SALEE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SALEE
บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.62
+0.02 (+3.33%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5237 out_tok=2632 at=2026-07-26T03:37:45 --> # SALEE กำไร Q1/66 ดิ่ง 61% รับยอดขายหด กำลังซื้อซบเซา ## รายได้-กำไรปรับตามกำลังซื้อในประเทศที่ซบเซา ฝ่ายจัดการเร่งควบคุมค่าใช้จ่าย บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ SALEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 5.80 ล้านบาท ลดลง 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 14.79 ล้านบาท โดยรายได้รวมอยู่ที่ 365 ล้านบาท ลดลง 4% สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงในธุรกิจพิมพ์ฉลากสินค้าและธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าพลาสติกผ่านโมเดิร์นเทรด เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศที่ยังคงซบเซา ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SALEE ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ยอดขายที่หดตัวและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรจากการดำเนินงานโดยรวม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการที่ลดลงคือ **ยอดขายรวมที่ลดลง 4%** มาอยู่ที่ 365 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการที่ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 3%** ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 61% หรือ 8.99 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ยอดขายลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่ายอดขายที่ลดลงเกิดจากยอดขายที่ลดลงในบริษัทย่อยทั้งในธุรกิจพิมพ์ฉลักสินค้าและธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าพลาสติกผ่านโมเดิร์นเทรด ซึ่งเป็นผลมาจาก **กำลังซื้อในประเทศที่ยังคงซบเซา** * **ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น:** แม้ว่าอัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายจะทรงตัวอยู่ที่ 79% แต่การที่ยอดขายลดลงส่งผลให้ **กำไรขั้นต้นลดลงประมาณ 5 ล้านบาท** * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 3% เป็น 66 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ **จ่ายโบนัสพนักงานสำหรับปี 2565** ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายบางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ที่ไม่ลดลงตามยอดขายที่ลดลง ทำให้ **อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 18%** * **ภาษีเงินได้นิติบุคคล:** ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.34 ล้านบาท เป็น 8.16 ล้านบาท เนื่องจากการ **กลับรายการของภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี** ซึ่งเป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในงวดนี้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ สถานการณ์นี้ **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ต้องติดตาม** โดยปัจจัยหลักคือ **กำลังซื้อในประเทศที่ยังคงซบเซา** ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก หากกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว ยอดขายอาจยังคงได้รับแรงกดดันต่อไป ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารบางส่วน เช่น โบนัสพนักงาน เป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่ค่าใช้จ่ายคงที่ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขายอาจเป็นแรงกดดันต่อเนื่องหากยอดขายไม่สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ทัน ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 61% YoY:** อยู่ที่ 5.80 ล้านบาท จาก 14.79 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565 * **รายได้รวมลดลง 4% YoY:** อยู่ที่ 365 ล้านบาท จาก 381 ล้านบาท * **สาเหตุหลักจากยอดขายหดตัว:** โดยเฉพาะธุรกิจพิมพ์ฉลากและสินค้าพลาสติกโมเดิร์นเทรด จากกำลังซื้อในประเทศซบเซา * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 3%:** ส่วนหนึ่งมาจากการจ่ายโบนัสพนักงาน และอัตราส่วนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 18% * **ภาระภาษีเพิ่มขึ้นสูง:** จากการกลับรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 365 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (381 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงในธุรกิจพิมพ์ฉลากสินค้าและธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าพลาสติกผ่านโมเดิร์นเทรด เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศที่ยังคงซบเซา กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้น 75 ล้านบาท ลดลงประมาณ 5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายจะทรงตัวอยู่ที่ 79% แต่ยอดขายที่ลดลงส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงตามไปด้วย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 3% เป็น 66 ล้านบาท จาก 64 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายโบนัสพนักงานสำหรับปี 2565 ทำให้ในไตรมาสนี้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่ 18% เพิ่มขึ้นจาก 17% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลในไตรมาสนี้อยู่ที่ 8.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3.34 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการกลับรายการของภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 5.80 ล้านบาท ลดลง 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวม 14.79 ล้านบาท ## โอกาส * **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการมีการประชุมทุกสัปดาห์เพื่อติดตามและควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้ * **อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง:** ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจาก 1.00 ล้านบาท เหลือ 0.61 ล้านบาท เนื่องจากเงินกู้ยืมระยะยาวลดลงจากการทยอยคืนเงินกู้ ## ความเสี่ยง * **กำลังซื้อในประเทศซบเซา:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายของธุรกิจพิมพ์ฉลากและสินค้าพลาสติกโมเดิร์นเทรด ซึ่งอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคต * **อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น:** การที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขายที่ลดลง อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถเพิ่มยอดขายได้ * **รายการภาษีพิเศษ:** การกลับรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในงวดนี้ ซึ่งเป็นรายการที่ต้องพิจารณาผลกระทบระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มกำลังซื้อในประเทศ:** จะฟื้นตัวได้เมื่อใด และจะส่งผลต่อยอดขายของ SALEE อย่างไร * **กลยุทธ์การเพิ่มยอดขาย:** บริษัทจะมีมาตรการหรือแผนการตลาดอย่างไรเพื่อกระตุ้นยอดขายในสภาวะตลาดปัจจุบัน * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายคงที่และค่าใช้จ่ายผันแปรให้สอดคล้องกับระดับยอดขาย * **ผลกระทบจากการกลับรายการภาษี:** การเปลี่ยนแปลงของภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจะส่งผลต่อผลประกอบการในอนาคตอย่างไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **ยอดขายลดลง:** เป็นประเด็นสำคัญที่กระทบต่อธุรกิจหลัก โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจพิมพ์ฉลากสินค้าและธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าพลาสติกผ่านโมเดิร์นเทรด สะท้อนถึงสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ * **สินค้าคงเหลือ:** ยอดสินค้าคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 193 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงปลายปี 2565 (194 ล้านบาท) คิดเป็นอัตราส่วนสินค้าคงเหลือต่อสินทรัพย์รวมที่ 9.72% ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงเดิม แสดงถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ค่อนข้างคงที่ * **การบริหารทรัพย์สิน:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% เป็น 1,988 ล้านบาท โดยมีเงินลงทุนชั่วคราวเพิ่มขึ้นถึง 45% เป็น 290 ล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท เป็น 387 ล้านบาท คิดเป็น 19.47% ของสินทรัพย์รวม ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **หนี้สินรวม:** ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 อยู่ที่ 332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท จาก 317 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียน 269 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียน 63 ล้านบาท * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** อยู่ที่ 0.20 เท่า สูงขึ้นเล็กน้อยจาก 0.19 เท่า ณ สิ้นปี 2565 แสดงถึงการใช้เงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำ * **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่อง (สินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน) อยู่ที่ 3.58 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 3.68 เท่า เนื่องจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารเพิ่มขึ้น * **กระแสเงินสด:** มีสภาพคล่องของกระแสเงินสด 91 ล้านบาท ลดลงจาก 95 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีการใช้เงินสดสุทธิสำหรับกิจกรรมดำเนินงานประมาณ 65 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ใช้ไปในส่วนของลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นและเจ้าหนี้การค้าที่ลดลง) และกิจกรรมลงทุนประมาณ 66 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ใช้ไปเพื่อนำเงินไปฝากประจำกับธนาคาร) * **แหล่งเงินทุน:** มาจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ต้องจ่ายเป็นเงินสด (เช่น ค่าเสื่อมราคา) และเงินกู้ยืมจากธนาคาร ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการเงินทุนหมุนเวียน และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากสถาบันการเงิน ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SALEE ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากยอดขายที่หดตัวลง 4% จากกำลังซื้อในประเทศที่ซบเซา ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และผลกระทบจากการกลับรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายและมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินงานในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SALEE ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
384.47 ล้านบาท
↑ 29% YoY
กำไรขั้นต้น
82.40 ล้านบาท
↑ 115% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.43 %
กำไรสุทธิ
13.85 ล้านบาท
↓ 482.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.60 %
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
384
↑ + 29% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
82
↑ + 115% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -482.9% YoY
D/E Ratio
0.18

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
384.47
+28.96%
298.13
-0.62%
300.00
-24.62%
398.00
+15.03%
346.01
+14.94%
301.05
-1.65%
กำไรขั้นต้น
82.40
+115.03%
38.32
-27.91%
53.16
-34.59%
81.27
+41.05%
57.62
+7.68%
53.51
+15.16%
ค่าใช้จ่ายรวม
137.42
+112.09%
64.80
+16.91%
55.42
-12.36%
63.24
-1.87%
64.44
+0.92%
63.86
-14.21%
กำไรสุทธิ
13.85
+482.94%
-3.62
+24.68%
-4.80
-117.78%
27.02
+262.99%
-16.58
-34,631.25%
0.05
+100.52%
กำไรต่อหุ้น
0.01
+550.00%
0.00
+33.33%
0.00
-116.67%
0.02
+263.64%
-0.01
0.00
+100.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
21.43
+66.77%
12.85
-27.48%
17.72
-13.22%
20.42
+22.64%
16.65
-6.30%
17.77
+17.06%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
35.74
+64.47%
21.73
+17.65%
18.47
+16.24%
15.89
-14.66%
18.62
-12.21%
21.21
-12.79%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.60
+397.52%
-1.21
+24.38%
-1.60
-123.56%
6.79
+241.75%
-4.79
-24,050.00%
0.02
+100.67%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
1.91
+119.81%
ROE(%)
2.92
+421.43%
0.56
-57.58%
1.32
-85.40%
9.04
+14,966.67%
0.06
+220.00%
-0.05
-111.11%
ROA(%)
3.05
+1,029.63%
0.27
-78.57%
1.26
-81.22%
6.71
+2,064.52%
0.31
+158.33%
0.12
-89.74%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.18
+38.46%
0.13
-13.33%
0.15
-21.05%
0.19
-13.64%
0.22
-8.33%
0.24
+60.00%
P/E
33.62
-70.19%
112.77
+343.80%
25.41
+3.88%
24.46
-78.88%
115.84
0.00
P/BV
0.48
-7.69%
0.52
-48.51%
1.01
-25.19%
1.35
-6.90%
1.45
+62.92%
0.89
-21.93%
BV
0.76
-1.30%
0.77
-3.75%
0.80
-4.76%
0.84
+3.70%
0.81
+2.53%
0.79
YIELD(%)
3.33
-61.94%
8.75
+1.27%
8.64
+554.55%
1.32
0.00
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น
0.36
-10.00%
0.40
-50.62%
0.81
-28.95%
1.14
-3.39%
1.18
+68.57%
0.70
-22.22%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
2.92
ROA (%)
3.05
Book Value/หุ้น
0.77

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
956.68
+20.64%
793.00
-3.84%
824.63
-11.08%
927.43
+4.59%
886.77
+13.33%
782.45
-13.80%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
853.63
-6.89%
916.78
-4.39%
958.90
-8.01%
1,042.43
-0.26%
1,052.41
-8.86%
1,154.69
+14.06%
รวมสินทรัพย์
1,810.31
+5.88%
1,709.79
-4.13%
1,783.52
-9.46%
1,969.86
+1.97%
1,939.18
+0.11%
1,937.14
+0.89%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
206.68
+54.03%
134.19
-24.08%
176.75
-29.90%
252.12
-3.44%
261.10
+5.09%
248.46
-15.32%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
68.40
+6.13%
64.44
+19.56%
53.90
-17.35%
65.22
-15.86%
84.81
-29.46%
120.23
+133.91%
รวมหนี้สิน
275.08
+38.49%
198.63
-13.88%
230.65
-27.32%
317.34
-6.28%
345.91
-6.18%
368.68
+6.92%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,535.23
+1.59%
1,511.15
-2.69%
1,552.88
-6.03%
1,652.53
+3.72%
1,593.27
+1.58%
1,568.45
-0.43%
D/E
0.18
0.13
0.15
0.19
0.22
0.24
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
2.92
0.56
1.32
9.04
0.06
-0.05
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.05
0.27
1.26
6.71
0.31
0.12
อัตราส่วนสภาพคล่อง
4.63
5.91
4.67
3.68
3.40
3.15
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
3.93
4.66
3.60
2.84
2.04
2.50
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
89.59
91.84
0.00
0.00
89.07
85.55
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
46.75
55.99
0.00
0.00
66.35
58.32
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
50.55
45.85
0.00
0.00
50.77
43.56
วงจรเงินสด
85.79
101.99
0.00
0.00
104.65
100.31
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-74
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+55
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SALEE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-74.44
-5,614.07%
1.35
-98.12%
71.99
-44.72%
130.22
+2,468.44%
5.07
-96.45%
142.92
+56.80%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
55.39
-157.88%
-95.70
-191.39%
104.72
+188.72%
36.27
-57.84%
86.03
-10.28%
95.89
-246.60%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
28.20
-47.96%
54.19
+40.83%
38.48
-133.35%
-115.37
+57.31%
-73.34
+81.58%
-40.39
-37.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
9.15
-123.60%
-38.77
-68.45%
-122.89
-218.02%
104.13
-26.00%
140.71
-29.08%
198.42
-615.64%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
95.84
+51.12%
63.42
-65.96%
186.31
+126.71%
82.18
-66.49%
245.24
+423.79%
46.82
-45.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
122.58
+27.90%
95.84
+51.12%
63.42
-65.96%
186.31
+126.71%
82.18
-66.49%
245.24
+423.79%