บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.45
+0.06 (+4.32%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3570 out_tok=2084 at=2026-07-26T00:39:51 -->
# PRIN Q3/2565 กำไรสุทธิจากการลงทุนลดลง 3.41% รับค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้ค่าเช่า-บริการเพิ่ม แต่ภาระภาษี-ค่าไฟฉุดกำไรสุทธิ
บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรจากการลงทุนสุทธิลดลง 3.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการลงทุนจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม โดยปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงค่าไฟฟ้าที่ผันผวน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรจากการลงทุนสุทธิของ PRIN ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับลดลง 3.41% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงาน โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และค่าไฟฟ้า** ซึ่งหักลบกับรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น 2.80%** เป็นผลจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีผู้เช่ารายใหม่เข้ามา และผู้เช่าเดิมกลับมาใช้บริการสาธารณูปโภคมากขึ้นหลังผ่อนคลายมาตรการ Work from Home
* **ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 13.65%** เป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยมีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ:
* **ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง:** ในปี 2565 กองทรัสต์ไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐเหมือนปี 2564 ที่ได้รับการลดหย่อนภาษี 90% ทำให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าไฟฟ้า:** ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่สูงขึ้น ประกอบกับการที่ผู้เช่ากลับมาใช้บริการสาธารณูปโภคมากขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แม้ว่าจะมีรายการกำไรสุทธิจากเงินลงทุนที่พลิกจากขาดทุน 8.71 ล้านบาทในปีก่อน เป็นกำไร 1.96 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งช่วยหนุนสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานให้เพิ่มขึ้น 4.58% แต่ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นก็มีน้ำหนักมากกว่า ทำให้กำไรสุทธิจากการลงทุนโดยรวมลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับภาษี) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับค่าไฟฟ้า)**
* **ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง:** การที่ปีนี้ไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ทำให้ภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราวที่ขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือในปีถัดไป ภาระภาษีก็อาจจะยังคงอยู่ในระดับสูง
* **ค่าไฟฟ้า:** การที่ผู้เช่าลดนโยบาย Work from Home และค่า Ft ที่ผันผวน ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือผันผวนตามปัจจัยภายนอก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรจากการลงทุนสุทธิลดลง 3.41% YoY** อยู่ที่ 133.78 ล้านบาท จาก 138.51 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น 2.80% YoY** อยู่ที่ 223.87 ล้านบาท จาก 217.78 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 13.65% YoY** อยู่ที่ 90.09 ล้านบาท จาก 79.27 ล้านบาท
* **สาเหตุหลักค่าใช้จ่ายเพิ่ม:** ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือ) และค่าไฟฟ้า (Ft สูงขึ้น + ผู้เช่ากลับมาใช้บริการ)
* **สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 4.58% YoY** อยู่ที่ 135.74 ล้านบาท จาก 129.80 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ภิรัชออฟฟิศ (PRIN) มีรายได้จากการลงทุนรวม 223.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้นจากการมีผู้เช่ารายใหม่และการกลับมาใช้บริการของผู้เช่าเดิม อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมปรับเพิ่มขึ้นถึง 13.65% เป็น 90.09 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่กองทรัสต์ไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐในปีนี้ และค่าไฟฟ้าที่มีอัตราผันแปรสูงขึ้น ประกอบกับการใช้บริการสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิก่อนหักรายการกำไร(ขาดทุน)สุทธิจากเงินลงทุนลดลง 3.41% มาอยู่ที่ 133.78 ล้านบาท
## โอกาส
* **การกลับมาของผู้เช่า:** การที่ผู้เช่าลดนโยบาย Work from Home และกลับมาใช้บริการสาธารณูปโภคมากขึ้น เป็นสัญญาณบวกต่อรายได้ค่าบริการและค่าเช่าในอนาคต
* **ผู้เช่ารายใหม่:** การมีผู้เช่ารายใหม่เข้ามาเช่าพื้นที่ ช่วยเพิ่มฐานรายได้ค่าเช่าและเพิ่มอัตราการใช้พื้นที่เช่า
* **รายการกำไรจากเงินลงทุน:** การพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในรายการเงินลงทุน ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง:** การไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐในปีนี้ ทำให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวหากไม่มีมาตรการช่วยเหลืออีก
* **ความผันผวนของค่าไฟฟ้า:** ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่สูงขึ้น และการกลับมาใช้บริการของผู้เช่า อาจทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายด้านภาษีหรือมาตรการช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลประกอบการของกองทรัสต์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการกลับมาใช้พื้นที่สำนักงานของผู้เช่า และผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และผลกระทบต่อค่าใช้จ่าย
* นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปีต่อไป
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบจากภาระที่เพิ่มขึ้น
* การหาผู้เช่ารายใหม่เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของรายได้จากการลงทุน PRIN ซึ่งบริหารจัดการทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ภิรัชออฟฟิศ (PRIN) มีการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่ 2.80% เป็นผลมาจากการบริหารจัดการพื้นที่เช่าที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการหาผู้เช่ารายใหม่เข้ามาเติมเต็มพื้นที่ว่าง และการที่ผู้เช่าเดิมกลับมาใช้บริการสาธารณูปโภคมากขึ้นหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการยกเลิกมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตามกลไกตลาดและปริมาณการใช้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิจากการลงทุนลดลงเล็กน้อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "การเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานจำนวน 5.94 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 4.58" ซึ่งบ่งชี้ถึงการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เกิดจากการดำเนินงานของกองทรัสต์
## สรุปท้าย
PRIN ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่กลับมาเต็มจำนวน และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น แม้รายได้จากการลงทุนจะเติบโตเล็กน้อยจากการบริหารจัดการพื้นที่เช่าที่ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการลงทุนลดลง อย่างไรก็ตาม การกลับมาใช้บริการของผู้เช่าและการหาผู้เช่ารายใหม่ยังคงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต แต่ต้องจับตาความเสี่ยงจากภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความผันผวนของค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIN ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
442.04
ล้านบาท
↓ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
125.81
ล้านบาท
↓ 37.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.46
%
กำไรสุทธิ
7.80
ล้านบาท
↓ 85.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.76
%
D/E Ratio
1.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
442
↓ -3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126
↓ -37.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -85.1%
YoY
D/E Ratio
1.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.23
ROE (%)
0.58
ROA (%)
1.43
Book Value/หุ้น
4.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+367
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+220
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIN
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
366.61
-148.09%
|
-762.40
-228.06%
|
595.35
+23.35%
|
482.64
-1,806.04%
|
-28.29
+473.83%
|
-4.93
-100.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
220.15
-14,975.00%
|
-1.48
-99.85%
|
-956.82
+1,022.63%
|
-85.23
-8.12%
|
-92.76
+79.49%
|
-51.68
-1,127.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-491.79
-174.52%
|
659.94
+46.88%
|
449.30
-177.91%
|
-576.72
-318.87%
|
263.50
-222.15%
|
-215.71
-74.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
94.97
-191.34%
|
-103.97
-218.35%
|
87.85
-149.00%
|
-179.30
-225.86%
|
142.46
-152.31%
|
-272.32
-906.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
307.39
-32.05%
|
452.35
+183.77%
|
159.41
-52.94%
|
338.72
+72.59%
|
196.26
-58.12%
|
468.58
+7.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
211.89
-31.07%
|
307.39
-32.05%
|
452.35
+183.77%
|
159.41
-52.94%
|
338.72
+72.59%
|
196.26
-58.12%
|