บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
39.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=35995 out_tok=2949 at=2026-07-26T01:33:23 -->
# PTT กำไร Q1/2565 ลดลง 7.2% รับผลขาดทุนตราสารอนุพันธ์พุ่ง
## รายได้และ EBITDA เติบโต แต่กำไรสุทธิหดตัว เหตุรายการพิเศษ-ต้นทุนพลังงานสูง
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มีกำไรสุทธิ 25,571 ล้านบาท ลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายและ EBITDA จะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่สูงขึ้นในกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ PTT ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) คือ **ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** โดยเฉพาะจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีมูลค่าถึง 48,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% จากไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ **ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก** ในกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐานก็เป็นอีกปัจจัยกดดัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์:** การเพิ่มขึ้นของราคาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าส่งผลให้ PTT และบริษัทย่อย เช่น PTTT, GC, PTTEP, TOP มีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม (Mark-to-market) ของสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุนพลังงานสูง:** กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าของ GPSC เผชิญกับต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่สูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้อัตรากำไรจากการขายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ประกอบกับปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำที่ปรับตัวลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์จะส่งผลกระทบอย่างมากในไตรมาสนี้ แต่โดยทั่วไปแล้วรายการเหล่านี้มักมีลักษณะเป็นการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม การที่ราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงและมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลก อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 7.2% QoQ:** อยู่ที่ 25,571 ล้านบาท จาก 27,544 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
* **EBITDA เติบโต 40.9% QoQ:** อยู่ที่ 142,701 ล้านบาท จาก 101,271 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น และกลุ่มสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 10.1% QoQ:** อยู่ที่ 758,465 ล้านบาท จาก 688,837 ล้านบาท
* **ค่าการกลั่น (Accounting GRM) พุ่งสูง:** เพิ่มขึ้นจาก 5.9 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล เป็น 8.8 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล จากกำไรสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนพลังงานสูงกดดันธุรกิจไฟฟ้า:** กลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐานมีผลการดำเนินงานลดลงจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 PTT มีรายได้จากการขายรวม 758,465 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 58.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก ประกอบกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
EBITDA ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 142,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.9% QoQ และ 38.5% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น โดยเฉพาะธุรกิจการกลั่นที่มีค่าการกลั่นทางบัญชี (Accounting GRM) สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ราคาขายและปริมาณขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 25,571 ล้านบาท ลดลง 7.2% QoQ และ 21.5% YoY แม้ EBITDA จะเติบโต สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่สูงขึ้นในกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน
## โอกาส
* **ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูง:** ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับสูงยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทั่วโลกช่วยกระตุ้นการบริโภคและการผลิต ส่งผลดีต่อปริมาณขายในหลายกลุ่มธุรกิจ
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** PTT ยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจ New S-curve เช่น ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และธุรกิจ Life Science ผ่านการร่วมทุนและการเข้าซื้อกิจการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยด้านอุปทาน-อุปสงค์ อาจส่งผลให้ราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมีมีความผันผวนสูง ซึ่งกระทบต่อผลประกอบการและมูลค่าตราสารอนุพันธ์
* **ต้นทุนพลังงานที่สูง:** ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจกดดันอัตรากำไรของธุรกิจไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะยาว
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์:** ติดตามสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และนโยบายของ OPEC+ ที่จะส่งผลต่อราคา
* **ผลกระทบจากรายการขาดทุนตราสารอนุพันธ์:** ประเมินว่ารายการขาดทุนนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ และมีมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างไร
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงในธุรกิจไฟฟ้า:** จับตาแนวโน้มราคาค่าก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน และผลกระทบต่ออัตรากำไรของ GPSC
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** ติดตามการลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น EV Battery และ Life Science
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ตรวจสอบแนวโน้มหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP):** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 59.4% YoY เป็น 68,149 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 27.2% และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 11.6% โดยหลักจากการเข้าซื้อโครงการโอมาน แปลง 61 และโครงการมาเลเซีย แปลง H เริ่มผลิต อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลง YoY เนื่องจากมีการรับรู้ขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น และภาษีเงินได้ที่สูงขึ้น
**ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 64.7% YoY เป็น 169,216 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตาม Pool Gas และราคาอ้างอิงน้ำมันเตา แม้ปริมาณขายก๊าซฯ จะลดลงเล็กน้อยจากการส่งมอบที่น้อยลงของผู้ผลิต และการที่ กฟผ. หันไปใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทน อย่างไรก็ตาม EBITDA ลดลง 10.4% YoY เนื่องจากต้นทุนค่าเนื้อก๊าซฯ ที่สูงขึ้นมากจากการนำเข้า LNG เพื่อทดแทนก๊าซฯ ในอ่าวที่ลดลง
**ธุรกิจถ่านหิน:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 48.8% YoY เป็น 4,651 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 46.1% แม้ปริมาณขายจะลดลง 6.7% จากนโยบายห้ามส่งออกของอินโดนีเซีย และการชะลอการนำเข้าของจีน EBITDA เพิ่มขึ้น 49.3% YoY จากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นตามราคาขาย
**ธุรกิจน้ำมัน (OR):** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 49.6% YoY เป็น 177,909 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามตลาดโลก และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 13.8% จากดีเซลที่ราคาขายปลีกยังต่ำกว่าแบรนด์อื่น และน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นจากการเดินทางที่ฟื้นตัว EBITDA เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.4% YoY โดยธุรกิจ Non-oil และธุรกิจต่างประเทศมีกำไรเพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจน้ำมัน EBITDA ลดลงจากการตรึงราคาขายปลีกดีเซล
**ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 61.0% YoY เป็น 361,248 ล้านบาท จากธุรกิจการกลั่นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจปิโตรเคมีที่ราคาผลิตภัณฑ์สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม EBITDA ลดลงเล็กน้อย YoY เนื่องจากผลการดำเนินงานธุรกิจปิโตรเคมีลดลงจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบที่ลดลง แม้ว่าธุรกิจการกลั่นจะดีขึ้นมาก
**ธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 60.2% YoY เป็น 28,954 ล้านบาท จาก GPSC ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้า IPP และ SPP อย่างไรก็ตาม EBITDA ลดลง 46.2% YoY จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่สูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 สินทรัพย์รวมของ PTT อยู่ที่ 3,315,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาและปริมาณผลิตภัณฑ์ รวมถึงเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,815,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการออกหุ้นกู้
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,500,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 26,702 ล้านบาท เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ดำเนินงานสุทธิเป็นจำนวนมาก ในขณะที่กระแสเงินสดสุทธิได้มาในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 130,895 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการรับเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.64 เท่า เป็น 0.73 เท่า สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน
## สรุปท้าย
PTT ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับปัจจัยกดดันจากผลขาดทุนตราสารอนุพันธ์ที่พุ่งสูง และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง แม้ว่ารายได้และ EBITDA จะเติบโตได้ดีจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาและต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองผลประกอบการในระยะต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
654,590.13
ล้านบาท
↓ 10.8% YoY
กำไรขั้นต้น
64,356.58
ล้านบาท
↓ 20% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.83
%
กำไรสุทธิ
25,534.64
ล้านบาท
↑ 174.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.90
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
654,590
↓ -10.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
64,357
↓ -20%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
25,535
↑ + 174.2%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
7.92
ROA (%)
6.43
Book Value/หุ้น
41.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-108,252
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,569
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-108,251.97
-22.46%
|
-139,614.67
-38.08%
|
-225,476.55
-227.23%
|
177,226.32
-395.92%
|
-59,890.90
-127.40%
|
218,591.75
-17.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,569.05
-96.42%
|
71,678.74
-35.84%
|
111,714.98
+55.24%
|
71,962.90
-63.87%
|
199,195.25
-205.63%
|
-188,583.61
+0.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
134,633.86
+43.22%
|
94,007.96
+187.29%
|
32,722.55
-109.51%
|
-343,997.07
+114.90%
|
-160,072.42
-2,086.09%
|
8,059.68
-111.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
24,310.89
-230.40%
|
-18,642.96
-81.54%
|
-100,965.91
-2.73%
|
-103,796.39
+1,663.47%
|
-5,885.91
-114.90%
|
39,489.61
+10,926.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
405,138.73
-2.88%
|
417,133.81
+22.67%
|
340,054.26
+8.74%
|
312,730.12
-5.81%
|
332,032.07
+13.50%
|
292,542.46
+0.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
346,817.21
-14.40%
|
405,138.73
-2.88%
|
417,133.81
+22.67%
|
340,054.26
+8.74%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|