทำให้มีแหล่งเงินทุนเพียงพอ
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **กำลังซื้อในประเทศชะลอตัว:** สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังระบาดส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศ ทำให้ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจพิมพ์ฉลากสินค้าชะลอตัว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและผลกระทบต่อ GPM ในไตรมาสถัดไป
* การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศและผลต่อยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจพิมพ์ฉลาก
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* การใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมลงทุนและการจัดหาเงิน ซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ยอดขายในกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกเพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่อาจจะดีขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ยอดขายกลุ่มรับจ้างผลิตเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลลบต่อ GPM โดยระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบยังคงเพิ่มสูงขึ้น
* **GPM:** ลดลงจาก 20% เป็น 18% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** ยอดขายกลุ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกเพิ่มขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว บ่งชี้ถึงการส่งออกที่อาจจะดีขึ้น
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 157 ล้านบาท เป็น 235 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิต หรือการคาดการณ์ยอดขายในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1,937 ล้านบาท เป็น 1,958 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ลดลงจาก 369 ล้านบาท เป็น 347 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียน 245 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียน 102 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** ลดลงจาก 0.24 เท่า เป็น 0.22 เท่า สะท้อนการลดลงของเงินกู้ระยะยาวและส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูงขึ้น
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 3.15 เท่า เป็น 3.34 เท่า เนื่องจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
* **กระแสเงินสด:** มีสภาพคล่องของกระแสเงินสด 107 ล้านบาท ลดลงจาก 138 ล้านบาทในปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้เงินสดลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ (121 ล้านบาท) และการจ่ายคืนเงินกู้ยืม (72 ล้านบาท) บริษัทมีกระแสเงินสดเพียงพอในการชำระหนี้
## สรุปท้าย
SALEE พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 จากแรงหนุนของกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะทรงตัวและเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ในขณะที่กำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา การบริหารจัดการต้นทุนและสินค้าคงคลังจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SALEE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
384.47
ล้านบาท
↑ 29% YoY
กำไรขั้นต้น
82.40
ล้านบาท
↑ 115% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.43
%
กำไรสุทธิ
13.85
ล้านบาท
↓ 482.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.60
%
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
384
↑ + 29%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
82
↑ + 115%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -482.9%
YoY
D/E Ratio
0.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SALEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
2.92
ROA (%)
3.05
Book Value/หุ้น
0.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SALEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-74
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+55
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SALEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-74.44
-5,614.07%
|
1.35
-98.12%
|
71.99
-44.72%
|
130.22
+2,468.44%
|
5.07
-96.45%
|
142.92
+56.80%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
55.39
-157.88%
|
-95.70
-191.39%
|
104.72
+188.72%
|
36.27
-57.84%
|
86.03
-10.28%
|
95.89
-246.60%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
28.20
-47.96%
|
54.19
+40.83%
|
38.48
-133.35%
|
-115.37
+57.31%
|
-73.34
+81.58%
|
-40.39
-37.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
9.15
-123.60%
|
-38.77
-68.45%
|
-122.89
-218.02%
|
104.13
-26.00%
|
140.71
-29.08%
|
198.42
-615.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
95.84
+51.12%
|
63.42
-65.96%
|
186.31
+126.71%
|
82.18
-66.49%
|
245.24
+423.79%
|
46.82
-45.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.58
+27.90%
|
95.84
+51.12%
|
63.42
-65.96%
|
186.31
+126.71%
|
82.18
-66.49%
|
245.24
+423.79%
|