บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.62
+0.02 (+3.33%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5310 out_tok=2348 at=2026-07-26T02:55:21 -->
# SALEE กำไร Q1/2565 โต 40% รับยอดขายพลาสติก-ฉลากฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตตามเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นเล็กน้อย
บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ SALEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิรวม 14.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของยอดขายในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและอุตสาหกรรมพิมพ์ฉลากสินค้า จากการที่เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 และการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ แม้ตลาดในประเทศจะยังคงได้รับผลกระทบอยู่ก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SALEE ในไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตขึ้น 40% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 15%** ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและอุตสาหกรรมพิมพ์ฉลากสินค้า แม้ว่าต้นทุนขายต่อยอดขายจะปรับสูงขึ้นเล็กน้อยจากราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังสถานการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมพลาสติกและฉลากสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการที่บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 78% เป็น 79% แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มากกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นโดยรวมยังคงเติบโตได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 18% เป็น 17% เนื่องจากบางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ที่ไม่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวและมีการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มเชิงบวก อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตได้ หากไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 40% YoY:** อยู่ที่ 14.79 ล้านบาท จาก 10.57 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 15% YoY:** อยู่ที่ 381 ล้านบาท จาก 330 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น:** จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้นเล็กน้อย
* **อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลง:** จาก 18% เป็น 17%
* **ดอกเบี้ยจ่ายลดลง:** จากการทยอยคืนเงินกู้ระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 381 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและอุตสาหกรรมพิมพ์ฉลากสินค้า จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ แม้ตลาดในประเทศจะยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้น 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 9 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 78% เป็น 79% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยได้
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 18% เป็น 17% เนื่องจากบางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายคงที่
ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเหลือ 1.00 ล้านบาท จาก 1.45 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากการทยอยคืนเงินกู้ระยะยาว
ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 14.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมพลาสติกและฉลากสินค้า
* **การขยายฐานลูกค้า:** แสดงถึงศักยภาพในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายที่ลดลง สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้จะเริ่มคลี่คลาย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นปัจจัยทั่วไปที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่มีการนำเข้าวัตถุดิบหรือส่งออกสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* การขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ และการรักษาฐานลูกค้าเดิม
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศและผลกระทบต่ออุปสงค์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นจากการขยายฐานลูกค้า แสดงถึงการมีคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM เล็กน้อย
* **GPM:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่ GPM (อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขาย) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 78% เป็น 79%
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก แต่ระบุว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเป็นปัจจัยหนุน
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจาก 226 ล้านบาท เป็น 259 ล้านบาท คิดเป็น 13.16% ของสินทรัพย์รวม ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 11.66% ในปีก่อน อาจสะท้อนการเตรียมพร้อมรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น หรือการสต็อกวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 1,969 ล้านบาท ณ 31 มี.ค. 65 เพิ่มขึ้น 2% จาก 31 ธ.ค. 64
* **ลูกหนี้การค้า:** 363 ล้านบาท ณ 31 มี.ค. 65 เพิ่มขึ้นจาก 351 ล้านบาท
* **สินค้าคงเหลือ:** 259 ล้านบาท ณ 31 มี.ค. 65 เพิ่มขึ้น 33 ล้านบาท จาก 226 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** 358 ล้านบาท ณ 31 มี.ค. 65 เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท จาก 346 ล้านบาท
* **หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** 0.22 เท่า ใกล้เคียงกับปีก่อน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 1,611 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงาน
* **สภาพคล่อง (Current Ratio):** 3.31 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 3.40 เท่า เนื่องจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้นตามการผลิต
* **กระแสเงินสด:** มีสภาพคล่อง 70 ล้านบาท ลดลง 12 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ (29 ล้านบาท) และการจ่ายคืนเงินกู้ (11 ล้านบาท) บริษัทยังมีสภาพคล่องเพียงพอในการชำระหนี้
## สรุปท้าย
SALEE ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตถึง 40% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและฉลากสินค้า ซึ่งได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มกลับมาคึกคัก และการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ส่งผลให้ภาพรวมยังคงเติบโตได้ โดยมีโอกาสต่อเนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่ต้องจับตาความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่อาจกระทบต่ออัตรากำไรในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SALEE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
384.47
ล้านบาท
↑ 29% YoY
กำไรขั้นต้น
82.40
ล้านบาท
↑ 115% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.43
%
กำไรสุทธิ
13.85
ล้านบาท
↓ 482.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.60
%
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
384
↑ + 29%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
82
↑ + 115%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -482.9%
YoY
D/E Ratio
0.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SALEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
2.92
ROA (%)
3.05
Book Value/หุ้น
0.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SALEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-74
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+55
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SALEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-74.44
-5,614.07%
|
1.35
-98.12%
|
71.99
-44.72%
|
130.22
+2,468.44%
|
5.07
-96.45%
|
142.92
+56.80%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
55.39
-157.88%
|
-95.70
-191.39%
|
104.72
+188.72%
|
36.27
-57.84%
|
86.03
-10.28%
|
95.89
-246.60%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
28.20
-47.96%
|
54.19
+40.83%
|
38.48
-133.35%
|
-115.37
+57.31%
|
-73.34
+81.58%
|
-40.39
-37.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
9.15
-123.60%
|
-38.77
-68.45%
|
-122.89
-218.02%
|
104.13
-26.00%
|
140.71
-29.08%
|
198.42
-615.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
95.84
+51.12%
|
63.42
-65.96%
|
186.31
+126.71%
|
82.18
-66.49%
|
245.24
+423.79%
|
46.82
-45.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.58
+27.90%
|
95.84
+51.12%
|
63.42
-65.96%
|
186.31
+126.71%
|
82.18
-66.49%
|
245.24
+423.79%
|