บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
14.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10375 out_tok=2389 at=2026-07-26T01:15:56 -->
# PTL Q4/2565 กำไรสุทธิหดตัวแรง 101% รับผลขาดทุน FX-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมโต 11.27% แต่ต้นทุนพุ่ง 42.86% ฉุดกำไรสุทธิพลิกขาดทุน เผยปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจโลกชะลอ-ต้นทุนสาธารณูปโภค
บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้รวม 6,754.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 11.74 ล้านบาท เทียบกับกำไร 1,125.21 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PTL ในไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกจากกำไรมหาศาลมาเป็นขาดทุน คือ **ต้นทุนขายที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 40% และการกลับมาขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
**1) หัวใจคืออะไร**
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ PTL พลิกขาดทุนสุทธิ 11.74 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2565 มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นถึง 40.12%** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ **การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 654.58 ล้านบาท** ซึ่งต่างจากปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนถึง 286.57 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้ได้กลบผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 13.81% และกำไรจากตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น:** มาจากปริมาณการขายที่สูงขึ้นจากการเริ่มเดินเครื่องจักรสายการผลิต BOPP ใหม่ในอินโดนีเซีย และการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักอย่าง PTA (เมื่อเทียบกับปีก่อน) รวมถึงต้นทุนแปรสภาพที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติในตุรกี ซึ่งไม่สามารถผลักภาระให้ลูกค้าได้ทั้งหมด
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เกิดจากการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการแปลงค่าเงินกู้สกุลเงินยูโรและดอลลาร์สหรัฐฯ ในอินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดังกล่าว ซึ่งต่างจากปีก่อนที่บริษัทฯ มีกำไรจากการแปลงค่าเงิน
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยกดดันที่อาจบรรเทาลงในอนาคต ฝ่ายจัดการระบุว่าอุปสงค์ที่ชะลอตัวเป็นเพียง "ชั่วคราว" และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนสาธารณูปโภคในตุรกีก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้เป็นหลัก นอกจากนี้ ไตรมาส 4 มักเป็นช่วงอ่อนแอของบริษัทฯ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล อย่างไรก็ตาม การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอาจยังคงผันผวนตามสภาวะตลาดค่าเงิน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม:** 6,754.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.27% YoY
* **กำไรสุทธิ:** พลิกขาดทุน 11.74 ล้านบาท จากกำไร 1,125.21 ล้านบาท YoY (-101.04%)
* **EBITDA:** ลดลง 84.07% อยู่ที่ 250.30 ล้านบาท
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 40.12% อยู่ที่ 5,608.59 ล้านบาท
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** 654.58 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนมีกำไร 286.57 ล้านบาท
* **ปริมาณการขาย:** เพิ่มขึ้น 11.6% YoY อยู่ที่ 68,933 เมตริกตัน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2565 PTL มีรายได้จากการขาย 6,524.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นของราคาขายในบางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 40.12% เป็น 5,608.59 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก และเมื่อรวมกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 654.58 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนจากการดำเนินงาน 34.01 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 11.74 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 1,125.21 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* การเริ่มเดินเครื่องจักรสายการผลิต BOPP ใหม่ในอินโดนีเซีย ช่วยเพิ่มปริมาณการขาย
* การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดโลกเมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น
* การมีเครือข่ายทั่วโลกและความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มปริมาณในตลาดได้
## ความเสี่ยง
* การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรม
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* ต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่ผันผวนและอาจไม่สามารถส่งผ่านไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด
* การลดระดับสินค้าคงคลังของลูกค้าผ่านห่วงโซ่คุณค่า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอุปสงค์ในตลาดโลกและการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม
* ทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก เช่น PTA และ MEG
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และยูโร
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนค่าสาธารณูปโภค โดยเฉพาะในตุรกี
* ความคืบหน้าของโครงการลงทุนสายการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPET ชนิดบาง และ Offline Coater ในสหรัฐอเมริกา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการเริ่มเดินเครื่องจักรสายการผลิต BOPP ใหม่ในอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 11.6%
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงอุปสงค์ที่ชะลอตัวลงชั่วคราว
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ PTA เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ราคา MEG ลดลง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลขโดยตรง แต่จากตัวเลขต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับรายได้ สะท้อนถึง GPM ที่ลดลงอย่างมาก
* **การส่งออก:** บริษัทฯ มีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งบ่งชี้ถึงการพึ่งพาตลาดส่งออกเป็นหลัก
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และรูเปียอินโดนีเซีย แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร ส่งผลกระทบทั้งบวกและลบต่อการรวมงบการเงินของบริษัทย่อย
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 8.22% เป็น 5,458.15 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต สินค้าสำเร็จรูป และอะไหล่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 26,372.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.17% จากสิ้นปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 12,315.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 8.22% เป็น 5,458.15 ล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้การค้าลดลง 4.04% เป็น 3,872.08 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,280.38 ล้านบาท ลดลง 4.71% จากสิ้นปีก่อน โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงเล็กน้อย 0.64% เป็น 4,955.03 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 12.36% เป็น 2,325.36 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 19,092.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.53% จากสิ้นปีก่อน โดยมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรเพิ่มขึ้น 7.67% เป็น 16,886.01 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิไม่ได้ระบุเป็นตัวเลข แต่มีการกล่าวถึงเงินสดสุทธิที่ได้จากการดำเนินงานช่วยชดเชยการลงทุนและการจ่ายชำระหนี้
## สรุปท้าย
ผลประกอบการ PTL ในไตรมาส 4 ปี 2565 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนขายที่พุ่งสูงขึ้นและการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ แม้ปัจจัยกดดันบางส่วนอาจเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาวัตถุดิบยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปี 2566
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTL ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
20,440.13
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
กำไรขั้นต้น
2,219.75
ล้านบาท
↓ 29.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.86
%
กำไรสุทธิ
-177.36
ล้านบาท
↓ 115.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87
%
D/E Ratio
0.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20,440
↓ -9.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,220
↓ -29.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-177
↓ -115.4%
YoY
D/E Ratio
0.28
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.28
ROE (%)
-0.92
ROA (%)
-0.40
Book Value/หุ้น
21.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,630
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-967
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
1,630.03
-7.71%
|
1,766.15
|
— |
3,029.11
+69.09%
|
1,791.46
-54.61%
|
3,946.64
+37.88%
|
2,862.34
+21.38%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-967.39
-24.87%
|
-1,287.56
|
— |
-1,295.02
-15.49%
|
-1,532.45
-37.80%
|
-2,463.57
+49.26%
|
-1,650.50
+10.60%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-851.59
+310.50%
|
-207.45
|
— |
-1,622.17
-2,609.55%
|
64.64
-105.96%
|
-1,085.13
+37.55%
|
-788.90
-34.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-261.33
+14.55%
|
-228.13
|
— |
145.57
-69.77%
|
481.55
-6.59%
|
515.52
+47.99%
|
348.35
-173.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,395.18
-14.05%
|
1,623.31
-30.83%
|
— |
2,201.41
+28.00%
|
1,719.86
+42.80%
|
1,204.35
+40.70%
|
855.99
-35.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,133.86
-18.73%
|
1,395.18
-14.05%
|
— |
2,346.98
+6.61%
|
2,201.41
+28.00%
|
1,719.86
+42.80%
|
1,204.35
+40.70%
|