บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
7.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วง Q4/64 โดยสาเหตุหลักมาจาก ค่าการตลาดของธุรกิจน้ํามันลดลง 35.1% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และลดลง 32.9% จากไตรมาสก่อน จากผลกระทบจากมาตรการขอความร่วมมือในการตรึงราคาขายปลีกน้ํามัน ดีเซลไม่เกิน 30 บาทของภาครัฐ ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ํามันให้เหมาะสม กับต้นทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงได้
นอกจากนี้ส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทร่วมทุน เท่ากับ 47 ล้านบาท ลดลง 71.7% จาก ปีที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 35.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักมาจากโครงการ Palm Complex เนื่องจากในไตรมาสนี้ ราคาปาล์มมีความผันผวนและราคาอยู่ในระดับสูง เป็นผลให้ต้นทุนในการผลิตไบโอดีเซล สูงตามไปด้วย ประกอบ กับการเปลี่ยนแปลงนโยบายไบโอดีเซลของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทําให้ความต้องการไบโอดีเซลในประเทศลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18039 out_tok=2970 at=2026-07-26T01:21:29 -->
PTG Q4/2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท รับแรงกดดันค่าการตลาดหดตัว
รายได้รวมเติบโต 35.6% YoY แต่กำไรขั้นต้นวูบ 28.5% เหตุรัฐตรึงราคาดีเซลกระทบค่าการตลาด ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ PTG ในไตรมาส 4/2564 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าการตลาดธุรกิจน้ำมัน** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลประกาศขอความร่วมมือผู้ค้าปลีกน้ำมันในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาภาระผู้บริโภค ส่งผลให้ PTG ไม่สามารถปรับราคาขายปลีกให้สะท้อนต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกได้ทันท่วงที ทำให้ค่าการตลาดโดยรวมปรับตัวลดลงถึง 35.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 32.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนตุลาคมที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงให้กำไรขั้นต้นของบริษัทลดลง 28.5% YoY และ 13.2% QoQ
นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุนในโครงการ Palm Complex ก็ลดลง 71.7% YoY เนื่องจากราคาปาล์มที่ผันผวนและสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตไบโอดีเซลสูงขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายไบโอดีเซลของรัฐบาลส่งผลให้ความต้องการในประเทศลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม:** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ามาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ แต่ก็มีการปรับกลยุทธ์ด้านราคาขายปลีกให้สอดคล้องกับค่าการตลาดที่เหมาะสมตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2564 ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและการตัดสินใจเชิงนโยบายของภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลกระทบต่อเนื่องหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 35.6% YoY สู่ 37,600 ล้านบาท:** เป็นผลจากราคาขายปลีกน้ำมันที่สูงขึ้น 37.1% YoY แม้ปริมาณขายรวมจะลดลงเล็กน้อย 1.3% YoY
* **ขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 676 ล้านบาทใน Q4/2563 เนื่องจากกำไรขั้นต้นลดลง 28.5% YoY
* **กำไรขั้นต้นลดลง 28.5% YoY:** สาเหตุหลักจากค่าการตลาดธุรกิจน้ำมันที่ลดลง 35.1% YoY จากมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล
* **ธุรกิจ Non-Oil เติบโตต่อเนื่อง:** รายได้ Non-Oil เพิ่มขึ้น 42.9% YoY และคิดเป็นสัดส่วน 4.8% ของรายได้รวม
* **ปริมาณจำหน่ายแก๊ส LPG เติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 78.1% YoY สู่ 102 ล้านลิตร จากการขยายบริการครัวเรือนและอุตสาหกรรม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4/2564 PTG มีรายได้จากการขายและบริการรวม 37,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากธุรกิจน้ำมันที่ราคาขายปลีกเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น 37.1% YoY แม้ว่าปริมาณการจำหน่ายจะลดลงเล็กน้อย 1.3% YoY แต่ก็ฟื้นตัวขึ้น 16.3% QoQ จากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ โดยเพิ่มขึ้น 43.1% YoY เป็น 35,524 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวสูงขึ้น 80.1% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 28.5% YoY เหลือ 2,076 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 10.5% ใน Q4/2563 มาอยู่ที่ 5.5% ใน Q4/2564
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเล็กน้อย 3.1% YoY อยู่ที่ 2,037 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานลดลง 19.3% YoY แต่ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 4.8% YoY และค่าโฆษณา ค่าส่งเสริมการขาย เพิ่มขึ้น 14.6% YoY
ส่งผลให้ EBITDA ในไตรมาส 4/2564 อยู่ที่ 960 ล้านบาท ลดลง 46.8% YoY และมีขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิ 676 ล้านบาทใน Q4/2563 และขาดทุนจากกำไรสุทธิ 65 ล้านบาทใน Q3/2564
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 133,759 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.1% YoY โดยมีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมเพิ่มขึ้น 1.2% YoY ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil เติบโต 33.1% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นทั้งปีลดลง 4.4% YoY อยู่ที่ 10,132 ล้านบาท ส่งผลให้ EBITDA ทั้งปีลดลง 14.2% YoY อยู่ที่ 5,419 ล้านบาท และกำไรสุทธิทั้งปีลดลง 46.7% YoY อยู่ที่ 1,017 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชน
* **การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil:** ธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจแก๊ส LPG, อาหารและเครื่องดื่ม, และร้านสะดวกซื้อ Max Mart ซึ่งมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น สะท้อนความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้ที่หลากหลาย
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การลงทุนในธุรกิจ EV Charging Station, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา, และการเปิดตัวบัตรสมาชิก PT Max Card Plus เป็นการสร้างโอกาสในการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า
* **โครงการ PT Taxi Transform:** เป็นการช่วยเหลือกลุ่มผู้ขับแท็กซี่และขยายฐานลูกค้า LPG ของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ:** ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขายและบริการ และอาจส่งผลต่อค่าการตลาดหากภาครัฐมีมาตรการแทรกแซงราคา
* **มาตรการภาครัฐ:** การขอความร่วมมือในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลส่งผลกระทบต่อค่าการตลาดโดยตรง และอาจมีมาตรการอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในอนาคต
* **การแข่งขันในธุรกิจ Non-Oil:** แม้จะมีการเติบโตที่ดี แต่การแข่งขันในธุรกิจ Non-Oil เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ก็ยังคงสูง
* **สถานการณ์ COVID-19:** แม้จะคลี่คลายลง แต่การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังและอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการใช้น้ำมัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาขายปลีกน้ำมันและค่าการตลาด:** การเปลี่ยนแปลงของราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
* **การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil:** การขยายสาขาและยอดขายของธุรกิจ LPG, อาหารและเครื่องดื่ม, และร้านสะดวกซื้อ
* **การดำเนินงานของโครงการ Palm Complex:** ผลกระทบจากราคาปาล์มและความต้องการไบโอดีเซล
* **แผนการลงทุนและงบประมาณปี 2565:** การขยายสาขาและการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity / ASP:** ราคาขายปลีกน้ำมันเฉลี่ยใน Q4/2564 อยู่ที่ 27.8 บาท เพิ่มขึ้น 37.1% YoY และ 5.1% QoQ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หนุนรายได้จากการขายและบริการ อย่างไรก็ตาม การตรึงราคาน้ำมันดีเซลทำให้ไม่สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ ส่งผลกระทบต่อค่าการตลาด
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางลดลงเล็กน้อย 1.3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 16.3% QoQ โดยปริมาณการจำหน่ายผ่านสถานีบริการ PT ลดลง 1.0% YoY แต่เพิ่มขึ้น 16.5% QoQ การเติบโตของปริมาณการจำหน่ายแก๊ส LPG โดดเด่นมาก เพิ่มขึ้น 78.1% YoY สู่ 102 ล้านลิตร
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนน้ำมันดิบ WTI เฉลี่ยอยู่ที่ 76.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 80.1% YoY และ 8.9% QoQ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนการขายและบริการเพิ่มขึ้น
**กำลังการผลิต:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
**โครงการลงทุน:** มีการลงทุนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในธุรกิจ Non-Oil และสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงการลงทุนใน EV Charging Station และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** มาตรการขอความร่วมมือตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 PTG มีสินทรัพย์รวม 44,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% YoY โดยมีสินทรัพย์หลักที่เพิ่มขึ้นคือ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (6.0%) และเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น (80.7%)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 36,184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% YoY โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 53.1% และเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 46.7% ขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 38.9%
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% YoY อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.9 เท่า ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิ (หลังหักดอกเบี้ยและภาษี) อยู่ที่ 5,336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.9% YoY ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 2,384 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 2,193 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 760 ล้านบาท สู่ระดับ 1,701 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PTG ในไตรมาส 4/2564 เผชิญกับแรงกดดันจากค่าการตลาดธุรกิจน้ำมันที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการตรึงราคาน้ำมันดีเซลของภาครัฐ ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากราคาขายปลีกที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Non-Oil ยังคงเป็นดาวเด่นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจแก๊ส LPG ที่มีอัตราการเติบโตสูงมาก การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจ Non-Oil เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต ทิศทางในปี 2565 จะต้องจับตาการฟื้นตัวของค่าการตลาดและแผนการลงทุนในธุรกิจ Non-Oil ที่บริษัทตั้งเป้าให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตหลัก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
56,808.30
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,697.58
ล้านบาท
↑ 23.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.27
%
กำไรสุทธิ
314.29
ล้านบาท
↑ 37.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.55
%
D/E Ratio
4.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
56,808
↓ -3.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,698
↑ + 23.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
314
↑ + 37.6%
YoY
D/E Ratio
4.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.11
ROE (%)
10.71
ROA (%)
4.67
Book Value/หุ้น
5.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,978
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,216.21
+327.80%
|
-1,453.07
-287.66%
|
774.29
-137.75%
|
-2,050.88
-27.57%
|
-2,831.68
+99.17%
|
-1,421.75
+156.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,977.75
+75.22%
|
2,840.80
+118.10%
|
1,302.50
-17.47%
|
1,578.22
+105.83%
|
766.76
-42.13%
|
1,324.89
-41.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
757.49
-155.06%
|
-1,375.67
-500.80%
|
343.23
-72.50%
|
1,248.12
-39.61%
|
2,066.71
+44.37%
|
1,431.56
-181.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-480.97
-777.23%
|
71.02
-97.07%
|
2,420.01
+212.07%
|
775.47
+43,465.73%
|
1.78
-99.87%
|
1,334.71
-2,711.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,212.38
-34.56%
|
3,380.66
+63.24%
|
2,071.03
+21.72%
|
1,701.45
+80.67%
|
941.73
-9.20%
|
1,037.14
+4.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,111.29
+40.63%
|
2,212.38
-34.56%
|
3,380.66
+63.24%
|
2,071.03
+21.72%
|
1,701.45
+80.67%
|
941.73
-9.20%
|