บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วง Q4/64 โดยสาเหตุหลักมาจาก ค่าการตลาดของธุรกิจน้ํามันลดลง 35.1% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และลดลง 32.9% จากไตรมาสก่อน จากผลกระทบจากมาตรการขอความร่วมมือในการตรึงราคาขายปลีกน้ํามัน ดีเซลไม่เกิน 30 บาทของภาครัฐ ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ํามันให้เหมาะสม กับต้นทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงได้
นอกจากนี้ส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทร่วมทุน เท่ากับ 47 ล้านบาท ลดลง 71.7% จาก ปีที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 35.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักมาจากโครงการ Palm Complex เนื่องจากในไตรมาสนี้ ราคาปาล์มมีความผันผวนและราคาอยู่ในระดับสูง เป็นผลให้ต้นทุนในการผลิตไบโอดีเซล สูงตามไปด้วย ประกอบ กับการเปลี่ยนแปลงนโยบายไบโอดีเซลของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทําให้ความต้องการไบโอดีเซลในประเทศลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=21448 out_tok=3260 at=2026-07-26T00:56:22 -->
# PTG กำไรสุทธิ Q3/66 ดิ่ง 86.9% YoY รับผลกระทบราคาดีเซล-ฤดูกาล
## รายได้รวมโต 5.3% แต่กำไรขั้นต้น Oil หด 7.6% ขณะ Non-Oil ยังแกร่ง
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 47,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 86.9% YoY มาอยู่ที่ 24 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากมาตรการภาครัฐในการลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ประกอบกับปัจจัยทางฤดูกาลที่ส่งผลต่อปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ PTG ในไตรมาส 3/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมาก คือ **กำไรขั้นต้นในธุรกิจ Oil ที่ลดลงถึง 7.6% YoY** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลงถึง 86.9% YoY แม้ว่ารายได้รวมจะยังเติบโตได้ 5.3% YoY ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของกำไรขั้นต้นในธุรกิจ Oil เกิดจากหลายปัจจัยประการหลัก ได้แก่:
* **มาตรการภาครัฐ:** การปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลง 2.00 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2566 เป็นต้นไป กดดันราคาขายปลีกและส่งผลต่อส่วนต่างกำไรโดยตรง
* **ปัจจัยทางฤดูกาล:** ไตรมาส 3 เป็นช่วงฤดูมรสุม ทำให้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการลดลง 6.4% QoQ และปริมาณการจำหน่ายรวมลดลง 8.3% QoQ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณขายโดยรวม
* **การบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน:** ในบางช่วงของไตรมาส 2/2566 การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อลิตรในไตรมาสก่อนหน้าลดลง และส่งผลต่อเนื่องมาถึงไตรมาสนี้
* **การรับรู้ผลการดำเนินงานในกิจการร่วมค้า:** มีการรับรู้ผลการดำเนินงานในกิจการร่วมค้าลดลงจากผลกระทบของราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่ปรับตัวลดลงประมาณ 5% QoQ
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตได้ดี โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 21.0% YoY และ 8.4% QoQ ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจ Oil ได้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามปัจจัยกดดันต่อเนื่อง**
มาตรการลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลของภาครัฐมีผลถึงสิ้นปี 2566 ซึ่งจะยังคงกดดันกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Oil ในไตรมาส 4/2566 อย่างต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยทางฤดูกาลจะคลี่คลายลงเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีซึ่งเป็น High Season อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันที่สอดคล้องกับราคาหน้าโรงกลั่นมากขึ้น และการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจ Non-Oil จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 ลดลง 86.9% YoY เหลือ 24 ล้านบาท** จากผลกระทบราคาขายปลีกดีเซลและปัจจัยฤดูกาล
* **รายได้รวม Q3/66 เพิ่มขึ้น 5.3% YoY เป็น 47,548 ล้านบาท** โดยธุรกิจ Oil เติบโต 3.5% YoY และ Non-Oil เติบโต 34.7% YoY
* **กำไรขั้นต้นธุรกิจ Oil ลดลง 7.6% YoY** เป็น 2,348 ล้านบาท จากมาตรการภาครัฐและปริมาณขายที่ลดลง QoQ
* **กำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil เติบโต 21.0% YoY** เป็น 704 ล้านบาท จากธุรกิจ LPG และกาแฟพันธุ์ไทยที่เติบโตต่อเนื่อง
* **EBITDA Q3/66 ลดลง 11.1% YoY** เหลือ 1,212 ล้านบาท
* **จำนวนสถานีบริการน้ำมัน PT เพิ่มขึ้น 2.1% YoY เป็น 2,176 สถานี**
* **จำนวนสาขาธุรกิจ Non-Oil รวม 1,892 สาขา เพิ่มขึ้น 35.1% YoY** โดยเฉพาะร้านกาแฟพันธุ์ไทยที่เพิ่มขึ้น 64.0% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 PTG มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 47,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 6.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากธุรกิจ Oil อยู่ที่ 44,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% YoY แต่ลดลง 7.1% QoQ ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Non-Oil เติบโตอย่างโดดเด่น 34.7% YoY เป็น 3,442 ล้านบาท
ต้นทุนการขายและการให้บริการอยู่ที่ 44,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% YoY และลดลง 6.7% QoQ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 3,052 ล้านบาท ลดลง 2.3% YoY และ 1.1% QoQ โดยกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Oil ลดลง 7.6% YoY เป็น 2,348 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้น 21.0% YoY เป็น 704 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 8.5% YoY เป็น 2,787 ล้านบาท โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสำธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ
EBITDA ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 1,212 ล้านบาท ลดลง 11.1% YoY และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 86.9% YoY มาอยู่ที่ 24 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 149,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% YoY โดยธุรกิจ Oil เติบโต 12.5% YoY และ Non-Oil เติบโต 52.0% YoY กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 1.9% YoY เป็น 9,304 ล้านบาท โดยกำไรขั้นต้น Non-Oil เติบโต 26.7% YoY ขณะที่ธุรกิจ Oil ลดลง 3.2% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลง 55.4% YoY เหลือ 424 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil:** ธุรกิจ Non-Oil ยังคงเป็นดาวเด่น โดยเฉพาะธุรกิจก๊าซ LPG ที่ปริมาณการจำหน่ายสร้างสถิติต่อเนื่อง และธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่ขยายสาขาอย่างรวดเร็วและมี Same-Store-Sales เติบโตดี
* **การขยายสถานีบริการ:** บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายสถานีบริการน้ำมัน PT และสาขาธุรกิจ Non-Oil อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายขยายสถานีบริการน้ำมัน PT เป็น 2,206 สถานี และสาขา Non-Oil รวม 2,148 สาขาในปี 2566
* **การส่งเสริมการตลาดและบัตรสมาชิก:** การใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าผู้ถือบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus ผ่านสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ช่วยกระตุ้นการใช้บริการและสร้างความภักดี
* **พลังงานทางเลือก:** การลงทุนในสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging) สะท้อนการปรับตัวรับเทรนด์พลังงานแห่งอนาคต
## ความเสี่ยง
* **นโยบายภาครัฐ:** มาตรการควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะดีเซลยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Oil
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซ LPG ในตลาดโลกส่งผลกระทบต่อต้นทุนและส่วนต่างกำไร
* **ปัจจัยทางฤดูกาล:** ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี
* **การแข่งขันในธุรกิจ Non-Oil:** แม้จะเติบโตได้ดี แต่ธุรกิจ Non-Oil ก็มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อ
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภคน้ำมัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลกระทบจากมาตรการลดราคาดีเซล:** ติดตามผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Oil ในไตรมาส 4/2566 และปี 2567
* **การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil:** ประเมินความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้น โดยเฉพาะธุรกิจก๊าซ LPG และกาแฟพันธุ์ไทย
* **การขยายสาขาและการลงทุน:** ติดตามความคืบหน้าของการขยายสาขาตามเป้าหมาย และการบริหารจัดการงบลงทุน (CAPEX) ที่ปรับลดลง
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** การบริหารจัดการสต็อกน้ำมันให้สอดคล้องกับปริมาณการจำหน่ายและราคาตลาด เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานในตลาดโลกจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและราคาขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจ Oil:**
* **ปริมาณการจำหน่าย:** ไตรมาส 3/2566 ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางอยู่ที่ 1,406 ล้านลิตร ลดลง 8.3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 10.0% YoY โดยการจำหน่ายปลีกผ่านสถานีบริการ PT เพิ่มขึ้น 11.9% YoY เป็น 1,378 ล้านลิตร บริษัทฯ ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 2 ที่ 19.2%
* **ราคาขายปลีก:** เฉลี่ยอยู่ที่ 31.36 บาทต่อลิตร ลดลง 5.9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1.4% QoQ
* **กำไรขั้นต้นต่อลิตร:** แม้จะมีการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันที่ดีขึ้น แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะจากนโยบายลดราคาขายปลีกดีเซล
* **สถานีบริการ:** จำนวนสถานีบริการ PT เพิ่มขึ้น 2.1% YoY เป็น 2,176 สถานี
**ธุรกิจ Non-Oil:**
* **ธุรกิจก๊าซ LPG:** รายได้เติบโต 32.8% YoY เป็น 2,137 ล้านบาท ปริมาณการจำหน่าย LPG สร้างสถิติสูงสุดต่อเนื่องที่ 161 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 22.5% YoY ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.4% YoY บริษัทฯ ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ที่ 27.8%
* **ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย:** รายได้เติบโต 41.9% YoY เป็น 322 ล้านบาท จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเป็น 756 สาขา และ Same-Store-Sales เติบโต 20-30% YoY
* **ภาพรวม Non-Oil:** จำนวนสาขารวม 1,892 สาขา เพิ่มขึ้น 35.1% YoY รายได้รวมเติบโต 52.0% YoY ใน 9 เดือนแรก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 45,711 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและที่ดินอาคารและอุปกรณ์ ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 37,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ๆ และเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7%
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานรับสุทธิ 3,755 ล้านบาท โดยมีเงินสดจ่ายซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์สิทธิการใช้และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เป็นจำนวน 1,869 ล้านบาท และ 184 ล้านบาท ตามลำดับ บริษัทฯ มีเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้ 1,000 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะยาว 1,700 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PTG เผชิญแรงกดดันด้านกำไรในไตรมาส 3/2566 จากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ทั้งมาตรการภาครัฐที่ลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและปัจจัยฤดูกาลที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณขายในธุรกิจ Oil อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Non-Oil ยังคงเป็นจุดแข็งที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการต้นทุนและขยายธุรกิจ Non-Oil จะเป็นกุญแจสำคัญในการประคองผลประกอบการในช่วงที่ธุรกิจ Oil ยังคงเผชิญแรงกดดันจากนโยบายภาครัฐและปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้า
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
56,808.30
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,697.58
ล้านบาท
↑ 23.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.27
%
กำไรสุทธิ
314.29
ล้านบาท
↑ 37.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.55
%
D/E Ratio
4.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
56,808
↓ -3.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,698
↑ + 23.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
314
↑ + 37.6%
YoY
D/E Ratio
4.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.11
ROE (%)
10.71
ROA (%)
4.67
Book Value/หุ้น
5.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,978
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,216.21
+327.80%
|
-1,453.07
-287.66%
|
774.29
-137.75%
|
-2,050.88
-27.57%
|
-2,831.68
+99.17%
|
-1,421.75
+156.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,977.75
+75.22%
|
2,840.80
+118.10%
|
1,302.50
-17.47%
|
1,578.22
+105.83%
|
766.76
-42.13%
|
1,324.89
-41.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
757.49
-155.06%
|
-1,375.67
-500.80%
|
343.23
-72.50%
|
1,248.12
-39.61%
|
2,066.71
+44.37%
|
1,431.56
-181.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-480.97
-777.23%
|
71.02
-97.07%
|
2,420.01
+212.07%
|
775.47
+43,465.73%
|
1.78
-99.87%
|
1,334.71
-2,711.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,212.38
-34.56%
|
3,380.66
+63.24%
|
2,071.03
+21.72%
|
1,701.45
+80.67%
|
941.73
-9.20%
|
1,037.14
+4.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,111.29
+40.63%
|
2,212.38
-34.56%
|
3,380.66
+63.24%
|
2,071.03
+21.72%
|
1,701.45
+80.67%
|
941.73
-9.20%
|