SALEE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SALEE
บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.62
+0.02 (+3.33%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5215 out_tok=2773 at=2026-07-26T03:32:42 --> # SALEE พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q2/2565 รับยอดขายกลุ่มลูกค้าภาครัฐ-ตลาดโลกโต ## รายได้-กำไรโตแรง 40% จากฐานลูกค้าใหม่-ตลาดโลกฟื้น ฝ่ายจัดการคุมต้นทุนได้ดี บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ SALEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 42.53 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 3.86 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้รวมที่เติบโตถึง 40% แตะ 429 ล้านบาท จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มภาครัฐและธุรกรรมในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติก แม้ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ SALEE พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3.86 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 มาเป็นกำไรสุทธิ 42.53 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 40%** ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากสองปัจจัยหลักตามที่ฝ่ายจัดการระบุ คือ 1. **การขยายฐานลูกค้าใหม่ไปยังกลุ่มลูกค้าภาครัฐ:** การเข้าถึงและได้คำสั่งซื้อจากลูกค้าภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มปริมาณการขาย 2. **ธุรกรรมทางธุรกิจในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ในด้านการบริหารต้นทุน ฝ่ายจัดการระบุว่า **อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายลดลงจาก 84% ในไตรมาส 2 ปี 2564 เป็น 74% ในไตรมาส 2 ปี 2565** สาเหตุหลักมาจากต้นทุนบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่ที่ไม่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้เมื่อยอดขายสูงขึ้น ต้นทุนคงที่เหล่านั้นถูกเฉลี่ยต่อหน่วยน้อยลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายก็ลดลงจาก 21% เหลือ 16% ซึ่งแสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: * **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** การได้ลูกค้าใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มภาครัฐ มักจะนำมาซึ่งคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่องหากสามารถรักษาคุณภาพและส่งมอบได้ตามกำหนด * **การฟื้นตัวของตลาดโลก:** แม้จะมีความผันผวน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก * **การบริหารต้นทุน:** บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย ซึ่งหากรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมีการประชุมติดตามและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาผลประกอบการให้ดีต่อเนื่อง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพลิกบวก 42.53 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุนสุทธิ 3.86 ล้านบาทใน Q2/2564 * **รายได้รวมเติบโต 40% เป็น 429 ล้านบาท:** จาก 306 ล้านบาทใน Q2/2564 * **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** ต้นทุนขายต่อยอดขายลดลงจาก 84% เหลือ 74% * **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารต่อยอดขายลดลง:** จาก 21% เหลือ 16% * **หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.25 เท่า:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.22 เท่า ณ สิ้นปี 2564 * **สภาพคล่องลดลงเล็กน้อย:** อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียนอยู่ที่ 2.93 เท่า จาก 3.40 เท่า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับ 306 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีกำไรขั้นต้น 110 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของอัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายจาก 84% เป็น 74% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่มีอัตราส่วนต่อยอดขายลดลงจาก 21% เป็น 16% ต้นทุนทางการเงินลดลงเหลือ 1.18 ล้านบาท จาก 1.38 ล้านบาท เนื่องจากเงินกู้ระยะยาวลดลง ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 42.53 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3.86 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าภาครัฐและตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขายและรายได้ในอนาคต * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายส่งผลดีต่อภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก * **ธุรกิจรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติก:** เป็นธุรกิจหลักที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของตลาดโลก ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** แม้บริษัทจะบริหารจัดการได้ดีในไตรมาสนี้ แต่แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา * **ความผันผวนของตลาดโลก:** ภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อและการส่งออก * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้จากการขาย:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้จากการขยายฐานลูกค้าใหม่และตลาดโลก * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะราคาวัตถุดิบที่ผันผวน * **อัตรากำไรขั้นต้น:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง * **การบริหารค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ * **การบริหารสภาพคล่อง:** การรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินงานและการลงทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับ utilization ของโรงงานโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายต่อยอดขายลดลงเมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ว่าบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากต้นทุนคงที่ได้ดีขึ้นเมื่อมีปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข order book โดยตรง แต่การที่รายได้เพิ่มขึ้นมากจากการขยายฐานลูกค้าใหม่และตลาดโลก บ่งชี้ว่ามีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงว่าต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ ทำให้ต้นทุนขายต่อยอดขายลดลง * **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 74% ใน Q2/2565 เทียบกับ 84% ใน Q2/2564 (คำนวณจาก 100% - ต้นทุนขายต่อยอดขาย) * **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงธุรกรรมในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการส่งออกที่เพิ่มขึ้น * **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจาก 226 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เป็น 259 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2565 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต่อสินทรัพย์รวมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนการเตรียมพร้อมรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้นประมาณ 4% เป็น 2,021 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2565 จาก 1,939 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 * **เงินฝากประจำ:** คงที่ที่ 200 ล้านบาท * **ลูกหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้นเป็น 427 ล้านบาท จาก 351 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 คิดเป็นสัดส่วนต่อสินทรัพย์รวมที่เพิ่มขึ้น * **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้นเป็น 259 ล้านบาท จาก 226 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 * **ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน:** เพิ่มขึ้นเป็น 882 ล้านบาท จาก 860 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 56 ล้านบาท เป็น 402 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2565 จาก 346 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยแบ่งเป็นหนี้สินหมุนเวียน 327 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียน 75 ล้านบาท * **หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.22 เท่า เป็น 0.25 เท่า ณ สิ้น Q2/2565 * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นเป็น 1,619 ล้านบาท จาก 1,593 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น * **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียนลดลงจาก 3.40 เท่า เป็น 2.93 เท่า เนื่องจากเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้น * **กระแสเงินสด:** มีเงินสดสุทธิใช้ไปสำหรับกิจกรรมลงทุนประมาณ 45 ล้านบาท (ซื้อเครื่องจักรใหม่) และใช้ไปสำหรับกิจกรรมจัดหาเงินประมาณ 15 ล้านบาท (จ่ายคืนเงินกู้ระยะยาวและปันผล) โดยรวมมีกระแสเงินสดคงเหลือเพียงพอในการชำระหนี้ ## สรุปท้าย SALEE โชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี 2565 ได้อย่างน่าประทับใจ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งถึง 40% ซึ่งขับเคลื่อนโดยการขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มภาครัฐและตลาดโลกที่ฟื้นตัว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่แนวโน้มการเติบโตและผลการดำเนินงานที่ดีนี้มีโอกาสต่อเนื่อง โดยต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SALEE ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
384.47 ล้านบาท
↑ 29% YoY
กำไรขั้นต้น
82.40 ล้านบาท
↑ 115% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.43 %
กำไรสุทธิ
13.85 ล้านบาท
↓ 482.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.60 %
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
384
↑ + 29% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
82
↑ + 115% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -482.9% YoY
D/E Ratio
0.18

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
384.47
+28.96%
298.13
-0.62%
300.00
-24.62%
398.00
+15.03%
346.01
+14.94%
301.05
-1.65%
กำไรขั้นต้น
82.40
+115.03%
38.32
-27.91%
53.16
-34.59%
81.27
+41.05%
57.62
+7.68%
53.51
+15.16%
ค่าใช้จ่ายรวม
137.42
+112.09%
64.80
+16.91%
55.42
-12.36%
63.24
-1.87%
64.44
+0.92%
63.86
-14.21%
กำไรสุทธิ
13.85
+482.94%
-3.62
+24.68%
-4.80
-117.78%
27.02
+262.99%
-16.58
-34,631.25%
0.05
+100.52%
กำไรต่อหุ้น
0.01
+550.00%
0.00
+33.33%
0.00
-116.67%
0.02
+263.64%
-0.01
0.00
+100.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
21.43
+66.77%
12.85
-27.48%
17.72
-13.22%
20.42
+22.64%
16.65
-6.30%
17.77
+17.06%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
35.74
+64.47%
21.73
+17.65%
18.47
+16.24%
15.89
-14.66%
18.62
-12.21%
21.21
-12.79%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.60
+397.52%
-1.21
+24.38%
-1.60
-123.56%
6.79
+241.75%
-4.79
-24,050.00%
0.02
+100.67%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
1.91
+119.81%
ROE(%)
2.92
+421.43%
0.56
-57.58%
1.32
-85.40%
9.04
+14,966.67%
0.06
+220.00%
-0.05
-111.11%
ROA(%)
3.05
+1,029.63%
0.27
-78.57%
1.26
-81.22%
6.71
+2,064.52%
0.31
+158.33%
0.12
-89.74%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.18
+38.46%
0.13
-13.33%
0.15
-21.05%
0.19
-13.64%
0.22
-8.33%
0.24
+60.00%
P/E
33.62
-70.19%
112.77
+343.80%
25.41
+3.88%
24.46
-78.88%
115.84
0.00
P/BV
0.48
-7.69%
0.52
-48.51%
1.01
-25.19%
1.35
-6.90%
1.45
+62.92%
0.89
-21.93%
BV
0.76
-1.30%
0.77
-3.75%
0.80
-4.76%
0.84
+3.70%
0.81
+2.53%
0.79
YIELD(%)
3.33
-61.94%
8.75
+1.27%
8.64
+554.55%
1.32
0.00
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น
0.36
-10.00%
0.40
-50.62%
0.81
-28.95%
1.14
-3.39%
1.18
+68.57%
0.70
-22.22%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
2.92
ROA (%)
3.05
Book Value/หุ้น
0.77

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
956.68
+20.64%
793.00
-3.84%
824.63
-11.08%
927.43
+4.59%
886.77
+13.33%
782.45
-13.80%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
853.63
-6.89%
916.78
-4.39%
958.90
-8.01%
1,042.43
-0.26%
1,052.41
-8.86%
1,154.69
+14.06%
รวมสินทรัพย์
1,810.31
+5.88%
1,709.79
-4.13%
1,783.52
-9.46%
1,969.86
+1.97%
1,939.18
+0.11%
1,937.14
+0.89%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
206.68
+54.03%
134.19
-24.08%
176.75
-29.90%
252.12
-3.44%
261.10
+5.09%
248.46
-15.32%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
68.40
+6.13%
64.44
+19.56%
53.90
-17.35%
65.22
-15.86%
84.81
-29.46%
120.23
+133.91%
รวมหนี้สิน
275.08
+38.49%
198.63
-13.88%
230.65
-27.32%
317.34
-6.28%
345.91
-6.18%
368.68
+6.92%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,535.23
+1.59%
1,511.15
-2.69%
1,552.88
-6.03%
1,652.53
+3.72%
1,593.27
+1.58%
1,568.45
-0.43%
D/E
0.18
0.13
0.15
0.19
0.22
0.24
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
2.92
0.56
1.32
9.04
0.06
-0.05
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.05
0.27
1.26
6.71
0.31
0.12
อัตราส่วนสภาพคล่อง
4.63
5.91
4.67
3.68
3.40
3.15
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
3.93
4.66
3.60
2.84
2.04
2.50
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
89.59
91.84
0.00
0.00
89.07
85.55
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
46.75
55.99
0.00
0.00
66.35
58.32
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
50.55
45.85
0.00
0.00
50.77
43.56
วงจรเงินสด
85.79
101.99
0.00
0.00
104.65
100.31
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-74
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+55
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-74.44
-5,614.07%
1.35
-98.12%
71.99
-44.72%
130.22
+2,468.44%
5.07
-96.45%
142.92
+56.80%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
55.39
-157.88%
-95.70
-191.39%
104.72
+188.72%
36.27
-57.84%
86.03
-10.28%
95.89
-246.60%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
28.20
-47.96%
54.19
+40.83%
38.48
-133.35%
-115.37
+57.31%
-73.34
+81.58%
-40.39
-37.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
9.15
-123.60%
-38.77
-68.45%
-122.89
-218.02%
104.13
-26.00%
140.71
-29.08%
198.42
-615.64%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
95.84
+51.12%
63.42
-65.96%
186.31
+126.71%
82.18
-66.49%
245.24
+423.79%
46.82
-45.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
122.58
+27.90%
95.84
+51.12%
63.42
-65.96%
186.31
+126.71%
82.18
-66.49%
245.24
+423.79%