บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วง Q4/64 โดยสาเหตุหลักมาจาก ค่าการตลาดของธุรกิจน้ํามันลดลง 35.1% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และลดลง 32.9% จากไตรมาสก่อน จากผลกระทบจากมาตรการขอความร่วมมือในการตรึงราคาขายปลีกน้ํามัน ดีเซลไม่เกิน 30 บาทของภาครัฐ ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ํามันให้เหมาะสม กับต้นทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงได้
นอกจากนี้ส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทร่วมทุน เท่ากับ 47 ล้านบาท ลดลง 71.7% จาก ปีที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 35.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักมาจากโครงการ Palm Complex เนื่องจากในไตรมาสนี้ ราคาปาล์มมีความผันผวนและราคาอยู่ในระดับสูง เป็นผลให้ต้นทุนในการผลิตไบโอดีเซล สูงตามไปด้วย ประกอบ กับการเปลี่ยนแปลงนโยบายไบโอดีเซลของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทําให้ความต้องการไบโอดีเซลในประเทศลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17229 out_tok=3004 at=2026-07-26T01:46:25 -->
# PTG กำไร Q3/2565 พุ่ง 179.6% YoY รับแรงหนุนธุรกิจน้ำมัน-Non-Oil โต
## รายได้-กำไรโตตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นขยายธุรกิจ Non-Oil และแอปพลิเคชัน Max Me เป็นปัจจัยขับเคลื่อนอนาคต
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 179.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ากำไรจะลดลง 70.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายและบริการเติบโต 47.7% YoY เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภาคเอกชน ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ PTG ในไตรมาส 3/2565 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการ โดยเฉพาะในธุรกิจน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 45.6% YoY และธุรกิจ Non-Oil ที่เติบโตโดดเด่นถึง 95.5% YoY แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (-70.2% QoQ) แต่การเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจน้ำมัน:** การเติบโตของรายได้ธุรกิจน้ำมันมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้น 26.0% YoY และปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางที่เพิ่มขึ้น 15.5% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้การเดินทางและการขนส่งฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ปริมาณการจำหน่ายลดลง 6.5% QoQ เนื่องจากปัจจัยฤดูมรสุม
**ธุรกิจ Non-Oil:** การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจ Non-Oil สะท้อนถึงความสำเร็จในการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสาขารวม 1,405 สาขา เพิ่มขึ้น 30.3% YoY และ 6.7% QoQ ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้นเป็น 5.7% ของรายได้ทั้งหมด จาก 4.3% ในปีก่อนหน้า การเติบโตนี้มาจากธุรกิจก๊าซ LPG และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก
**ปัจจัยกดดัน QoQ:** การลดลงของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เกิดจากปริมาณการขายน้ำมันที่ลดลงตามฤดูกาล ประกอบกับผลการดำเนินงานในกิจการร่วมค้าที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่ปรับตัวลดลง ทำให้มีรายได้อื่นลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจ Non-Oil ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และการเปิดตัวแอปพลิเคชัน Max Me ที่มีเป้าหมายในการแปลงฐานสมาชิก PT Max Card กว่า 18 ล้านรายมาสู่ระบบนิเวศดิจิทัลของบริษัทฯ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมจะช่วยสนับสนุนปริมาณการจำหน่ายน้ำมันให้เติบโตได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านฤดูกาลและราคาโภคภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เท่ากับ 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.6% YoY** แต่ลดลง 70.2% QoQ
* **รายได้จากการขายและบริการ Q3/2565 เท่ากับ 45,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.7% YoY** และลดลง 2.5% QoQ
* **ธุรกิจน้ำมัน:** รายได้เติบโต 45.6% YoY จากราคาขายปลีกที่สูงขึ้น 26.0% YoY และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 15.5% YoY แต่ลดลง 6.5% QoQ จากปัจจัยฤดูมรสุม
* **ธุรกิจ Non-Oil:** รายได้เติบโต 95.5% YoY และ 17.6% QoQ จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี 1,405 สาขา
* **EBITDA Q3/2565 เท่ากับ 1,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% YoY** แต่ลดลง 25.4% QoQ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2565 PTG มีรายได้จากการขายและบริการรวม 45,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ลดลง 2.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากธุรกิจน้ำมันอยู่ที่ 42,615 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.6% YoY จากราคาขายปลีกที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่าย ในขณะที่รายได้จากธุรกิจ Non-Oil เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 95.5% YoY เป็น 2,556 ล้านบาท จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
ต้นทุนการขายและการบริการเพิ่มขึ้น 49.1% YoY เป็น 42,047 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณการจำหน่ายและราคาต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 3,124 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.6% YoY แต่ลดลง 8.9% QoQ
EBITDA ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% YoY แต่ลดลง 25.4% QoQ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของปริมาณการขายตามฤดูกาล และผลกระทบจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในกิจการร่วมค้า กำไรสุทธิอยู่ที่ 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.6% YoY แต่ลดลง 70.2% QoQ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 130,447 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.7% YoY โดยมีกำไรสุทธิ 951 ล้านบาท ลดลง 13.3% YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil:** การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Non-Oil ทั้งร้านสะดวกซื้อ Max Mart, ร้านกาแฟพันธุ์ไทย, ร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้ม (Gas Shop) และธุรกิจอื่น ๆ เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรที่หลากหลาย
* **แอปพลิเคชัน Max Me:** การเปิดตัวแอปพลิเคชัน Max Me เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลและเพิ่มความผูกพันกับลูกค้า 18 ล้านราย
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนจะช่วยสนับสนุนปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
* **โครงการ "กาแฟพันธุ์ไทย" ขยายสาขา:** เป้าหมายการขยายสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทยให้ครบ 1,500 สาขาภายในสิ้นปี 2566 จะช่วยเพิ่มการรับรู้และส่วนแบ่งการตลาด
* **โครงการกำจัดขยะมูลฝอยผลิตกระแสไฟฟ้า:** โครงการนี้จะช่วยสร้างรายได้และส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและส่วนต่างราคาขาย
* **ปัจจัยฤดูกาล:** ฤดูมรสุมและสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **การแข่งขันในธุรกิจ Non-Oil:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ และธุรกิจอื่น ๆ อาจกดดันอัตรากำไร
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญท่ามกลางการขยายธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและก๊าซ LPG:** ติดตามการเติบโตของปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะการฟื้นตัวหลังฤดูมรสุม
* **การขยายตัวของธุรกิจ Non-Oil:** จับตาการเปิดสาขาใหม่และการเติบโตของรายได้จากธุรกิจ Non-Oil โดยเฉพาะร้านกาแฟพันธุ์ไทยและ Max Mart
* **ความสำเร็จของแอปพลิเคชัน Max Me:** ประเมินการแปลงสมาชิก PT Max Card และการสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มใหม่
* **ผลกระทบจากราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO):** ติดตามแนวโน้มราคา CPO และผลกระทบต่อธุรกิจปาล์มคอมเพล็กซ์
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ตรวจสอบต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้สินของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** ราคาขายปลีกน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 33.32 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 26.0% YoY และ 3.3% QoQ สะท้อนการส่งผ่านต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้น
* **ปริมาณขาย:** ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวม 1,278 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 15.5% YoY แต่ลดลง 6.5% QoQ โดยปริมาณขายปลีกผ่านสถานีบริการ PT อยู่ที่ 1,231 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 15.1% YoY แต่ลดลง 6.4% QoQ ปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG รวม 132 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 75.8% YoY และ 9.1% QoQ
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนการขายและการบริการเพิ่มขึ้น 49.1% YoY เป็น 42,047 ล้านบาท สอดคล้องกับราคาต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น
* **กำลังการผลิต/โครงการลงทุน:** มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสถานีบริการน้ำมัน ก๊าซ LPG และธุรกิจ Non-Oil รวมถึงการลงทุนในโครงการกำจัดขยะมูลฝอยผลิตกระแสไฟฟ้า
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** มีการปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ (B100) ในน้ำมันดีเซลเป็น B7 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจปาล์มคอมเพล็กซ์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 45,409 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปีที่แล้ว โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% YoY หนี้สินรวมอยู่ที่ 36,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ๆ เพิ่มขึ้น 24.3% YoY ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% YoY
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 5,499 ล้านบาท ขณะที่การใช้เงินสดส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงการจ่ายคืนหุ้นกู้
## สรุปท้าย
PTG แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3/2565 โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้จากธุรกิจน้ำมันและ Non-Oil ที่ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าจากปัจจัยฤดูกาลและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ แต่การเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าสะท้อนถึงศักยภาพในการฟื้นตัว การขยายธุรกิจ Non-Oil และการเปิดตัวแอปพลิเคชัน Max Me เป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและปัจจัยฤดูกาลยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
56,808.30
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,697.58
ล้านบาท
↑ 23.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.27
%
กำไรสุทธิ
314.29
ล้านบาท
↑ 37.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.55
%
D/E Ratio
4.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
56,808
↓ -3.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,698
↑ + 23.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
314
↑ + 37.6%
YoY
D/E Ratio
4.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.11
ROE (%)
10.71
ROA (%)
4.67
Book Value/หุ้น
5.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,978
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,216.21
+327.80%
|
-1,453.07
-287.66%
|
774.29
-137.75%
|
-2,050.88
-27.57%
|
-2,831.68
+99.17%
|
-1,421.75
+156.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,977.75
+75.22%
|
2,840.80
+118.10%
|
1,302.50
-17.47%
|
1,578.22
+105.83%
|
766.76
-42.13%
|
1,324.89
-41.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
757.49
-155.06%
|
-1,375.67
-500.80%
|
343.23
-72.50%
|
1,248.12
-39.61%
|
2,066.71
+44.37%
|
1,431.56
-181.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-480.97
-777.23%
|
71.02
-97.07%
|
2,420.01
+212.07%
|
775.47
+43,465.73%
|
1.78
-99.87%
|
1,334.71
-2,711.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,212.38
-34.56%
|
3,380.66
+63.24%
|
2,071.03
+21.72%
|
1,701.45
+80.67%
|
941.73
-9.20%
|
1,037.14
+4.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,111.29
+40.63%
|
2,212.38
-34.56%
|
3,380.66
+63.24%
|
2,071.03
+21.72%
|
1,701.45
+80.67%
|
941.73
-9.20%
|