PTL
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PTL
บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
14.10
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10871 out_tok=2616 at=2026-07-26T01:21:40 --> # PTL Q4/64 กำไรพุ่ง 55% รับยอดขายโต-บาทอ่อนหนุน ## รายได้-กำไรโตตามปริมาณขายและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลบวกต่อการแปลงผลกำไร บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,125.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PTL ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การเติบโตของยอดขายทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 55.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรตามปกติหลังหักภาษีเพิ่มขึ้น 13.17% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **การเติบโตของยอดขาย** มาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 9.5% จากสายการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPP ใหม่ในอินโดนีเซียที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับการรับรู้ยอดขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นจากการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักและค่าขนส่ง นอกจากนี้ ธุรกิจหลักอย่างแผ่นฟิล์มบาง รวมถึงธุรกิจอื่นๆ เช่น แผ่นฟิล์มหนา ฟิล์มเป่าขึ้นรูป และฟิล์มเคลือบซิลิโคน รวมถึงการขายเม็ดพลาสติก PET ที่มีอัตรากำไรดีขึ้น ก็เป็นปัจจัยสนับสนุน **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน** เกิดจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินยูโรประมาณ 6%, สหรัฐอเมริกาประมาณ 4% และรูเปียอินโดนีเซียประมาณ 6% ซึ่งส่งผลดีต่อการแปลงผลกำไรของบริษัทย่อยในตุรกีและอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการปรับปรุงเงินกู้สกุลเงินต่างประเทศมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นจากการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้นอย่างมากจากค่าขนส่งขาออกที่เพิ่มขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลก ก็เป็นปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรอยู่บ้าง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน** โดยเฉพาะการเติบโตของยอดขายจากสายการผลิตใหม่ในอินโดนีเซียที่คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนทางการเงินในไตรมาสถัดไป และการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตจากโครงการลงทุนขนาดเล็กอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ผันผวน รวมถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโต 55.03% YoY** แตะ 1,125.21 ล้านบาท * **ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 52.79% YoY** เป็น 5,733.19 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นของราคาขาย * **EBITDA ตามปกติเพิ่มขึ้น 16.36% YoY** อยู่ที่ 1,250.80 ล้านบาท โดยมี EBITDA margin ที่ 21.82% * **โครงการแผ่นฟิล์ม BOPP ในอินโดนีเซียเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์** และมีส่วนร่วมในผลประกอบการ * **ค่าเงินบาทอ่อนค่า** ส่งผลบวกต่อการแปลงผลกำไรของบริษัทย่อยในต่างประเทศ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 4 ปี 2564 PTL มีรายได้จากการขายรวม 5,733.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 9.5% และราคาขายเฉลี่ยปรับสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีต้นทุนขายที่สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้นจากค่าขนส่งขาออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและอัตรากำไรที่ดีขึ้นในธุรกิจหลัก ประกอบกับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ตามปกติ เพิ่มขึ้น 16.36% เป็น 1,250.80 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้นถึง 55.03% เป็น 1,125.21 ล้านบาท ## โอกาส * **การขยายกำลังการผลิตในอินโดนีเซีย:** โครงการแผ่นฟิล์ม BOPP ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนทางการเงินในไตรมาสหน้า และมีศักยภาพในการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะยาว * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพ:** โครงการรีไซเคิลที่บริษัทอีโคบลู และโครงการลงทุนขนาดเล็กอื่นๆ ที่จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง (HVA) รวมถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ * **การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น จะช่วยรักษาอัตรากำไร ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เม็ดพลาสติก อาจผันผวนตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร * **ต้นทุนค่าขนส่ง:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และอัตราค่าระวางที่สูงขึ้นทั่วโลก ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขาย * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ในอนาคต * **ความล่าช้าของโครงการลงทุน:** โครงการแผ่นฟิล์ม BOPET ชนิดบางในสหรัฐอเมริกา มีความล่าช้าประมาณ 6-9 เดือน จากประมาณการเดิม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และต้นทุนทางการเงิน * **สภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลประกอบการจากโครงการ BOPP ในอินโดนีเซีย:** การบรรลุจุดคุ้มทุนและศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** ผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไร * **ความคืบหน้าโครงการ BOPET ในสหรัฐอเมริกา:** การบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความล่าช้าของโครงการ * **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบต่อผลกำไรจากการแปลงค่างบการเงิน * **การดำเนินงานของโครงการรีไซเคิล:** ศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย 9.5% และการเริ่มดำเนินการของสายการผลิตใหม่ในอินโดนีเซีย บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล order book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายและการเดินหน้าโครงการใหม่ๆ สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบหลักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น แต่ก็เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขายเช่นกัน * **GPM:** ไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin โดยตรง แต่มีการกล่าวถึงอัตรากำไรที่ดีขึ้นในธุรกิจหลักและธุรกิจอื่นๆ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวม * **การส่งออก:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ส่งผลบวกต่อการแปลงผลกำไรของบริษัทย่อยในต่างประเทศ * **ค่าเงิน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 53.18% โดยส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบและการเริ่มผลิตสายการผลิตใหม่ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 24,877.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.20% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 50.87% จากเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 54.48% เป็น 7,245.63 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับการดำเนินงาน การจ่ายเงินปันผล และการลงทุน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 14.94% เป็น 17,631.42 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน และกำไรจากการแปลงค่างบแสดงฐานะการเงินของบริษัทย่อย กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้มีการเติบโตที่ดี โดยมีเงินสดสุทธิได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ## สรุปท้าย PTL ในไตรมาส 4 ปี 2564 สามารถสร้างผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 55.03% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของยอดขายทั้งปริมาณและมูลค่า ประกอบกับการได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น โครงการใหม่ในอินโดนีเซียเริ่มสร้างผลตอบแทน และยังมีโอกาสจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และความคืบหน้าของโครงการลงทุนในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
20,440.13 ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
กำไรขั้นต้น
2,219.75 ล้านบาท
↓ 29.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.86 %
กำไรสุทธิ
-177.36 ล้านบาท
↓ 115.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87 %
D/E Ratio
0.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20,440
↓ -9.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,220
↓ -29.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-177
↓ -115.4% YoY
D/E Ratio
0.28

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
20,440.13
-9.29%
22,533.48
26,572.01
+21.13%
21,936.91
+44.39%
15,192.55
+7.56%
14,124.70
-7.46%
กำไรขั้นต้น
2,219.75
-29.24%
3,136.97
4,762.04
-23.75%
6,245.46
+32.57%
4,711.16
+43.56%
3,281.56
+2.45%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,850.10
+3.95%
1,779.83
2,432.24
-2.55%
2,495.93
+68.85%
1,478.17
+20.39%
1,227.81
-0.59%
กำไรสุทธิ
-177.36
-115.36%
1,155.03
2,095.97
-40.96%
3,549.79
+19.52%
2,970.00
+64.72%
1,803.08
-22.43%
กำไรต่อหุ้น
-0.20
-115.35%
1.28
2.33
-40.95%
3.94
+19.52%
3.30
+64.75%
2.00
-22.45%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
-100.00%
60.94
21.81
-94.46%
393.38
+961.73%
-45.65
-11.37%
-40.99
-109.84%
ROE(%)
-0.92
-115.78%
5.83
11.35
-47.09%
21.45
+1.71%
21.09
+1,278.43%
1.53
ROA(%)
-0.40
-106.60%
6.06
10.06
-44.57%
18.15
+3.01%
17.62
+852.43%
1.85
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.28
-12.50%
0.32
0.33
-23.26%
0.43
+38.71%
0.31
-3.13%
0.32
P/E
-100.00
-100.00
108.63
+1,893.21%
5.45
-25.95%
7.36
-29.84%
10.49
+109.80%
P/BV
0.66
+69.23%
0.39
0.46
-59.29%
1.13
-8.13%
1.23
-12.77%
1.41
+29.36%
BV
21.43
+0.47%
21.33
21.94
-2.05%
22.40
+15.52%
19.39
+20.96%
16.03
+20.16%
YIELD(%)
0.85
-82.14%
4.76
8.32
+60.31%
5.19
+23.57%
4.20
+45.83%
2.88
-34.69%
ราคาหุ้น
14.10
+67.86%
8.40
10.10
-60.00%
25.25
+6.09%
23.80
+5.31%
22.60
+55.86%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
10.86
-21.98%
13.92
17.92
-37.06%
28.47
-8.19%
31.01
+33.49%
23.23
+10.72%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
9.05
+14.56%
7.90
9.15
-19.60%
11.38
+16.96%
9.73
+11.97%
8.69
+7.42%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-0.87
-116.96%
5.13
7.89
-51.24%
16.18
-17.24%
19.55
+53.09%
12.77
-16.15%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.28
ROE (%)
-0.92
ROA (%)
-0.40
Book Value/หุ้น
21.43

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
10,717.79
-1.56%
10,887.81
-5.61%
11,591.85
-1.79%
11,803.58
+60.09%
7,372.89
+15.83%
6,365.54
+11.36%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
14,312.12
-5.23%
15,101.33
-1.34%
14,130.43
+2.70%
13,758.30
+8.71%
12,656.45
+13.77%
11,124.55
+9.77%
รวมสินทรัพย์
25,029.91
-3.69%
25,989.15
-3.17%
25,722.28
+0.63%
25,561.88
+27.62%
20,029.33
+14.52%
17,490.09
+10.34%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
4,882.14
+5.53%
4,626.23
+5.46%
4,333.43
-13.10%
4,986.74
+67.07%
2,984.83
+4.60%
2,853.70
-20.87%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
528.09
-67.81%
1,640.55
-21.52%
2,120.58
-20.08%
2,653.32
+55.59%
1,705.36
-0.54%
1,714.67
+170.36%
รวมหนี้สิน
5,410.23
-13.67%
6,266.78
-3.25%
6,454.01
-15.52%
7,640.06
+62.89%
4,690.19
+2.67%
4,568.37
+7.73%
รวมส่วนของเจ้าของ
19,619.68
-0.52%
19,722.36
-3.15%
19,104.91
+7.17%
17,921.82
+16.84%
15,339.14
+18.71%
12,921.72
+11.30%
D/E
0.28
0.32
0.34
0.43
0.31
0.35
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-0.92
5.83
11.35
21.45
21.09
1.53
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-0.40
6.06
10.06
18.15
17.62
1.85
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.20
2.35
2.67
2.37
2.47
2.63
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.99
1.06
1.39
1.27
1.39
1.29
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
61.80
58.12
0.00
0.00
52.69
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
107.23
100.15
0.00
0.00
93.90
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
44.08
48.03
0.00
0.00
46.20
0.00
วงจรเงินสด
124.94
110.24
0.00
0.00
100.39
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,630
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-967
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
1,630.03
-7.71%
1,766.15
3,029.11
+69.09%
1,791.46
-54.61%
3,946.64
+37.88%
2,862.34
+21.38%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-967.39
-24.87%
-1,287.56
-1,295.02
-15.49%
-1,532.45
-37.80%
-2,463.57
+49.26%
-1,650.50
+10.60%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-851.59
+310.50%
-207.45
-1,622.17
-2,609.55%
64.64
-105.96%
-1,085.13
+37.55%
-788.90
-34.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-261.33
+14.55%
-228.13
145.57
-69.77%
481.55
-6.59%
515.52
+47.99%
348.35
-173.47%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,395.18
-14.05%
1,623.31
-30.83%
2,201.41
+28.00%
1,719.86
+42.80%
1,204.35
+40.70%
855.99
-35.65%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,133.86
-18.73%
1,395.18
-14.05%
2,346.98
+6.61%
2,201.41
+28.00%
1,719.86
+42.80%
1,204.35
+40.70%