PTG
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PTG
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
8.30
0.05 (0.60%)

สรุปสั้น

ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วง Q4/64 โดยสาเหตุหลักมาจาก ค่าการตลาดของธุรกิจน้ํามันลดลง 35.1% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และลดลง 32.9% จากไตรมาสก่อน จากผลกระทบจากมาตรการขอความร่วมมือในการตรึงราคาขายปลีกน้ํามัน ดีเซลไม่เกิน 30 บาทของภาครัฐ ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ํามันให้เหมาะสม กับต้นทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้ส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทร่วมทุน เท่ากับ 47 ล้านบาท ลดลง 71.7% จาก ปีที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 35.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักมาจากโครงการ Palm Complex เนื่องจากในไตรมาสนี้ ราคาปาล์มมีความผันผวนและราคาอยู่ในระดับสูง เป็นผลให้ต้นทุนในการผลิตไบโอดีเซล สูงตามไปด้วย ประกอบ กับการเปลี่ยนแปลงนโยบายไบโอดีเซลของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทําให้ความต้องการไบโอดีเซลในประเทศลดลง

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25069 out_tok=3453 at=2026-07-26T01:15:45 --> # PTG Q4/2565 รายได้-กำไรโตแรง รับอานิสงส์ราคาน้ำมัน-ปริมาณขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ## รายได้-กำไรโตตามราคาพลังงาน ปริมาณขายน้ำมัน-LPG ทำสถิติใหม่ ฝ่ายจัดการเน้นขยาย Non-Oil บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2565 และภาพรวมทั้งปี 2565 โดยมีรายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจน้ำมันที่ได้รับอานิสงส์จากราคาขายปลีกที่สูงขึ้นและปริมาณการจำหน่ายที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil ก็เติบโตต่อเนื่องเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิทั้งปีปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบต้นทุนและรายการพิเศษบางประการ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PTG ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 34.1% เป็น 179,422 ล้านบาท** โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **ธุรกิจน้ำมัน (Oil)** ที่มีรายได้เติบโต 32.6% เป็น 169,944 ล้านบาท จากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5,316 ล้านลิตร (+5.9% YoY) และราคาขายปลีกเฉลี่ยที่สูงขึ้น 25.2% เป็น 31.94 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ **ธุรกิจ Non-Oil** ยังเติบโตโดดเด่นถึง 68.5% เป็น 9,478 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจก๊าซ LPG ที่ปริมาณการจำหน่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 497 ล้านลิตร (+62.4% YoY) และร้านกาแฟพันธุ์ไทยที่รายได้เติบโต 76.3% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของธุรกิจน้ำมันเป็นผลโดยตรงจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 การกลับมาของนักท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำมันโดยรวมสูงขึ้น โดยเฉพาะดีเซลที่เติบโต 10.4% จากมาตรการภาครัฐในการตรึงราคาและลดภาษีสรรพสามิต ขณะที่ราคาขายปลีกที่ปรับสูงขึ้นสะท้อนต้นทุนน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน สำหรับธุรกิจ Non-Oil การเติบโตของ LPG มาจากการฟื้นตัวของภาคขนส่งและครัวเรือน รวมถึงการใช้ LPG ทดแทนน้ำมันที่ราคาสูงขึ้น ส่วนธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยเติบโตจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและการส่งเสริมการขาย อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ **กำไรสุทธิปี 2565 กลับลดลง 6.3% เป็น 953 ล้านบาท** โดยมีปัจจัยกดดันจาก 1) การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้าที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปาล์มดิบและการปรับลดสัดส่วนไบโอดีเซล (B100) จาก B7 เป็น B5 ในช่วงเดือน ก.พ.-ต.ค. 2565 และ 2) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น 18.1% จากการสร้างมาตรฐานบริการใหม่ๆ และการขยายสาขาธุรกิจ Non-Oil ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในธุรกิจ Oil และ Non-Oil แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดันกำไร** * **ธุรกิจ Oil:** ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางคาดว่าจะเติบโต 8-12% ในปี 2566 จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน แม้จะมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว * **ธุรกิจ Non-Oil:** ตั้งเป้าเติบโตปริมาณการจำหน่าย LPG 40-60% และยอดขายธุรกิจ Non-Oil 80-90% ในปี 2566 โดยจะเน้นขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทยเป็น 1,500 สาขา และเพิ่มจำนวนสถานีบริการ LPG เป็น 574 สาขา รวมถึงการขยายธุรกิจอื่นๆ เช่น Max Mart และ Autobacs * **กำไร:** สัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20-30% ในปี 2566 ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรโดยรวม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันจากต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบและค่าใช้จ่าย SG&A ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 34.1% แตะ 179,422 ล้านบาท** จากปริมาณขายน้ำมันสูงสุดเป็นประวัติการณ์และราคาขายที่สูงขึ้น * **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 6.3% เป็น 953 ล้านบาท** แม้รายได้เติบโต จากผลกระทบต้นทุนน้ำมันปาล์มและค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น * **ธุรกิจ Non-Oil เติบโตโดดเด่น 68.5%** โดยเฉพาะก๊าซ LPG และร้านกาแฟพันธุ์ไทย * **ไตรมาส 4/2565 กำไรสุทธิฟื้นตัว 103.1% YoY เป็น 3 ล้านบาท** แต่ลดลง 98.6% QoQ จากผลกระทบค่าการตลาดน้ำมันที่ลดลง * **แผนปี 2566 ตั้งเป้าเติบโตปริมาณขายน้ำมัน 8-12%** และ Non-Oil 40-60% (LPG) และ 80-90% (ยอดขาย Non-Oil) * **งบลงทุนปี 2566 คาด 5,000-6,000 ล้านบาท** เน้นขยายสาขาและพัฒนาธุรกิจ Non-Oil ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 PTG มีรายได้จากการขายและบริการรวม 179,422 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% จากปีก่อนหน้า โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจ Oil ที่ 169,944 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% จากปริมาณการจำหน่ายที่เติบโต 5.9% และราคาขายที่สูงขึ้น 25.2% ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil เติบโตอย่างก้าวกระโดด 68.5% เป็น 9,478 ล้านบาท กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 18.5% เป็น 12,008 ล้านบาท โดยธุรกิจ Oil ยังคงมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นสูงสุดที่ 81.5% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 953 ล้านบาท ลดลง 6.3% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น สำหรับไตรมาส 4/2565 รายได้รวมอยู่ที่ 48,975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% YoY และ 8.4% QoQ โดยธุรกิจ Oil มีรายได้ 46,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6% YoY และ 8.0% QoQ ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil เติบโต 64.1% YoY เป็น 2,948 ล้านบาท กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 38.7% YoY เป็น 2,879 ล้านบาท แต่ลดลง 7.8% QoQ เนื่องจากกำไรขั้นต้นธุรกิจ Oil ลดลงจากค่าการตลาดที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.1% YoY แต่ลดลง 98.6% QoQ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง * **การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil:** โดยเฉพาะก๊าซ LPG และร้านกาแฟพันธุ์ไทย ที่มีแผนขยายสาขาและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง * **การขยายธุรกิจพลังงานทดแทน:** เช่น โครงการโซลาร์รูฟท็อป และสถานีชาร์จ EV เพื่อรองรับเทรนด์พลังงานสะอาด * **การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล:** การเปิดตัวแอปพลิเคชัน Max Me และการพัฒนา O2O Platform เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้น * **การขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์:** โดยเฉพาะร้านกาแฟพันธุ์ไทย เพื่อเร่งการเติบโตและลดภาระการลงทุน ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบและน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไร * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภาครัฐ:** เช่น นโยบายพลังงาน การจัดเก็บภาษีคาร์บอน หรือการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง * **การแข่งขันในธุรกิจ Non-Oil:** โดยเฉพาะธุรกิจร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อที่มีการแข่งขันสูง * **ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและภัยคุกคามทางไซเบอร์:** การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและการรักษาความปลอดภัยของระบบข้อมูล * **ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ:** ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุนในระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มค่าการตลาดน้ำมัน:** โดยเฉพาะผลกระทบจากการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของภาครัฐ * **การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil:** โดยเฉพาะการขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทยและปริมาณการจำหน่าย LPG * **ผลกระทบจากราคาน้ำมันปาล์มดิบ:** ต่อส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A):** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ * **ความคืบหน้าโครงการพลังงานทดแทน:** เช่น โซลาร์รูฟท็อป และสถานีชาร์จ EV * **การตอบรับของแอปพลิเคชัน Max Me:** และการแปลงฐานสมาชิก PT Max Card สู่ระบบดิจิทัล ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **ธุรกิจ Oil:** * **ราคาขายปลีกเฉลี่ย:** ไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 32.69 บาท/ลิตร (+17.6% YoY, -1.9% QoQ) * **ปริมาณการจำหน่ายรวม:** ไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 1,407 ล้านลิตร (+9.4% YoY, +10.1% QoQ) โดยปริมาณขายปลีกผ่านสถานี PT เพิ่มขึ้น 10.5% YoY * **จำนวนสถานีบริการ:** รวม 2,149 สถานี (+3.0% YoY, +0.8% QoQ) * **กำไรขั้นต้นธุรกิจ Oil:** ไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 2,228 ล้านบาท (+37.4% YoY, -12.4% QoQ) โดยลดลง QoQ จากค่าการตลาดที่ลดลง 20.4% * **ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบ WTI:** ไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 82.44 ดอลลาร์/บาร์เรล (+6.9% YoY, -10.3% QoQ) **ธุรกิจ Non-Oil:** * **ธุรกิจก๊าซ LPG:** ปริมาณการจำหน่ายรวมไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 139 ล้านลิตร (+36.0% YoY, +5.4% QoQ) โดยสถานี Auto LPG เติบโต 49.4% YoY และมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ที่ 25.7% * **ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย:** รายได้เติบโต 101.1% YoY เป็น 251 ล้านบาท จากการขยายสาขาเป็น 511 สาขา (+60.7% YoY) * **จำนวนสาขา Non-Oil รวม:** 1,526 สาขา (+36.1% YoY) * **กำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil:** ไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 651 ล้านบาท (+43.0% YoY, +11.9% QoQ) สัดส่วนกำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 22.6% ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 45,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากปีก่อน โดยหลักจากที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสถานีบริการและธุรกิจ Non-Oil แต่ลดลงจากสินทรัพย์สิทธิการใช้ หนี้สินรวมอยู่ที่ 36,860 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากปีก่อน โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น หักลบด้วยเงินกู้ยืมระยะยาวที่ลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8,275 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากปีก่อน กระแสเงินสดจากการดำเนินงานรับสุทธิ 6,585 ล้านบาท ขณะที่เงินสดจ่ายจากการลงทุนซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนอยู่ที่ 2,479 ล้านบาท และจ่ายชำระหนี้ตามสัญญาเช่า 686 ล้านบาท ทำให้มีเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 369 ล้านบาท ## สรุปท้าย PTG โชว์ผลประกอบการปี 2565 ที่แข็งแกร่งในแง่รายได้ จากการเติบโตของธุรกิจน้ำมันที่ทำสถิติปริมาณขายสูงสุดใหม่และราคาขายที่สูงขึ้น ประกอบกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจ Non-Oil โดยเฉพาะก๊าซ LPG และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2565 ปรับลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบต้นทุนน้ำมันปาล์มและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายจัดการมีแผนขยายธุรกิจ Non-Oil และพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่องในปี 2566 โดยตั้งเป้าการเติบโตที่ชัดเจน แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านราคาพลังงานและความผันผวนของต้นทุนที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
56,808.30 ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,697.58 ล้านบาท
↑ 23.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.27 %
กำไรสุทธิ
314.29 ล้านบาท
↑ 37.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.55 %
D/E Ratio
4.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
56,808
↓ -3.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,698
↑ + 23.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
314
↑ + 37.6% YoY
D/E Ratio
4.11

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
56,808.30
-3.33%
58,763.82
+18.52%
49,579.70
+1.12%
49,029.84
+30.23%
37,649.86
+35.64%
27,756.29
-10.62%
กำไรขั้นต้น —
4,697.58
+23.34%
3,808.74
+5.28%
3,617.80
+25.68%
2,878.60
+38.69%
2,075.51
-28.52%
2,903.49
+16.07%
ค่าใช้จ่ายรวม —
717.62
+117.03%
-4,212.81
-247.51%
2,856.01
+10.60%
2,582.29
+26.78%
2,036.76
-3.10%
2,102.00
+1.34%
กำไรสุทธิ —
314.29
+37.61%
228.39
-57.37%
535.79
+14,892.52%
-3.62
+95.77%
-85.72
-112.76%
671.80
+88.46%
กำไรต่อหุ้น —
0.19
+37.23%
0.14
-57.32%
0.32
+16,150.00%
0.00
+96.08%
-0.05
-112.69%
0.40
+88.73%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
8.27
+27.62%
6.48
-11.23%
7.30
+24.36%
5.87
+6.53%
5.51
-47.32%
10.46
+29.78%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
1.26
+117.57%
-7.17
-224.48%
5.76
+9.30%
5.27
-2.59%
5.41
-28.53%
7.57
+13.32%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
0.55
+41.03%
0.39
-63.89%
1.08
+10,900.00%
-0.01
+95.65%
-0.23
-109.50%
2.42
+110.43%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.19
-52.50%
0.40
-99.76%
165.68
-1.22%
167.72
0.00
0.00
ROE(%) —
10.71
-6.54%
11.46
+2.78%
11.15
-3.04%
11.50
-8.73%
12.60
-51.67%
26.07
+69.07%
ROA(%) —
4.67
-10.71%
5.23
+2.35%
5.11
-6.24%
5.45
-1.62%
5.54
-47.83%
10.62
+80.61%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
4.11
-10.26%
4.58
+7.51%
4.26
-4.27%
4.45
+0.91%
4.41
+3.28%
4.27
-2.95%
P/E —
12.67
+23.01%
10.30
-71.48%
36.11
+27.06%
28.42
+98.74%
14.30
-14.98%
16.82
-13.61%
P/BV —
1.27
-16.99%
1.53
-13.56%
1.77
-37.23%
2.82
-8.44%
3.08
-12.25%
3.51
-17.80%
BV —
5.60
+4.28%
5.37
+8.27%
4.96
-3.50%
5.14
+4.90%
4.90
+8.17%
4.53
+20.16%
YIELD(%) —
4.93
+15.46%
4.27
-6.56%
4.57
+165.70%
1.72
-48.04%
3.31
+31.35%
2.52
+103.23%
ราคาหุ้น —
7.10
-13.41%
8.20
-6.29%
8.75
-39.66%
14.50
-3.97%
15.10
-5.03%
15.90
-1.24%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.11
ROE (%)
10.71
ROA (%)
4.67
Book Value/หุ้น
5.58

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
8,405.33
+5.49%
7,967.91
+1.65%
7,838.36
+52.96%
5,124.57
+5.47%
4,858.95
+25.92%
3,858.64
-20.44%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
48,286.10
+10.28%
43,784.50
+12.00%
39,093.51
-2.29%
40,010.30
+1.23%
39,525.25
+3.53%
38,178.76
+114.47%
รวมสินทรัพย์ —
56,691.43
+9.54%
51,752.41
+10.27%
46,931.86
+3.98%
45,134.87
+1.69%
44,384.20
+5.58%
42,037.40
+85.58%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
21,408.93
+2.94%
20,796.72
+28.30%
16,209.73
+19.19%
13,599.39
+9.23%
12,449.73
+46.71%
8,485.87
-26.94%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
24,185.01
+11.59%
21,673.75
-0.56%
21,796.35
-6.29%
23,260.38
-2.00%
23,734.63
-7.18%
25,571.61
+490.56%
รวมหนี้สิน —
45,593.94
+7.35%
42,470.47
+11.75%
38,006.08
+3.11%
36,859.78
+1.87%
36,184.36
+6.24%
34,057.48
+113.60%
รวมส่วนของเจ้าของ —
11,097.49
+19.56%
9,281.94
+3.99%
8,925.78
+7.86%
8,275.09
+0.92%
8,199.84
+2.76%
7,979.92
+18.97%
D/E —
4.11
4.58
4.26
4.45
4.41
4.27
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.71
11.46
11.15
11.50
12.60
26.07
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.67
5.23
5.11
5.45
5.54
10.62
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.39
0.38
0.48
0.38
0.39
0.45
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.22
0.17
0.28
0.22
0.19
0.17
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
2.49
2.05
0.00
0.00
1.67
3.01
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
7.01
6.59
0.00
0.00
6.39
8.37
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
22.10
19.57
0.00
0.00
14.64
18.86
วงจรเงินสด —
-12.60
-10.93
0.00
0.00
-6.59
-7.48
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,978
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-6,216.21
+327.80%
-1,453.07
-287.66%
774.29
-137.75%
-2,050.88
-27.57%
-2,831.68
+99.17%
-1,421.75
+156.09%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
4,977.75
+75.22%
2,840.80
+118.10%
1,302.50
-17.47%
1,578.22
+105.83%
766.76
-42.13%
1,324.89
-41.29%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
757.49
-155.06%
-1,375.67
-500.80%
343.23
-72.50%
1,248.12
-39.61%
2,066.71
+44.37%
1,431.56
-181.68%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-480.97
-777.23%
71.02
-97.07%
2,420.01
+212.07%
775.47
+43,465.73%
1.78
-99.87%
1,334.71
-2,711.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,212.38
-34.56%
3,380.66
+63.24%
2,071.03
+21.72%
1,701.45
+80.67%
941.73
-9.20%
1,037.14
+4.15%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
3,111.29
+40.63%
2,212.38
-34.56%
3,380.66
+63.24%
2,071.03
+21.72%
1,701.45
+80.67%
941.73
-9.20%