บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.33
0.03 (2.21%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9650 out_tok=2624 at=2026-07-27T11:40:49 -->
# PRIN กำไร Q2/64 พุ่ง 20.5% รับยอดโอนฯ โครงการร่วมทุนหนุน
## ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมโต 3.4% ดันรายได้รวม 15.5% แม้รายได้ขายอสังหาฯ ทรงตัว
บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เท่ากับ 852.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 3,801.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.5% เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่พัฒนาภายใต้กิจการร่วมค้า แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรงจะทรงตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRIN ในไตรมาส 2/2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 3.4%** ซึ่งส่งผลให้ **กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 20.5%** โดยปัจจัยหลักมาจาก **การรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการที่อยู่ภายใต้กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ เองจะทรงตัวก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม มาจากการรวมกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กิจการร่วมค้า จำนวน 3,085.4 ล้านบาท และโครงการที่อยู่ภายใต้กิจการร่วมค้า จำนวน 876.2 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 130.0 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าของโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2/2564 มีจำนวน 125.5 ล้านบาท (ตามสัดส่วนถือหุ้น 51%) นอกจากนี้ ยังมีโครงการใหม่ที่เริ่มรับรู้กำไรจากการโอนกรรมสิทธิ์ครั้งแรกในไตรมาส 2/2564 คือ โครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุน (Joint Venture) กับบริษัท เอสคอน เจแปน (ประเทศไทย) จำกัด คือ โครงการไนท์บริดจ์ สุขุมวิท-เทพารักษ์ ซึ่งรับรู้กำไร 53.0 ล้านบาท (ตามสัดส่วนถือหุ้น 51%) ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตาม** จากข้อมูลในเอกสารระบุว่า PRIN มี **ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง** จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการรับรู้รายได้ในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ๆ และขยายประเภทธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจสร้างรายได้และกำไรเพิ่มเติมในอนาคต อย่างไรก็ตาม การรับรู้กำไรจากโครงการร่วมทุนในไตรมาส 2/2564 นั้น มีส่วนแบ่งกำไรจากโครงการที่โอนต่อเนื่องจากปีก่อน 4 โครงการ และโครงการใหม่ที่เริ่มโอนครั้งแรก 1 โครงการ ซึ่งต้องพิจารณาถึงความต่อเนื่องของยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการเหล่านี้ รวมถึงปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 20.5% YoY** อยู่ที่ 852.0 ล้านบาท
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 15.5% YoY** อยู่ที่ 3,801.4 ล้านบาท
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมเพิ่มขึ้น 3.4% YoY** อยู่ที่ 3,961.5 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ทรงตัว** ลดลง 0.1% YoY อยู่ที่ 3,085.4 ล้านบาท
* **รายได้ค่าบริหารโครงการเพิ่มขึ้น 149.6% YoY** อยู่ที่ 319.2 ล้านบาท
* **มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 243.5 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษในไตรมาสนี้
* **อัตรากำไรสุทธิทรงตัวที่ 22.4%**
## ภาพรวมผลประกอบการ
PRIN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 3,801.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 149.6% และมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยจำนวน 243.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เข้ามาช่วยเสริมรายได้ แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะทรงตัวก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 20.5% เป็น 852.0 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ที่ 22.4%
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog):** การมี Backlog ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณที่ดีต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การขยายธุรกิจที่หลากหลาย:** การมีโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย, ธุรกิจสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) และธุรกิจบริการ รวมถึงวิสัยทัศน์ในการขยายธุรกิจใหม่ๆ เช่น โลจิสติกส์, บริหารสินทรัพย์, สุขภาพ จะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการเติบโต
* **การร่วมทุนกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง:** การร่วมทุนกับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เช่น Nomura Real Estate Development และ T.L.T.H. (เครือ Tokyu Land Corporation) ช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาโครงการและเข้าถึงตลาดใหม่ๆ
* **ธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลกระทบไม่มาก:** ธุรกิจโรงแรมที่เน้นกลุ่มลูกค้าองค์กรและลูกค้าที่พักระยะยาว ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 น้อยกว่า และมีอัตราผู้เข้าใช้บริการเฉลี่ยที่น่าพอใจ (52-57%)
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงเป็นความท้าทายต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค และข้อจำกัดในการดำเนินงาน
* **ต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 2.3% YoY และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 27.8% YoY ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าลดลงถึง 94.0% YoY ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนของผลประกอบการจากโครงการร่วมทุน
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 13.2% YoY เนื่องจากมีการกู้ยืมเพื่อใช้หมุนเวียนและพัฒนาโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากโครงการร่วมทุน:** ติดตามความคืบหน้าและยอดโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการร่วมทุน โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่เริ่มโอนในไตรมาสนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการบริหารต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
* **การเติบโตของธุรกิจ Recurring Income:** ประเมินการเติบโตของรายได้จากธุรกิจโรงแรม, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และค้าปลีก ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ
* **แผนการขยายธุรกิจใหม่:** ติดตามความคืบหน้าและผลตอบรับจากการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มโลจิสติกส์, บริหารสินทรัพย์ และสุขภาพ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ตรวจสอบแนวโน้มหนี้สินรวมที่ลดลง และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม:** เพิ่มขึ้น 3.4% YoY เป็น 3,961.5 ล้านบาท โดยโครงการร่วมทุนมีสัดส่วน 876.2 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ทรงตัวที่ 3,085.4 ล้านบาท
* **รายได้ค่าบริหารโครงการ:** เพิ่มขึ้นโดดเด่น 149.6% YoY เป็น 319.2 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้เพิ่มใน 2 โครงการใหม่
* **โครงการที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ใน Q2/64:** มี 3 โครงการ (2 โครงการไม่ร่วมทุน, 1 โครงการร่วมทุน)
* **โครงการร่วมทุน (Joint Venture):** รับรู้กำไรจาก 4 โครงการเดิม และเริ่มรับรู้กำไรจากโครงการใหม่ 1 โครงการ (ไนท์บริดจ์ สุขุมวิท-เทพารักษ์)
* **Backlog:** มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน
* **ธุรกิจโรงแรม:** มี 2 แห่งที่เริ่มดำเนินการ มีอัตราผู้เข้าใช้บริการเฉลี่ย 52-57% ใน Q2/64
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทลดลง 2.0% จากสิ้นปี 2563 อยู่ที่ 33,004.3 ล้านบาท โดยหลักจากต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและสินทรัพย์สิทธิการใช้ หนี้สินรวมลดลง 6.4% อยู่ที่ 20,296.2 ล้านบาท โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาวที่ลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น และหนี้สินตามสัญญาเช่าที่ลดลงจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.8% เป็น 12,708.1 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากการโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง
## สรุปท้าย
PRIN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 20.5% จากการเพิ่มขึ้นของยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม โดยเฉพาะจากโครงการร่วมทุนที่เริ่มรับรู้รายได้มากขึ้น ประกอบกับรายได้ค่าบริหารโครงการที่เติบโตโดดเด่น และรายการพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรงจะทรงตัว แต่การมี Backlog ที่แข็งแกร่งและแผนการขยายธุรกิจที่หลากหลายเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และความผันผวนของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIN ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
442.04
ล้านบาท
↓ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
125.81
ล้านบาท
↓ 37.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.46
%
กำไรสุทธิ
7.80
ล้านบาท
↓ 85.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.76
%
D/E Ratio
1.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
442
↓ -3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126
↓ -37.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -85.1%
YoY
D/E Ratio
1.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.23
ROE (%)
0.58
ROA (%)
1.43
Book Value/หุ้น
4.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+367
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+220
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIN
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
366.61
-148.09%
|
-762.40
-228.06%
|
595.35
+23.35%
|
482.64
-1,806.04%
|
-28.29
+473.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
220.15
-14,975.00%
|
-1.48
-99.85%
|
-956.82
+1,022.63%
|
-85.23
-8.12%
|
-92.76
+79.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-491.79
-174.52%
|
659.94
+46.88%
|
449.30
-177.91%
|
-576.72
-318.87%
|
263.50
-222.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
94.97
-191.34%
|
-103.97
-218.35%
|
87.85
-149.00%
|
-179.30
-225.86%
|
142.46
-152.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
307.39
-32.05%
|
452.35
+183.77%
|
159.41
-52.94%
|
338.72
+72.59%
|
196.26
-58.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
211.89
-31.07%
|
307.39
-32.05%
|
452.35
+183.77%
|
159.41
-52.94%
|
338.72
+72.59%
|