SABINA
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SABINA
บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
16.10
+0.30 (+1.90%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นในปี 2564 ทางบริษัทปรับกลยุทธ์เพิ่มช่องทางและขยายช่องทางในการจําหน่าย online เพิ่มขึ้น รวมถึงรับ order จากลูกค้า OEM มากขึ้น การลดต้นทุนการผลิต ลดต้นทุนการดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทําให้ในปี 2564 ถึง รายได้จะน้อยกว่าปี 2563 แต่ยังสามารถทํากําไรได้มากกว่าปี 2563

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5488 out_tok=2567 at=2026-07-26T03:31:59 --> # SABINA Q2/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 93 ล้านบาท รับอานิสงส์อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว ## รายได้รวมโต 62% จากการผลิตและรับจ้างประกอบรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค (แต่เอกสารนี้เป็นของบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มยานยนต์) ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์ และการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 93 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการตามที่ฝ่ายบริหารระบุไว้ ได้แก่: * **ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ฟื้นตัว:** การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุน การส่งออกสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมและความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้น * **คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น:** กลุ่มลูกค้าเดิมมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในส่วนของการผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรมีปริมาณการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น รวมถึงมีโครงการใหม่เกิดขึ้นในส่วนของการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ * **ความต้องการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น:** ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และรายได้ค่าบริการจากศูนย์บริการรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถควบคุมสัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลงจาก 86% เหลือ 77% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลงจาก 13% เหลือ 12% ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและมาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: * **แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์:** แม้จะมีปัจจัยกดดันเรื่องการขาดแคลนชิ้นส่วนและเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการผลิตทั้งปี แต่การเปิดประเทศและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยบวก * **คำสั่งซื้อที่มีแนวโน้มดี:** การที่ฝ่ายบริหารระบุว่ามีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าเดิมและโครงการใหม่ๆ ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีในระยะสั้นถึงกลาง * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การที่บริษัทฯ มีมาตรการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาอัตรากำไรได้ดีหากรายได้ยังคงเติบโต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 103 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 93 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 * **รายได้รวมจากการดำเนินงาน 740 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 284 ล้านบาท หรือ 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน * **ต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 77% ของรายได้:** ลดลงจาก 86% ในปีก่อน สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคิดเป็น 12% ของรายได้:** ลดลงจาก 13% ในปีก่อน * **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 17 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท หรือ 146% ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ไม่รวมส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม เท่ากับ 740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 284 ล้านบาท หรือ 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐและนโยบายเปิดประเทศ ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 551 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 77% ของรายได้ ลดลงจาก 86% ในปีก่อน เนื่องจากรายได้สูงขึ้นและมีการลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 83 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 12% ของรายได้ ลดลงจาก 13% ในปีก่อน ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมอยู่ที่ 17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท หรือ 146% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และการควบคุมค่าใช้จ่าย ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การเปิดประเทศและการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นปัจจัยบวกต่อการผลิตและการจำหน่ายรถยนต์ * **คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น:** การมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากลูกค้าเดิมและโครงการใหม่ๆ ในกลุ่มการผลิตอุปกรณ์และรับจ้างประกอบ * **การขยายตัวของกลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตร:** เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนรายได้จากการรับจ้างประกอบ * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะช่วยรักษาอัตรากำไรได้ดี ## ความเสี่ยง * **ปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนและเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป):** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและการส่งออกรถยนต์ตามที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคาดการณ์ * **สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการล็อคดาวน์ของประเทศจีน:** อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนวัตถุดิบ * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความต้องการรถยนต์ในระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **สถานการณ์การขาดแคลนชิป:** ผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและการส่งออก * **แนวโน้มคำสั่งซื้อในไตรมาสถัดไป:** การเติบโตของรายได้จากการผลิตและรับจ้างประกอบ * **ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ท่ามกลางความผันผวนของราคา * **การปรับประมาณการการผลิตรถยนต์ทั้งปี:** จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ยานยนต์) * **ยอดผลิตรถยนต์:** ไตรมาส 2 ปี 2565 มียอดผลิต 390,033 คัน เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 8% จากการเปิดประเทศและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนยอดส่งออกต่างประเทศลดลง 4% จากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน * **ยอดผลิตสะสม 6 เดือน:** ยอดผลิตรวม 870,111 คัน เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 14% ขณะที่ยอดส่งออกต่างประเทศลดลง 5% * **สัดส่วนรายได้:** * ผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์: 45% (เพิ่มขึ้น 45% YoY) * รับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ: 42% (เพิ่มขึ้น 67% YoY) * จำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการ: 10% (เพิ่มขึ้น 136% YoY) * รายได้อื่น: 3% (เพิ่มขึ้น 193% YoY) * **ต้นทุนขายและบริการ:** สัดส่วนลดลงจาก 86% เป็น 77% ของรายได้ * **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร:** สัดส่วนลดลงจาก 13% เป็น 12% ของรายได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 4,086 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ เงินสด และเงินลงทุน * **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่าย * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 3,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 จากผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น * **สภาพคล่องทางการเงิน:** อยู่ในเกณฑ์ดี สินทรัพย์หมุนเวียนมากกว่าหนี้สินหมุนเวียน * **ความสามารถในการชำระหนี้:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่บริษัทไม่มีความเสี่ยงทางการเงิน * **ความสามารถทำกำไร:** อัตราผลตอบแทนจากกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ## สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ของบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 103 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้รวมที่เติบโตถึง 62% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในกลุ่มธุรกิจหลัก แม้จะมีความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนชิปและปัจจัยภายนอก แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้บริษัทฯ มีแนวโน้มที่ดีในการดำเนินงานต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SABINA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
840.99 ล้านบาท
↓ 6% YoY
กำไรขั้นต้น
452.59 ล้านบาท
↑ 1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
53.82 %
กำไรสุทธิ
110.68 ล้านบาท
↓ 2.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.16 %
D/E Ratio
0.30
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
841
↓ -6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
453
↑ + 1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
111
↓ -2.5% YoY
D/E Ratio
0.30

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SABINA

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
840.99
-6.02%
894.82
+3.19%
867.15
+3.97%
834.08
+3.86%
803.08
+6.01%
757.52
+146.95%
กำไรขั้นต้น
452.59
+0.96%
448.27
+0.89%
444.32
+7.43%
413.60
+6.81%
387.25
+1.62%
381.07
+145.37%
ค่าใช้จ่ายรวม
318.69
+3.95%
306.57
+4.22%
294.15
+5.50%
278.80
+3.92%
268.28
-8.14%
292.05
+153.17%
กำไรสุทธิ
110.68
-2.48%
113.49
+1.97%
111.30
+4.90%
106.10
+8.29%
97.97
+39.61%
70.17
+135.33%
กำไรต่อหุ้น
0.32
-2.45%
0.33
+2.19%
0.32
+4.92%
0.31
+8.16%
0.28
+39.60%
0.20
+135.31%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
53.82
+7.43%
50.10
-2.22%
51.24
+3.33%
49.59
+2.84%
48.22
-4.15%
50.31
-3.36%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
37.89
+10.60%
34.26
+1.00%
33.92
+1.47%
33.43
+0.06%
33.41
-13.33%
38.55
+13.25%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
13.16
+3.79%
12.68
-1.25%
12.84
+0.94%
12.72
+4.26%
12.20
+31.75%
9.26
-24.78%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
22.39
-10.73%
25.08
+1.25%
24.77
+9.75%
22.57
+39.06%
16.23
+7.20%
15.14
-43.13%
ROA(%)
20.32
-5.00%
21.39
+2.49%
20.87
+9.21%
19.11
+41.03%
13.55
+11.16%
12.19
-45.31%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.30
-31.82%
0.44
-18.52%
0.54
+14.89%
0.47
-2.08%
0.48
-14.29%
0.56
+16.67%
P/E
13.78
-9.28%
15.19
-22.74%
19.66
-0.66%
19.79
-23.38%
25.83
+10.53%
23.37
+10.76%
P/BV
3.29
-19.36%
4.08
-19.69%
5.08
+10.43%
4.60
+14.71%
4.01
-2.43%
4.11
-11.99%
BV
4.98
4.98
-1.78%
5.07
+0.20%
5.06
+2.43%
4.94
-0.40%
4.96
-2.75%
YIELD(%)
8.17
+24.73%
6.55
+40.56%
4.66
+27.67%
3.65
-9.65%
4.04
-30.70%
5.83
+33.41%
ราคาหุ้น
16.40
-19.21%
20.30
-21.17%
25.75
+10.52%
23.30
+17.68%
19.80
-2.94%
20.40
-14.29%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.30
ROE (%)
22.39
ROA (%)
20.32
Book Value/หุ้น
5.57

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SABINA

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,837.84
-12.69%
2,104.93
-7.84%
2,284.07
+3.79%
2,200.58
+2.59%
2,145.01
-0.82%
2,162.67
-10.15%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
559.56
+2.58%
545.47
-8.54%
596.42
+10.59%
539.29
-3.41%
558.31
-12.94%
641.28
+4.98%
รวมสินทรัพย์
2,397.40
-9.55%
2,650.41
-7.99%
2,880.49
+5.13%
2,739.87
+1.35%
2,703.31
-3.59%
2,803.94
-7.09%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
343.58
-41.08%
583.10
-25.12%
778.67
+16.13%
670.49
-5.69%
710.93
-16.63%
852.78
-17.57%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
213.90
-4.11%
223.08
-1.51%
226.51
+12.72%
200.95
+23.16%
163.16
+4.56%
156.05
+27.51%
รวมหนี้สิน
557.48
-30.85%
806.18
-19.80%
1,005.17
+15.35%
871.44
-0.30%
874.09
-13.36%
1,008.83
-12.80%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,839.92
-0.23%
1,844.23
-1.66%
1,875.32
+0.37%
1,868.43
+2.14%
1,829.22
+1.90%
1,795.11
-3.54%
D/E
0.30
0.44
0.54
0.47
0.48
0.56
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
22.39
25.08
24.77
22.57
16.23
15.14
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
20.32
21.39
20.87
19.11
13.55
12.19
อัตราส่วนสภาพคล่อง
5.35
3.61
2.93
3.28
3.02
2.54
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.33
1.29
0.97
1.36
1.07
0.59
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
36.99
33.36
0.00
0.00
58.27
58.44
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
254.57
269.42
0.00
0.00
361.30
355.20
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
21.45
21.34
0.00
0.00
48.90
69.33
วงจรเงินสด
270.11
281.44
0.00
0.00
370.67
344.31
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-626
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+86
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SABINA

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-625.85
+463.68%
-111.03
+2.86%
-107.94
-74.34%
-420.58
+96.15%
-214.42
-183.80%
255.88
+1.43%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
85.92
-180.95%
-106.14
-3.68%
-110.19
-187.70%
125.64
-427.19%
-38.40
-52.10%
-80.17
-42.81%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
572.22
+137.19%
241.25
-16.72%
289.70
-161.66%
-469.87
-1.94%
-479.16
+183.39%
-169.08
+88.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
33.81
+63.41%
20.69
-9.85%
22.95
-39.53%
37.95
+124.03%
16.94
+154.74%
6.65
-70.03%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
111.35
+6.52%
104.53
-11.24%
117.77
+47.54%
79.82
+26.94%
62.88
-3.48%
65.15
+7.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
130.26
+16.98%
111.35
+6.52%
104.53
-11.24%
117.77
+47.54%
79.82
+26.94%
62.88
-3.48%