บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
16.10
+0.30 (+1.90%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นในปี 2564 ทางบริษัทปรับกลยุทธ์เพิ่มช่องทางและขยายช่องทางในการจําหน่าย online เพิ่มขึ้น รวมถึงรับ order จากลูกค้า OEM มากขึ้น การลดต้นทุนการผลิต ลดต้นทุนการดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทําให้ในปี 2564 ถึง รายได้จะน้อยกว่าปี 2563 แต่ยังสามารถทํากําไรได้มากกว่าปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7429 out_tok=2645 at=2026-07-26T03:04:21 -->
# SABINA Q3/2564 กำไรสุทธิหด 35.7% รับรายได้วูบหนัก เหตุล็อกดาวน์กระทบกำลังซื้อ
## รายได้-กำไรทรุดตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ฝ่ายจัดการเน้นคุมต้นทุน-ค่าใช้จ่าย พร้อมปรับกลยุทธ์รับ New Normal
บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 547.2 ล้านบาท ลดลง 32.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 55.2 ล้านบาท ลดลง 35.7% โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์การตลาดและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อบรรเทาผลกระทบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ SABINA ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง 35.7% YoY มาอยู่ที่ 55.2 ล้านบาท มาจาก **รายได้จากการขายสินค้าและบริการที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.1% YoY** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ตั้งแต่ปลายปี 2563 และมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564 ทำให้ต้องมีการปิดจุดขายตามคำสั่งภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะยอดขายในประเทศ Sabina Brand ที่ลดลงถึง 52.3% YoY ในไตรมาส 3 ปี 2564 แม้ว่ายอดขาย Non store retailing จะเติบโตได้ 24.9% YoY และ OEM เติบโต 2.2% YoY แต่ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปของแบรนด์หลักได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาสถัดไป ฝ่ายจัดการระบุว่าตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 มีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ทำให้แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคและภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยการให้พนักงานขาย offline มาขาย online ผ่านโปรแกรม Sabina@home และออกสินค้าใหม่ที่เหมาะกับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) รวมถึงการจัด Campaign สินค้าราคาเดียว เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่ลดลง ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้สนับสนุนการเติบโตของยอดขายออนไลน์ และการขายแบบ Direct to Customer (DTC) ที่ไม่ต้องเช่าพื้นที่ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและกลายเป็น Next Normal ที่จะส่งผลให้บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นต่อไปในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 547.2 ล้านบาท ลดลง 32.9% YoY** และลดลง 13.6% QoQ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 55.2 ล้านบาท ลดลง 35.7% YoY** และลดลง 11.9% QoQ
* **ยอดขายในประเทศ Sabina Brand ลดลง 52.3% YoY** ในไตรมาส 3/2564 ขณะที่ยอดขาย Non store retailing เพิ่มขึ้น 24.9% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 50.4%** ดีขึ้นเล็กน้อยจาก 47.1% ในไตรมาส 3/2563 แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 25.1% YoY** เนื่องจากมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นการตลาดออนไลน์
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.51 เท่า** ลดลงจาก 0.56 เท่าในปี 2563 แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 547.2 ล้านบาท ลดลง 32.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 13.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายสินค้าและบริการอยู่ที่ 541.0 ล้านบาท ลดลง 33.1% YoY และ 13.5% QoQ สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,852.6 ล้านบาท ลดลง 14.0% YoY และมีกำไรสุทธิ 196.2 ล้านบาท ลดลง 5.0% YoY
## โอกาส
* **การปรับตัวสู่ New Normal:** การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคสู่การซื้อขายออนไลน์มากขึ้น และการขายแบบ Non store retailing (NSR) จะช่วยให้บริษัทฯ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหาร และส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้น
* **การขายแบบ Direct to Customer (DTC):** การมุ่งเน้นการขายตรงถึงลูกค้าโดยไม่ต้องเช่าพื้นที่หรือร้านค้า จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรในระยะยาว
* **การออกสินค้าใหม่:** การออกสินค้าที่เหมาะกับการ Work from Home และการจัด Campaign ราคาสินค้าเดียว ช่วยกระตุ้นยอดขายและตอบสนองกำลังซื้อที่เปลี่ยนแปลงไป
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุมโรค:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดและการออกมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจชุดชั้นในมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการแข่งขันจากช่องทางออนไลน์
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อ:** การผ่อนคลายมาตรการและการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมจะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างไร
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์ออนไลน์:** การเติบโตของยอดขายผ่านช่องทาง e-commerce และ social commerce จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่:** การตอบรับของสินค้าใหม่ที่เน้นกลุ่ม Work from Home และสินค้าที่ปรับราคาให้เข้ากับกำลังซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขาย Sabina Brand ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** ยอดขายในประเทศ Sabina Brand ลดลงถึง 52.3% YoY ในไตรมาส 3/2564 สะท้อนถึงผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์และการลดลงของกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เน้นการซื้อสินค้าจำเป็น
* **Non store retailing เติบโตต่อเนื่อง:** ยอดขาย Non store retailing เพิ่มขึ้น 24.9% YoY ในไตรมาส 3/2564 และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 26% ของรายได้รวมในงวด 9 เดือนปี 2564 แสดงถึงการปรับตัวของผู้บริโภคสู่การซื้อออนไลน์ และความสำเร็จของกลยุทธ์การขายผ่านช่องทางดิจิทัล
* **OEM และ Export ทรงตัว/ลดลงเล็กน้อย:** ยอดขาย OEM เติบโตเล็กน้อย 2.2% YoY ในไตรมาส 3/2564 ขณะที่ Sabina Export ลดลง 56.1% YoY ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการส่งออกในช่วงสถานการณ์โควิด-19
* **การบริหารต้นทุนการผลิต:** บริษัทฯ หันกลับมาผลิตชุดชั้นในที่ให้ผลกำไรสูงกว่าการผลิตหน้ากากผ้าในช่วงไตรมาส 3 ปีที่แล้ว และการใช้ Campaign ราคาเดียวช่วยรักษาต้นทุนได้ดีขึ้นกว่าการลดราคาแบบเปอร์เซ็นต์
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาด:** การมุ่งเน้นการตลาดออนไลน์ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมีประสิทธิภาพมากกว่าการตลาดออฟไลน์แบบเดิม และการประหยัดค่าเช่าร้านค้าจากการ Lock down ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวมลดลง:** สินทรัพย์รวม ณ สิ้นเดือนกันยายน 2564 อยู่ที่ 2,600.2 ล้านบาท ลดลง 203.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากลูกหนี้การค้าที่ลดลง 96.4 ล้านบาท เนื่องจากกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว
* **สินค้าคงเหลือบริหารจัดการได้ดี:** สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2564 อยู่ที่ 1,366.8 ล้านบาท ลดลง 37.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 จากการบริหารการผลิตและการสต็อกสินค้าให้สอดคล้องกับยอดขาย
* **หนี้สินรวมลดลง:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 883.08 ล้านบาท ลดลงจาก 1,008.83 ล้านบาทในปี 2563
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย:** ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,717.17 ล้านบาท ลดลงจาก 1,795.11 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลง:** อยู่ที่ 0.51 เท่า จาก 0.56 เท่าในปี 2563 บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
* **สภาพคล่องดีขึ้น:** อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นเป็น 2.87 เท่า จาก 2.54 เท่าในปี 2563
## สรุปท้าย
SABINA ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการปรับกลยุทธ์สู่ช่องทางออนไลน์และการขายแบบ DTC ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว แม้ว่าความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงอยู่ แต่การผ่อนคลายมาตรการและการปรับตัวของบริษัทฯ คาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการให้ฟื้นตัวได้ในอนาคตอันใกล้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SABINA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
840.99
ล้านบาท
↓ 6% YoY
กำไรขั้นต้น
452.59
ล้านบาท
↑ 1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
53.82
%
กำไรสุทธิ
110.68
ล้านบาท
↓ 2.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.16
%
D/E Ratio
0.30
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
841
↓ -6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
453
↑ + 1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
111
↓ -2.5%
YoY
D/E Ratio
0.30
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SABINA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.30
ROE (%)
22.39
ROA (%)
20.32
Book Value/หุ้น
5.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SABINA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-626
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+86
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SABINA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-625.85
+463.68%
|
-111.03
+2.86%
|
-107.94
-74.34%
|
-420.58
+96.15%
|
-214.42
-183.80%
|
255.88
+1.43%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
85.92
-180.95%
|
-106.14
-3.68%
|
-110.19
-187.70%
|
125.64
-427.19%
|
-38.40
-52.10%
|
-80.17
-42.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
572.22
+137.19%
|
241.25
-16.72%
|
289.70
-161.66%
|
-469.87
-1.94%
|
-479.16
+183.39%
|
-169.08
+88.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
33.81
+63.41%
|
20.69
-9.85%
|
22.95
-39.53%
|
37.95
+124.03%
|
16.94
+154.74%
|
6.65
-70.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
111.35
+6.52%
|
104.53
-11.24%
|
117.77
+47.54%
|
79.82
+26.94%
|
62.88
-3.48%
|
65.15
+7.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
130.26
+16.98%
|
111.35
+6.52%
|
104.53
-11.24%
|
117.77
+47.54%
|
79.82
+26.94%
|
62.88
-3.48%
|