บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
14.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10476 out_tok=2549 at=2026-07-26T01:38:16 -->
# PTL กำไร Q3/64 พุ่ง 171% รับยอดขายโต-บาทอ่อนหนุน
## รายได้-กำไร PTL ไตรมาส 3 เติบโตโดดเด่น จากราคาวัตถุดิบ-ค่าขนส่งพุ่ง ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลบวกต่อการรวมงบการเงินบริษัทย่อย
บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 792.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลดีต่อการรวมงบการเงินของบริษัทย่อยในต่างประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PTL ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 34.08% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน** ที่มีกำไร 38.48 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนในปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเติบโตถึง 170.71%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้** มาจากการที่ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 1% แต่ที่สำคัญกว่าคือ **มูลค่าการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 34%** ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้ยอดขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับค่าขนส่งที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ อัตรากำไรในธุรกิจหลัก เช่น แผ่นฟิล์มบาง แผ่นฟิล์มหนา ฟิล์มเป่า และฟิล์มเคลือบซิลิโคน ปรับตัวดีขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
ส่วน **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน** เกิดจากการที่เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินยูโร (ประมาณ 7.5%) และเงินรูเปียอินโดนีเซีย (ประมาณ 1.4%) ซึ่งส่งผลดีต่อการรวมกำไรของบริษัทย่อยในตุรกีและอินโดนีเซีย แม้ว่าจะถูกชดเชยบางส่วนจากผลกระทบเชิงลบจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐอเมริกา (ประมาณ 1.8%) ที่ส่งผลต่อบริษัทย่อยในสหรัฐอเมริกา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและราคาขายต่อไป ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทจะยังคงผันผวนตามปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทพยายามอย่างเต็มที่ในการเพิ่มราคาขายเพื่อครอบคลุมต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งหากทำได้สำเร็จ จะช่วยรักษาอัตรากำไรได้ในระดับหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 170.71% YoY** แตะ 792.77 ล้านบาท จาก 292.85 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต 34.08% YoY** สู่ 5,025.18 ล้านบาท จาก 3,747.98 ล้านบาท
* **ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% YoY** แต่ราคาขายเฉลี่ยปรับสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ดีขึ้น** ในธุรกิจหลัก จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
* **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน 38.48 ล้านบาท** ชดเชยขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายพุ่ง 97.36% YoY** หลักๆ จากค่าขนส่งขาออกที่สูงขึ้นมาก
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 5,025.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 37.06% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรในธุรกิจหลักปรับตัวดีขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 116.56% สู่ 1,170.33 ล้านบาท และส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 792.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 170.71% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** โครงการลงทุนสายการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPP ในอินโดนีเซีย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน 2564 และโครงการลงทุนสายการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPET ชนิดบางในสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในครึ่งปีหลังปี 2565-66
* **ธุรกิจรีไซเคิล:** โครงการพลาสติกรีไซเคิลของบริษัท อีโคบลู จำกัด คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาสนี้
* **ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (HVA):** การลงทุนขนาดเล็กในตุรกี ไทย และอินโดนีเซีย เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ HVA
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความพยายามในการเพิ่มราคาขายเพื่อครอบคลุมต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบต่อต้นทุนขาย
* **ค่าขนส่งระหว่างประเทศที่สูงขึ้น:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกส่งผลให้ค่าระวางการขนส่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ผลกระทบจากโควิด-19:** การระบาดของโรคยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เช่น การเดินทางของช่างเทคนิค และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ และบริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่:** โดยเฉพาะโครงการ BOPP ในอินโดนีเซีย และโครงการ BOPET ในสหรัฐอเมริกา ว่าจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ทิศทางค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินหลัก เช่น USD, EUR, IDR
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น 36.98% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2564 อาจส่งผลต่อต้นทุนการถือครอง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข utilization โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณการขายเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรในธุรกิจหลักดีขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างดี
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล order book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายและปริมาณการขายบ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบหลักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนขายและราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจหลักดีขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย
* **ส่งออก:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นอย่างมากจากค่าขนส่งขาออกที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป
* **ค่าเงิน:** มีผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับ EUR และ IDR แต่มีผลลบจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับ USD
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 36.98% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2564 โดยส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,798.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.82% จากสิ้นปีงบประมาณก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 35.05% จากเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,264.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.58% จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเจ้าหนี้การค้าที่สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.36 เท่า (คำนวณจาก 6,264.95 / 17,533.35) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีแนวโน้มดีขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ แต่ก็มีส่วนที่ใช้ไปกับการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า
## สรุปท้าย
PTL ในไตรมาส 3 ปี 2564 โชว์ผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 170% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการที่บริษัทสามารถบริหารจัดการราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นได้ ประกอบกับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้นและค่าขนส่งที่ผันผวนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา ขณะที่การลงทุนในโครงการใหม่ๆ ทั้งในอินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา และธุรกิจรีไซเคิลในไทย จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTL ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
20,440.13
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
กำไรขั้นต้น
2,219.75
ล้านบาท
↓ 29.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.86
%
กำไรสุทธิ
-177.36
ล้านบาท
↓ 115.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87
%
D/E Ratio
0.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20,440
↓ -9.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,220
↓ -29.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-177
↓ -115.4%
YoY
D/E Ratio
0.28
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.28
ROE (%)
-0.92
ROA (%)
-0.40
Book Value/หุ้น
21.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,630
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-967
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
1,630.03
-7.71%
|
1,766.15
|
— |
3,029.11
+69.09%
|
1,791.46
-54.61%
|
3,946.64
+37.88%
|
2,862.34
+21.38%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-967.39
-24.87%
|
-1,287.56
|
— |
-1,295.02
-15.49%
|
-1,532.45
-37.80%
|
-2,463.57
+49.26%
|
-1,650.50
+10.60%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-851.59
+310.50%
|
-207.45
|
— |
-1,622.17
-2,609.55%
|
64.64
-105.96%
|
-1,085.13
+37.55%
|
-788.90
-34.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-261.33
+14.55%
|
-228.13
|
— |
145.57
-69.77%
|
481.55
-6.59%
|
515.52
+47.99%
|
348.35
-173.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,395.18
-14.05%
|
1,623.31
-30.83%
|
— |
2,201.41
+28.00%
|
1,719.86
+42.80%
|
1,204.35
+40.70%
|
855.99
-35.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,133.86
-18.73%
|
1,395.18
-14.05%
|
— |
2,346.98
+6.61%
|
2,201.41
+28.00%
|
1,719.86
+42.80%
|
1,204.35
+40.70%
|