บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.45
+0.06 (+4.32%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6818 out_tok=2727 at=2026-07-26T01:03:39 -->
# PRIN กำไร Q2/65 พุ่ง 175% รับแรงหนุนรายได้ขายอสังหาฯ โต
## รายได้-กำไรโตเด่นจากยอดโอนทาวน์เฮาส์-คอนโดฯ ขณะที่ต้นทุนขายคุมได้ดี
บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 128.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 175.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRIN ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 35.44% หรือ 182.89 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 175.01% หรือ 81.52 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 17.86% เพิ่มขึ้นจาก 8.78% ในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่:
* **ทาวน์เฮ้าส์:** มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 93.00% หรือ 173.63 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรับรู้รายได้ของโครงการใหม่ 4 โครงการที่เปิดขายตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งผลิตภัณฑ์ประเภททาวน์เฮ้าส์นี้คิดเป็นสัดส่วน 51.55% ของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **อาคารชุด:** มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 149.05% หรือ 35.22 ล้านบาท มาจาก 3 โครงการที่เปิดขายในปัจจุบัน ซึ่งมียอดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 8.42% ของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **บ้านเดี่ยว:** แม้จะมีรายได้ลดลง 8.49% หรือ 25.97 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีโครงการบ้านเดี่ยวเปิดใหม่ แต่ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้ที่สำคัญถึง 40.03% ของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้ **การควบคุมต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์** ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไร โดยต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์คิดเป็น 57.67% ของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ลดลงจาก 65.24% ในปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการควบคุมต้นทุน เวลาในการก่อสร้าง และเวลาในการขายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **Backlog ที่รับรู้:** การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ 4 โครงการที่เปิดขายตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2564 และโครงการอาคารชุดที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการมีรายได้ที่ต่อเนื่องจากโครงการเดิมและโครงการใหม่
* **ประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุน:** ฝ่ายจัดการระบุถึงการควบคุมต้นทุน เวลาในการก่อสร้าง และเวลาในการขายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากยังคงรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากบ้านเดี่ยวที่ลดลงเป็นจุดที่ต้องจับตา หากบริษัทสามารถบริหารจัดการโครงการบ้านเดี่ยวที่มีอยู่ให้มีรายได้กลับมาเติบโตได้ จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งของรายได้รวมในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 175.01% YoY:** อยู่ที่ 128.10 ล้านบาท จาก 46.58 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/65 โต 35.22% YoY:** อยู่ที่ 717.21 ล้านบาท จาก 530.39 ล้านบาท
* **รายได้ขายอสังหาริมทรัพย์ Q2/65 เพิ่ม 35.44% YoY:** เป็น 698.97 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากทาวน์เฮ้าส์และอาคารชุด
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ต่อรายได้ลดลง:** จาก 65.24% เหลือ 57.67% หนุนอัตรากำไรขั้นต้น
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 65 โต 130.71% YoY:** อยู่ที่ 200.28 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 717.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโต 35.44% เป็น 698.97 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้ของโครงการทาวน์เฮ้าส์ใหม่ 4 โครงการ และการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้จากบ้านเดี่ยวจะลดลงเล็กน้อย
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 19.71% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 65.24% เป็น 57.67% ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 19.74% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 35.95% ตามการดำเนินงานที่ขยายตัว อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่าย ทำให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 175.01% มาอยู่ที่ 128.10 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,193.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.87% และมีกำไรสุทธิ 200.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดทาวน์เฮ้าส์:** บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการทาวน์เฮ้าส์ และมีโครงการใหม่ที่เปิดขายและรับรู้รายได้ได้ดี
* **การฟื้นตัวของตลาดอาคารชุด:** การที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงสัญญาณบวกของตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและเวลาในการก่อสร้าง/ขาย ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
* **การเปิดโครงการใหม่:** การมีโครงการใหม่ที่สามารถสร้างรายได้และกำไรได้ เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง:** แม้ปัจจุบันจะควบคุมต้นทุนได้ดี แต่หากต้นทุนวัสดุปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อาจชะลอตัว อาจส่งผลต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **อัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท และกำลังซื้อของผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** ความสามารถในการเปิดตัวและสร้างยอดขาย รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการใหม่ที่จะเปิดในอนาคต
* **การบริหารต้นทุนวัสดุก่อสร้าง:** แนวโน้มต้นทุนวัสดุและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ยอดขายรอโอน (Backlog):** มูลค่า Backlog ที่มีอยู่จะสามารถแปลงเป็นรายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การเติบโตของรายได้จากบ้านเดี่ยว:** กลยุทธ์ในการฟื้นฟูรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์บ้านเดี่ยว
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** การบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ยอดโอน (Transfer Value) และ Presale:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากกลุ่มทาวน์เฮ้าส์ที่เพิ่มขึ้นถึง 93% และอาคารชุดที่เพิ่มขึ้น 149% ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่เปิดขาย การเติบโตนี้มาจากโครงการใหม่ที่เปิดตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 และโครงการอาคารชุดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น
**Backlog:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการกล่าวถึงการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ 4 โครงการที่เปิดตั้งแต่ Q2/64 และการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าบริษัทยังมี Backlog ที่สามารถรับรู้รายได้ได้อย่างต่อเนื่อง
**การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนรายได้จากการขายทาวน์เฮ้าส์ การติดตามแผนการเปิดโครงการใหม่ในอนาคตจึงมีความสำคัญต่อการเติบโตของรายได้
**อัตรากำไรโครงการ (Project Margin):** ฝ่ายจัดการระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูงจากการควบคุมต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นผลดีต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
**ต้นทุนก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ต่อรายได้ลดลง แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทโดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
PRIN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างน่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 175% จากการเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มทาวน์เฮ้าส์และอาคารชุด ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขัน แต่แนวโน้มการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องได้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIN ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
442.04
ล้านบาท
↓ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
125.81
ล้านบาท
↓ 37.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.46
%
กำไรสุทธิ
7.80
ล้านบาท
↓ 85.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.76
%
D/E Ratio
1.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
442
↓ -3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126
↓ -37.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -85.1%
YoY
D/E Ratio
1.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.23
ROE (%)
0.58
ROA (%)
1.43
Book Value/หุ้น
4.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+367
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+220
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIN
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
366.61
-148.09%
|
-762.40
-228.06%
|
595.35
+23.35%
|
482.64
-1,806.04%
|
-28.29
+473.83%
|
-4.93
-100.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
220.15
-14,975.00%
|
-1.48
-99.85%
|
-956.82
+1,022.63%
|
-85.23
-8.12%
|
-92.76
+79.49%
|
-51.68
-1,127.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-491.79
-174.52%
|
659.94
+46.88%
|
449.30
-177.91%
|
-576.72
-318.87%
|
263.50
-222.15%
|
-215.71
-74.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
94.97
-191.34%
|
-103.97
-218.35%
|
87.85
-149.00%
|
-179.30
-225.86%
|
142.46
-152.31%
|
-272.32
-906.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
307.39
-32.05%
|
452.35
+183.77%
|
159.41
-52.94%
|
338.72
+72.59%
|
196.26
-58.12%
|
468.58
+7.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
211.89
-31.07%
|
307.39
-32.05%
|
452.35
+183.77%
|
159.41
-52.94%
|
338.72
+72.59%
|
196.26
-58.12%
|