บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
39.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=45399 out_tok=3151 at=2026-07-26T00:56:48 -->
# PTT กำไร Q3/2566 พุ่งกว่า 100% รับผลบวกธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรเคมี
## กำไรสุทธิโตแรงตาม EBITDA หนุนโดยกำไรสต็อกน้ำมันและ Market GRM ที่ดีขึ้น
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 (3Q2566) มีกำไรสุทธิ 31,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ EBITDA ที่ 58.2% YoY ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพลิกกลับมามีกำไรจากสต็อกน้ำมัน และส่วนต่างการกลั่น (Market GRM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PTT ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การพลิกกลับมามีกำไรจากสต็อกน้ำมันจำนวนมาก และส่วนต่างกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Market GRM) ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดย EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 58.2% YoY เป็น 146,025 ล้านบาท และกำไรสุทธิพุ่งสูงกว่า 100% YoY เป็น 31,297 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรจากสต็อกน้ำมัน:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่ม ปตท. มีกำไรจากสต็อกน้ำมันประมาณ 20,000 ล้านบาท พลิกกลับจากที่ขาดทุนประมาณ 25,000 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
* **Market GRM ที่ดีขึ้น:** ส่วนต่างกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Market GRM) เพิ่มขึ้นจาก 6.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลใน 3Q2565 เป็น 11.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลใน 3Q2566 ปัจจัยหลักมาจากส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันเตากับน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึง Crude Premium ที่ลดลง และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจปิโตรเคมี:** กลุ่มอะโรเมติกส์มีส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น และกลุ่มก๊าซธรรมชาติมีต้นทุนค่าเนื้อก๊าซฯ ที่ปรับลดลงตามราคา Pool Gas ทำให้ผลการดำเนินงานโดยรวมปรับตัวดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องจับตาความผันผวนของราคา commodity** ปัจจัยด้านกำไรสต็อกน้ำมันเป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด แต่ส่วนต่างการกลั่น (Market GRM) ที่ดีขึ้นจากการฟื้นตัวของความต้องการเดินทางในช่วงฤดูร้อน ประกอบกับอุปทานที่ตึงตัวของน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน รวมถึงโรงกลั่นใหม่ที่เริ่มเดินเครื่องล่าช้ากว่าแผน เป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อเนื่องในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคา commodity ในไตรมาส 4 ปี 2566 คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวในกรอบ 85-90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และค่าการกลั่นอ้างอิงสิงคโปร์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5 - 5.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจส่งผลให้ Market GRM ปรับลดลงจากไตรมาสนี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 31,297 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY และ 55.7% QoQ
* **EBITDA 146,025 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 58.2% YoY และ 57.7% QoQ
* **ธุรกิจโรงกลั่นพลิกมีกำไร:** กำไรจากสต็อกน้ำมันประมาณ 20,000 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 25,000 ล้านบาทในปีก่อน
* **Market GRM พุ่ง:** เพิ่มขึ้นจาก 6.8 เป็น 11.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล YoY
* **ธุรกิจปิโตรเคมีหนุน:** กลุ่มอะโรเมติกส์มีส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ธุรกิจก๊าซธรรมชาติฟื้นตัว:** ต้นทุนค่าเนื้อก๊าซฯ ลดลงตามราคา Pool Gas และปริมาณขายเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2566 (3Q2566):**
* **ยอดขาย:** 802,683 ล้านบาท ลดลง 9.3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 3.2% QoQ
* **EBITDA:** 146,025 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.2% YoY และ 57.7% QoQ
* **กำไรสุทธิ:** 31,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY และ 55.7% QoQ
**9 เดือนแรกปี 2566 (9M2566):**
* **ยอดขาย:** 2,337,438 ล้านบาท ลดลง 9.1% YoY
* **EBITDA:** 342,658 ล้านบาท ลดลง 17.6% YoY
* **กำไรสุทธิ:** 79,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและจีน:** ส่งผลดีต่อความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของต้นทุนค่าเนื้อก๊าซฯ และการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพช่วยหนุนผลกำไร
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยี AI เป็นการสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **นโยบายภาครัฐ:** การลดราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าในไตรมาส 4 ปี 2566 คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและ commodity:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (ตะวันออกกลาง, รัสเซีย-ยูเครน) และปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัท
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตใหม่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอาจกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์
* **กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคา Crude Premium และ Market GRM:** จะส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่น
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบจะส่งผลต่อกำไรจากสต็อก
* **อุปสงค์และอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี:** โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์
* **ต้นทุนค่าเนื้อก๊าซฯ และราคา Pool Gas:** จะส่งผลต่อผลประกอบการธุรกิจก๊าซธรรมชาติ
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** โดยเฉพาะโครงการ LNG Receiving Terminal 3 และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ EV
* **ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ:** ต่ออุปทานพลังงานและราคา commodity
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP):**
* **3Q2566:** รายได้ลดลง 11.6% YoY เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายลดลง โดยเฉพาะจากโครงการบงกชที่สิ้นสุดสัมปทาน และโครงการโอมานที่ลดสัดส่วนการขายก๊าซฯ EBITDA ลดลง 7.1% YoY กำไรจากการดำเนินงานลดลง 17.2% YoY
* **QoQ:** รายได้เพิ่มขึ้น 15.9% จากราคาขายและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากโครงการ G1/61 และโครงการมาเลเซีย แปลง เค
**ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ:**
* **3Q2566:** รายได้ลดลง 18.2% YoY เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลงตามราคา Pool Gas แม้ปริมาณขายก๊าซฯ เฉลี่ยเพิ่มขึ้น EBITDA เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY จากต้นทุนค่าเนื้อก๊าซฯ ที่ลดลง
* **QoQ:** รายได้ลดลง 8.3% จากปริมาณขายก๊าซฯ เฉลี่ยที่ลดลง แต่ EBITDA เพิ่มขึ้น 1.6% QoQ จากธุรกิจ NGV ที่มีต้นทุนลดลงและราคาขายเพิ่มขึ้น
**ธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก (OR):**
* **3Q2566:** รายได้ลดลง 1.6% YoY จากราคาขายที่ลดลง แต่ปริมาณขายภาพรวมเพิ่มขึ้น 7.5% YoY โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและดีเซล EBITDA และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่เพิ่มขึ้น
**ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ:**
* **3Q2566:** รายได้ลดลง 14.5% YoY จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ลดลง แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้นจากการนำเข้า LNG และการค้าน้ำมันดิบ/สำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น EBITDA และกำไรจากการดำเนินงานลดลง YoY และ QoQ จากกำไรต่อหน่วยที่ลดลง
**ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น:**
* **3Q2566:** รายได้ลดลง 8.9% YoY จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ลดลงในธุรกิจปิโตรเคมี และราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงในธุรกิจการกลั่น EBITDA และกำไรจากการดำเนินงานพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ YoY จากกำไรสต็อกน้ำมันและ Market GRM ที่ดีขึ้น
* **QoQ:** รายได้เพิ่มขึ้น 9.5% จากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจการกลั่น แม้ปริมาณขายลดลง EBITDA และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก QoQ จาก Market GRM ที่สูงขึ้น
**ธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน:**
* **3Q2566:** รายได้ลดลง 29.8% YoY จากโรงไฟฟ้า IPP และ SPP ของ GPSC ที่มีรายได้ลดลง แต่ EBITDA และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 19.0% และ 47.9% YoY ตามลำดับ จากกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 3,537,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น และที่ดินอาคารและอุปกรณ์
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 1,905,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 1,631,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% จากสิ้นปี 2565 จากกำไรสุทธิสะสม
* **กระแสเงินสด:** 9 เดือนแรกปี 2566 มีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 61,861 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 401,915 ล้านบาท กิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก 295,692 ล้านบาท กิจกรรมลงทุนใช้ไป 139,727 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 103,050 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PTT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงกว่า 100% YoY หนุนโดยธุรกิจโรงกลั่นที่พลิกกลับมามีกำไรจากสต็อกน้ำมันและส่วนต่างการกลั่นที่สูงขึ้น รวมถึงธุรกิจปิโตรเคมีที่ทำได้ดี แม้ภาพรวมรายได้จะลดลง YoY แต่การบริหารจัดการต้นทุนและปัจจัยบวกจากราคา commodity ในช่วงไตรมาสนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการโดดเด่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคา commodity และการแข่งขันในอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการในระยะถัดไป ขณะที่การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น พลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า ยังคงเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTT ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
654,590.13
ล้านบาท
↓ 10.8% YoY
กำไรขั้นต้น
64,356.58
ล้านบาท
↓ 20% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.83
%
กำไรสุทธิ
25,534.64
ล้านบาท
↑ 174.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.90
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
654,590
↓ -10.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
64,357
↓ -20%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
25,535
↑ + 174.2%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
7.92
ROA (%)
6.43
Book Value/หุ้น
41.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-108,252
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,569
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-108,251.97
-22.46%
|
-139,614.67
-38.08%
|
-225,476.55
-227.23%
|
177,226.32
-395.92%
|
-59,890.90
-127.40%
|
218,591.75
-17.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,569.05
-96.42%
|
71,678.74
-35.84%
|
111,714.98
+55.24%
|
71,962.90
-63.87%
|
199,195.25
-205.63%
|
-188,583.61
+0.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
134,633.86
+43.22%
|
94,007.96
+187.29%
|
32,722.55
-109.51%
|
-343,997.07
+114.90%
|
-160,072.42
-2,086.09%
|
8,059.68
-111.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
24,310.89
-230.40%
|
-18,642.96
-81.54%
|
-100,965.91
-2.73%
|
-103,796.39
+1,663.47%
|
-5,885.91
-114.90%
|
39,489.61
+10,926.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
405,138.73
-2.88%
|
417,133.81
+22.67%
|
340,054.26
+8.74%
|
312,730.12
-5.81%
|
332,032.07
+13.50%
|
292,542.46
+0.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
346,817.21
-14.40%
|
405,138.73
-2.88%
|
417,133.81
+22.67%
|
340,054.26
+8.74%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|