บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วง Q4/64 โดยสาเหตุหลักมาจาก ค่าการตลาดของธุรกิจน้ํามันลดลง 35.1% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และลดลง 32.9% จากไตรมาสก่อน จากผลกระทบจากมาตรการขอความร่วมมือในการตรึงราคาขายปลีกน้ํามัน ดีเซลไม่เกิน 30 บาทของภาครัฐ ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ํามันให้เหมาะสม กับต้นทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงได้
นอกจากนี้ส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทร่วมทุน เท่ากับ 47 ล้านบาท ลดลง 71.7% จาก ปีที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 35.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักมาจากโครงการ Palm Complex เนื่องจากในไตรมาสนี้ ราคาปาล์มมีความผันผวนและราคาอยู่ในระดับสูง เป็นผลให้ต้นทุนในการผลิตไบโอดีเซล สูงตามไปด้วย ประกอบ กับการเปลี่ยนแปลงนโยบายไบโอดีเซลของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทําให้ความต้องการไบโอดีเซลในประเทศลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14269 out_tok=2734 at=2026-07-26T01:32:59 -->
# PTG Q1/2565 กำไรสุทธิวูบ 69% สวนทางรายได้โตแรง รับผลกระทบราคาดีเซล-ต้นทุนน้ำมันพุ่ง
## รายได้โต 20.8% แต่กำไรสุทธิหดหนัก เหตุค่าการตลาดน้ำมันดีเซลถูกตรึง ขณะที่ต้นทุนน้ำมันดิบพุ่งสูง
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการ 38,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 69.2% อยู่ที่ 163 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากแรงกดดันด้านราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่ถูกตรึงไว้เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค ประกอบกับต้นทุนน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ PTG ในไตรมาส 1/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของค่าการตลาดรวม (Gross Margin) จากธุรกิจน้ำมัน** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยกำไรขั้นต้นรวมลดลง 8.9% YoY แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตถึง 20.8% YoY ก็ตาม โดยปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลงถึง 69.2% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้ำมัน:
* **การตรึงราคาน้ำมันดีเซล:** รัฐบาลขอความร่วมมือผู้ค้าปลีกน้ำมันให้รักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ทำให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายปลีกให้สะท้อนต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้ค่าการตลาดรวมปรับตัวลดลง 8.2% YoY
* **ต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้น:** ราคาน้ำมันดิบ WTI เฉลี่ยในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 94.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 63.0% YoY และ 22.7% QoQ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการขายและการบริการที่เพิ่มขึ้น 23.6% YoY
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตได้ดี โดยรายได้เพิ่มขึ้น 44.1% YoY และกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้น 19.0% YoY โดยเฉพาะธุรกิจแก๊ส LPG และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (กาแฟพันธุ์ไทย) เป็นแรงหนุนสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม**
จากนโยบายการบริหารโครงสร้างราคาน้ำมันของภาครัฐที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 ทำให้ต้นทุนน้ำมันเริ่มกลับมาอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับราคาขายปลีก และค่าการตลาดเพิ่มขึ้น 34.1% QoQ ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 24.1% QoQ บ่งชี้ว่าแรงกดดันจากค่าการตลาดที่ลดลงอาจคลี่คลายลงในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และนโยบายภาครัฐที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้โต 20.8% YoY:** อยู่ที่ 38,969 ล้านบาท โดยหลักมาจากราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 26.6% YoY
* **กำไรสุทธิหด 69.2% YoY:** เหลือ 163 ล้านบาท เนื่องจากค่าการตลาดน้ำมันดีเซลถูกตรึง และต้นทุนน้ำมันดิบสูงขึ้น
* **ธุรกิจ Non-Oil เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 44.1% YoY และมีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 1,228 สาขา
* **ปริมาณขายน้ำมันลดลง:** ลดลง 5.4% YoY โดยปริมาณการจำหน่ายผ่านสถานีบริการ PT ลดลง 5.4% YoY
* **ปริมาณขายแก๊ส LPG เติบโตแรง:** เพิ่มขึ้น 69.2% YoY โดยเฉพาะผ่านสถานีบริการ PT ที่เติบโต 51.5% YoY
* **เปิดตัวโครงการ PT Max Park ศาลายา:** ต้นแบบสถานีบริการครบวงจรแห่งแรก มุ่งขยายสู่สาขาหลักทั่วประเทศ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1/2565 PTG มีรายได้จากการขายและบริการรวม 38,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% YoY และ 3.6% QoQ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น 26.6% YoY อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมการขายและการบริการเพิ่มขึ้น 23.6% YoY ตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 8.9% YoY อยู่ที่ 2,575 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น 24.1% QoQ จากการปรับนโยบายราคาน้ำมันดีเซลของภาครัฐ แต่เมื่อเทียบ YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 6.6% ลดลงจาก 8.8% ในปีก่อนหน้า EBITDA อยู่ที่ 1,263 ล้านบาท ลดลง 24.0% YoY แต่เพิ่มขึ้น 31.5% QoQ และกำไรสุทธิอยู่ที่ 163 ล้านบาท ลดลง 69.2% YoY แต่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง 304.8% QoQ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว:** ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำมันของประเทศโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% YoY โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น 5.3% YoY
* **การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil:** มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (กาแฟพันธุ์ไทย) และธุรกิจแก๊ส LPG ที่มีปริมาณการจำหน่ายเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายสถานีบริการครบวงจร:** โครงการ PT Max Park ศาลายา เป็นต้นแบบในการพัฒนาสถานีบริการแห่งอนาคต
* **การขยายสาขาธุรกิจ Non-Oil นอกสถานีบริการ:** เช่น ร้านกาแฟพันธุ์ไทยในย่านใจกลางเมือง เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การร่วมลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน, ธุรกิจ Health & Wellness, และธุรกิจ Vending Machine รวมถึง Crypto เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและค่าการตลาดของธุรกิจน้ำมัน
* **นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงาน:** การตรึงราคาหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายอาจส่งผลกระทบต่อกำไร
* **การแข่งขันในธุรกิจ Non-Oil:** ตลาดมีการแข่งขันสูง จำเป็นต้องรักษาคุณภาพและสร้างความแตกต่าง
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการใช้น้ำมันและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีการดำเนินธุรกิจในสกุลเงินต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าการตลาดน้ำมัน:** การปรับตัวของค่าการตลาดหลังจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายราคาน้ำมันดีเซลของภาครัฐ
* **การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil:** โดยเฉพาะการขยายสาขาและการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ๆ
* **ความคืบหน้าของโครงการ PT Max Park:** และแผนการขยายสถานีบริการครบวงจรในอนาคต
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจใหม่:** ที่บริษัทได้เข้าไปร่วมลงทุน เช่น ธุรกิจ Crypto, พลังงานหมุนเวียน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ท่ามกลางความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 29.35 บาท เพิ่มขึ้น 26.6% YoY และ 5.6% QoQ สะท้อนราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนน้ำมันดิบ
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมลดลง 5.5% YoY อยู่ที่ 1,264 ล้านลิตร โดยปริมาณการจำหน่ายผ่านสถานีบริการ PT ลดลง 5.4% YoY ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายแก๊ส LPG เติบโต 69.2% YoY อยู่ที่ 106 ล้านลิตร
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนการขายและการบริการเพิ่มขึ้น 23.6% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่สูงขึ้น 63.0% YoY
* **กำลังการผลิต:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **โครงการลงทุน:** เปิดตัว PT Max Park ศาลายา เป็นต้นแบบสถานีบริการครบวงจร, ขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทยนอกสถานีบริการ, ลงทุนในธุรกิจ Non-Oil และธุรกิจใหม่ๆ
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การขอความร่วมมือรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล, การปรับนโยบายโครงสร้างราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 44,732 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย 0.9% จากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด แต่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 16.5% หนี้สินรวมอยู่ที่ 36,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากปี 2564 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นและส่วนของหนี้สินกำหนดชำระใน 1 ปี เพิ่มขึ้น 5.3% เพื่อรองรับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.7% เป็น 8,338 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงานรับสุทธิ 523 ล้านบาท และมีเงินสดรับจากหุ้นกู้ 1,200 ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระคืนหนี้เดิมและเป็นเงินทุนหมุนเวียน
## สรุปท้าย
PTG ในไตรมาส 1/2565 เผชิญความท้าทายจากแรงกดดันด้านต้นทุนน้ำมันดิบที่พุ่งสูงและการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จะเติบโตได้ดีจากราคาขายที่ปรับสูงขึ้น และธุรกิจ Non-Oil จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การปรับนโยบายราคาน้ำมันของภาครัฐตั้งแต่เดือนมีนาคมเริ่มส่งสัญญาณบวกต่อค่าการตลาด ขณะที่การลงทุนในธุรกิจ Non-Oil และธุรกิจใหม่ๆ ยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มค่าการตลาดและทิศทางการเติบโตของธุรกิจ Non-Oil เป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
56,808.30
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,697.58
ล้านบาท
↑ 23.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.27
%
กำไรสุทธิ
314.29
ล้านบาท
↑ 37.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.55
%
D/E Ratio
4.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
56,808
↓ -3.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,698
↑ + 23.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
314
↑ + 37.6%
YoY
D/E Ratio
4.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.11
ROE (%)
10.71
ROA (%)
4.67
Book Value/หุ้น
5.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,978
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,216.21
+327.80%
|
-1,453.07
-287.66%
|
774.29
-137.75%
|
-2,050.88
-27.57%
|
-2,831.68
+99.17%
|
-1,421.75
+156.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,977.75
+75.22%
|
2,840.80
+118.10%
|
1,302.50
-17.47%
|
1,578.22
+105.83%
|
766.76
-42.13%
|
1,324.89
-41.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
757.49
-155.06%
|
-1,375.67
-500.80%
|
343.23
-72.50%
|
1,248.12
-39.61%
|
2,066.71
+44.37%
|
1,431.56
-181.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-480.97
-777.23%
|
71.02
-97.07%
|
2,420.01
+212.07%
|
775.47
+43,465.73%
|
1.78
-99.87%
|
1,334.71
-2,711.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,212.38
-34.56%
|
3,380.66
+63.24%
|
2,071.03
+21.72%
|
1,701.45
+80.67%
|
941.73
-9.20%
|
1,037.14
+4.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,111.29
+40.63%
|
2,212.38
-34.56%
|
3,380.66
+63.24%
|
2,071.03
+21.72%
|
1,701.45
+80.67%
|
941.73
-9.20%
|