PTL
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PTL
บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
14.10
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10652 out_tok=2779 at=2026-07-26T01:06:18 --> # PTL กำไร Q2/2565 พุ่ง 77.7% รับยอดขายโต-บาทอ่อนหนุน ## รายได้-กำไรโตเด่น YoY จากปริมาณขายและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลบวกต่อผลประกอบการ บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,167.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลดีต่อการรับรู้กำไรของบริษัทย่อยในต่างประเทศ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PTL ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของปริมาณการขายที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการรับรู้ยอดขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นจากการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบ และผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง** โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 77.70% YoY ขณะที่รายได้จากการขายเติบโต 56.85% YoY ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 16.0% YoY โดยมีปัจจัยจากการเริ่มเดินกำลังการผลิตใหม่ และการใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ได้ดีขึ้น รวมถึงการรับรู้ปริมาณจากสายการผลิตรีไซเคิลใหม่ของ EcoBlue และสายการผลิต BOPP ใหม่ในอินโดนีเซีย * **ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น:** ยอดขายที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น PTA และการขายเม็ดพลาสติก PET ส่วนเกินที่เพิ่มขึ้น * **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 10%) และเงินรูเปียอินโดนีเซีย (ประมาณ 8%) ส่งผลบวกต่อการรวมกำไรของบริษัทย่อยในสหรัฐฯ และอินโดนีเซีย แม้จะถูกชดเชยบางส่วนจากการแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโร (ประมาณ 3%) สำหรับบริษัทย่อยในตุรกีและเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ ยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการแปลงค่าเงินกู้สกุลเงินยูโรและเงินบาท * **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบและปริมาณการขายที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากค่าขนส่งขาออกที่สูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ดี ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเติบโต 75.98% YoY ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการเติบโตของปริมาณการขายและการรับรู้ราคาขายที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวก แต่การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงเป็นแรงกดดันต่อต้นทุน นอกจากนี้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการระบุถึงการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ ในช่วงปี 2565-2566 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะถัดไป แต่ความต่อเนื่องของปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/2565 เติบโต 77.70% YoY แตะ 1,167.88 ล้านบาท** จาก 657.23 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขาย Q2/2565 เพิ่มขึ้น 56.85% YoY เป็น 7,013.46 ล้านบาท** จาก 4,471.42 ล้านบาท * **ปริมาณการขายแผ่นฟิล์ม Q2/2565 เพิ่มขึ้น 16.0% YoY** จากการเดินกำลังการผลิตใหม่และการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้น * **EBITDA ตามปกติ Q2/2565 เพิ่มขึ้น 18.85% YoY เป็น 1,355.05 ล้านบาท** โดยมี EBITDA margin ตามปกติอยู่ที่ 19.32% * **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อการรับรู้กำไรของบริษัทย่อยในต่างประเทศ * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 19.67% QoQ** เป็น 6,035.24 ล้านบาท จาก 5,043.35 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 PTL มีรายได้จากการขายรวม 7,013.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายแผ่นฟิล์ม 16.0% และการรับรู้ยอดขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นจากการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบ รวมถึงการรับรู้ยอดขายจากสายการผลิตรีไซเคิลใหม่ของ EcoBlue และสายการผลิต BOPP ใหม่ในอินโดนีเซีย ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 1,167.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.70% YoY เมื่อพิจารณา EBITDA ตามปกติ อยู่ที่ 1,355.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.85% YoY โดยมี EBITDA margin ตามปกติอยู่ที่ 19.32% ซึ่งปรับตัวดีขึ้น 618 bps เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ## โอกาส * **การขยายกำลังการผลิตและสายการผลิตใหม่:** การเริ่มเดินกำลังการผลิตใหม่และการรับรู้ยอดขายจากสายการผลิตรีไซเคิลของ EcoBlue และสายการผลิต BOPP ใหม่ในอินโดนีเซีย เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของปริมาณการขาย * **โครงการลงทุนในอนาคต:** โครงการลงทุนสายการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPET ชนิดบาง และ Offline Coater ในสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส 3 ปี 2566-67 และโครงการรีไซเคิล Polyolefin (PO) คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2565-2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสร้างรายได้ในอนาคต * **การอ่อนค่าของเงินบาท:** หากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง จะส่งผลบวกต่อผลประกอบการจากการแปลงค่าเงินของบริษัทย่อยในต่างประเทศ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น PTA มีแนวโน้มผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร * **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูง:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกส่งผลให้ค่าระวางการขนส่งสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขาย * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมแผ่นฟิล์มมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (PTA) และราคาเม็ดพลาสติก PET * ทิศทางค่าระวางการขนส่งระหว่างประเทศ และความพร้อมของตู้คอนเทนเนอร์ * ความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและอินโดนีเซีย * การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และยูโร * ระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ดีขึ้น และมีการเริ่มกำลังการผลิตใหม่ ซึ่งส่งผลดีต่อปริมาณการขาย * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นและยอดขายเฉลี่ยสูงขึ้น บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น PTA ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น แต่ก็สะท้อนไปที่ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นด้วย * **GPM:** แม้จะไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 75.98% YoY และ EBITDA margin ตามปกติเพิ่มขึ้น 618 bps บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการอัตรากำไรที่ดีขึ้น * **การส่งออก:** ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้ยอดขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น รวมถึงผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า สะท้อนถึงการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก * **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และรูเปียอินโดนีเซีย ส่งผลบวกต่อผลประกอบการ * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 19.67% QoQ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนรวม 13,781.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.76% จากเดือนมีนาคม 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (19.67%) และลูกหนี้การค้า (11.89%) ขณะที่หนี้สินหมุนเวียนรวมอยู่ที่ 5,813.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.58% จากเดือนมีนาคม 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า (46.50%) และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี (3.87%) อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.44 เท่า (หนี้สินรวม 8,477.31 ล้านบาท / ส่วนของผู้ถือหุ้น 19,222.17 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้มีแนวโน้มดีจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แต่ก็มีการใช้เงินสดไปกับการลงทุน (Capex) และการจ่ายชำระหนี้บางส่วน ## สรุปท้าย PTL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 77.70% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของปริมาณการขายที่แข็งแกร่ง การรับรู้ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นจากการปรับตัวของราคาวัตถุดิบ และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งที่สูง แต่การเดินหน้าโครงการลงทุนใหม่ๆ และการบริหารจัดการที่ดี ยังคงเป็นปัจจัยที่น่าจับตาสำหรับแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTL ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
20,440.13 ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
กำไรขั้นต้น
2,219.75 ล้านบาท
↓ 29.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.86 %
กำไรสุทธิ
-177.36 ล้านบาท
↓ 115.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87 %
D/E Ratio
0.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20,440
↓ -9.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,220
↓ -29.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-177
↓ -115.4% YoY
D/E Ratio
0.28

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
20,440.13
-9.29%
22,533.48
26,572.01
+21.13%
21,936.91
+44.39%
15,192.55
+7.56%
14,124.70
-7.46%
กำไรขั้นต้น
2,219.75
-29.24%
3,136.97
4,762.04
-23.75%
6,245.46
+32.57%
4,711.16
+43.56%
3,281.56
+2.45%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,850.10
+3.95%
1,779.83
2,432.24
-2.55%
2,495.93
+68.85%
1,478.17
+20.39%
1,227.81
-0.59%
กำไรสุทธิ
-177.36
-115.36%
1,155.03
2,095.97
-40.96%
3,549.79
+19.52%
2,970.00
+64.72%
1,803.08
-22.43%
กำไรต่อหุ้น
-0.20
-115.35%
1.28
2.33
-40.95%
3.94
+19.52%
3.30
+64.75%
2.00
-22.45%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
-100.00%
60.94
21.81
-94.46%
393.38
+961.73%
-45.65
-11.37%
-40.99
-109.84%
ROE(%)
-0.92
-115.78%
5.83
11.35
-47.09%
21.45
+1.71%
21.09
+1,278.43%
1.53
ROA(%)
-0.40
-106.60%
6.06
10.06
-44.57%
18.15
+3.01%
17.62
+852.43%
1.85
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.28
-12.50%
0.32
0.33
-23.26%
0.43
+38.71%
0.31
-3.13%
0.32
P/E
-100.00
-100.00
108.63
+1,893.21%
5.45
-25.95%
7.36
-29.84%
10.49
+109.80%
P/BV
0.66
+69.23%
0.39
0.46
-59.29%
1.13
-8.13%
1.23
-12.77%
1.41
+29.36%
BV
21.43
+0.47%
21.33
21.94
-2.05%
22.40
+15.52%
19.39
+20.96%
16.03
+20.16%
YIELD(%)
0.85
-82.14%
4.76
8.32
+60.31%
5.19
+23.57%
4.20
+45.83%
2.88
-34.69%
ราคาหุ้น
14.10
+67.86%
8.40
10.10
-60.00%
25.25
+6.09%
23.80
+5.31%
22.60
+55.86%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
10.86
-21.98%
13.92
17.92
-37.06%
28.47
-8.19%
31.01
+33.49%
23.23
+10.72%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
9.05
+14.56%
7.90
9.15
-19.60%
11.38
+16.96%
9.73
+11.97%
8.69
+7.42%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-0.87
-116.96%
5.13
7.89
-51.24%
16.18
-17.24%
19.55
+53.09%
12.77
-16.15%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.28
ROE (%)
-0.92
ROA (%)
-0.40
Book Value/หุ้น
21.43

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
10,717.79
-1.56%
10,887.81
-5.61%
11,591.85
-1.79%
11,803.58
+60.09%
7,372.89
+15.83%
6,365.54
+11.36%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
14,312.12
-5.23%
15,101.33
-1.34%
14,130.43
+2.70%
13,758.30
+8.71%
12,656.45
+13.77%
11,124.55
+9.77%
รวมสินทรัพย์
25,029.91
-3.69%
25,989.15
-3.17%
25,722.28
+0.63%
25,561.88
+27.62%
20,029.33
+14.52%
17,490.09
+10.34%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
4,882.14
+5.53%
4,626.23
+5.46%
4,333.43
-13.10%
4,986.74
+67.07%
2,984.83
+4.60%
2,853.70
-20.87%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
528.09
-67.81%
1,640.55
-21.52%
2,120.58
-20.08%
2,653.32
+55.59%
1,705.36
-0.54%
1,714.67
+170.36%
รวมหนี้สิน
5,410.23
-13.67%
6,266.78
-3.25%
6,454.01
-15.52%
7,640.06
+62.89%
4,690.19
+2.67%
4,568.37
+7.73%
รวมส่วนของเจ้าของ
19,619.68
-0.52%
19,722.36
-3.15%
19,104.91
+7.17%
17,921.82
+16.84%
15,339.14
+18.71%
12,921.72
+11.30%
D/E
0.28
0.32
0.34
0.43
0.31
0.35
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-0.92
5.83
11.35
21.45
21.09
1.53
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-0.40
6.06
10.06
18.15
17.62
1.85
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.20
2.35
2.67
2.37
2.47
2.63
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.99
1.06
1.39
1.27
1.39
1.29
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
61.80
58.12
0.00
0.00
52.69
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
107.23
100.15
0.00
0.00
93.90
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
44.08
48.03
0.00
0.00
46.20
0.00
วงจรเงินสด
124.94
110.24
0.00
0.00
100.39
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,630
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-967
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
1,630.03
-7.71%
1,766.15
3,029.11
+69.09%
1,791.46
-54.61%
3,946.64
+37.88%
2,862.34
+21.38%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-967.39
-24.87%
-1,287.56
-1,295.02
-15.49%
-1,532.45
-37.80%
-2,463.57
+49.26%
-1,650.50
+10.60%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-851.59
+310.50%
-207.45
-1,622.17
-2,609.55%
64.64
-105.96%
-1,085.13
+37.55%
-788.90
-34.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-261.33
+14.55%
-228.13
145.57
-69.77%
481.55
-6.59%
515.52
+47.99%
348.35
-173.47%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,395.18
-14.05%
1,623.31
-30.83%
2,201.41
+28.00%
1,719.86
+42.80%
1,204.35
+40.70%
855.99
-35.65%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,133.86
-18.73%
1,395.18
-14.05%
2,346.98
+6.61%
2,201.41
+28.00%
1,719.86
+42.80%
1,204.35
+40.70%