บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
14.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10027 out_tok=2754 at=2026-07-26T01:33:12 -->
# PTL Q1/2565 กำไรสุทธิหดตัว 46% สวนทางรายได้โตแรง รับผลขาดทุนค่าเงิน-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้โต 19% แต่กำไรสุทธิลดลง 46% YoY เหตุขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนขายพุ่งสูง
บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 64) มีรายได้จากการขายเติบโต 18.96% มาอยู่ที่ 4,471 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 46.12% เหลือ 657 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้มาจากรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PTL ในไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลง 46.12% YoY มาอยู่ที่ 657 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 18.96% เป็น 4,471 ล้านบาทนั้น มาจาก **รายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกจากกำไรในปีก่อนเป็นขาดทุนในไตรมาสนี้** ประกอบกับ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 161.4 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 328 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการปรับปรุงเงินกู้สกุลเงินยูโรในประเทศไทย อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินบาท เงินรูเปียอินโดนีเซีย และเงินเหรียญสหรัฐอเมริกา เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร ซึ่งส่วนหนึ่งถูกชดเชยด้วยกำไรจากการแปลงค่าเงินกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐอเมริกาจากการแข็งค่าของเงินรูเปียอินโดนีเซีย
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 21.14% เป็น 3,120 ล้านบาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการที่ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 6% เป็น 56,096 เมตริกตัน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มตามไปด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการระบุว่าผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสนี้เป็นรายการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized loss) จากการปรับปรุงเงินกู้ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นนั้น บริษัทได้พยายามปรับเพิ่มราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งหากสามารถทำได้ต่อเนื่องจะช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไรได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 18.96% YoY** มาอยู่ที่ 4,471 ล้านบาท จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 6% และการรับรู้ยอดขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ
* **กำไรสุทธิลดลง 46.12% YoY** เหลือ 657 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 161.4 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 328 ล้านบาท และต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 21.14%
* **EBITDA ตามปกติเพิ่มขึ้น 4.05% YoY** อยู่ที่ 1,140 ล้านบาท และ EBITDA margin อยู่ที่ 25.50%
* **ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้น 6% YoY** เป็น 56,096 เมตริกตัน โดยธุรกิจหลัก เช่น แผ่นฟิล์มบาง แผ่นฟิล์มหนา และฟิล์มเคลือบซิลิโคน มีผลงานดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 71.99%** ส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งขาออกที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลก
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8.51%** ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในปีที่แล้ว และการจัดการคลังสินค้าที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้จากการขายในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 18.96% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 4,471 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 6% และการปรับขึ้นราคาขายตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 46.12% เป็น 657 ล้านบาท เนื่องจากมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากในไตรมาสนี้ เทียบกับปีก่อนที่บันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบและปริมาณการขายที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้นจากค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การปรับเพิ่มราคาขาย:** บริษัทสามารถปรับเพิ่มราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับหนึ่ง
* **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจหลัก:** ธุรกิจแผ่นฟิล์มบาง แผ่นฟิล์มหนา และฟิล์มเคลือบซิลิโคน ยังคงมีปริมาณการขายที่เติบโต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้
* **โครงการลงทุน:** โครงการสายการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPP ในอินโดนีเซียคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในกันยายน 2564 และโครงการสายการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPET ชนิดบางในสหรัฐอเมริกาที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2565-2566 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เช่น ยูโร และการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อผลขาดทุน/กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูง:** ราคาวัตถุดิบหลักและค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนและอัตรากำไร
* **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** ส่งผลให้ค่าขนส่งขาออกสูงขึ้นและอาจกระทบต่อความสามารถในการส่งมอบสินค้า
* **ผลการดำเนินงานที่ลดลงในธุรกิจอื่น:** เช่น ฟิล์มเคลือบอัดขึ้นรูปคาสท์โพลิโพรพิลีนฟิล์ม, ฟิล์มขึ้นรูปด้วยการเป่า ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนจากธุรกิจหลัก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักและค่าระวางเรือในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
* ความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ในอินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกา
* สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 6% ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นและมีโครงการลงทุนใหม่ แสดงให้เห็นถึงความต้องการผลิตภัณฑ์
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบหลักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายสูงขึ้น
* **GPM:** แม้จะไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่รายได้โต 19% แต่กำไรสุทธิหด 46% บ่งชี้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันอย่างหนัก จากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่ารายได้
* **ส่งออก:** ค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้นส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งขาออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก บ่งชี้ถึงการพึ่งพาตลาดส่งออกและผลกระทบจากต้นทุนโลจิสติกส์
* **ค่าเงิน:** มีผลกระทบทั้งบวกและลบจากความผันผวนของค่าเงินบาทต่อสกุลเงินต่างๆ โดยในไตรมาสนี้มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไร
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 15.75% เป็น 3,341 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์การผลิตและการขายที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 16.66% เป็น 8,601 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน, ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นตามราคาขาย, และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 4.06% เป็น 13,169 ล้านบาท โดยมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่
* **หนี้สินหมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 10.05% เป็น 3,284 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 16.90% เป็น 1,993 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคารเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 12.54% เป็น 5,278 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 7.54% เป็น 16,492 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิในไตรมาส
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
PTL ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนที่สูงขึ้น แม้จะสามารถผลักดันรายได้จากการขายให้เติบโตได้ถึง 19% จากปริมาณการขายและราคาขายที่ปรับสูงขึ้น แต่ปัจจัยลบดังกล่าวได้บั่นทอนกำไรสุทธิจนหดตัวลงถึง 46% อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถปรับเพิ่มราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น และการเดินหน้าโครงการลงทุนใหม่ๆ ยังคงเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะต่อไปหรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
20,440.13
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
กำไรขั้นต้น
2,219.75
ล้านบาท
↓ 29.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.86
%
กำไรสุทธิ
-177.36
ล้านบาท
↓ 115.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87
%
D/E Ratio
0.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20,440
↓ -9.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,220
↓ -29.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-177
↓ -115.4%
YoY
D/E Ratio
0.28
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.28
ROE (%)
-0.92
ROA (%)
-0.40
Book Value/หุ้น
21.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,630
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-967
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
1,630.03
-7.71%
|
1,766.15
|
— |
3,029.11
+69.09%
|
1,791.46
-54.61%
|
3,946.64
+37.88%
|
2,862.34
+21.38%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-967.39
-24.87%
|
-1,287.56
|
— |
-1,295.02
-15.49%
|
-1,532.45
-37.80%
|
-2,463.57
+49.26%
|
-1,650.50
+10.60%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-851.59
+310.50%
|
-207.45
|
— |
-1,622.17
-2,609.55%
|
64.64
-105.96%
|
-1,085.13
+37.55%
|
-788.90
-34.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-261.33
+14.55%
|
-228.13
|
— |
145.57
-69.77%
|
481.55
-6.59%
|
515.52
+47.99%
|
348.35
-173.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,395.18
-14.05%
|
1,623.31
-30.83%
|
— |
2,201.41
+28.00%
|
1,719.86
+42.80%
|
1,204.35
+40.70%
|
855.99
-35.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,133.86
-18.73%
|
1,395.18
-14.05%
|
— |
2,346.98
+6.61%
|
2,201.41
+28.00%
|
1,719.86
+42.80%
|
1,204.35
+40.70%
|