บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.45
+0.06 (+4.32%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4822 out_tok=2218 at=2026-07-26T01:08:53 -->
# PRIN Q1/2566 กำไรสุทธิวูบ 44% รับรายได้อสังหาฯ หด-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมหด 3% ต้นทุนขาย-การตลาดพุ่ง กดดันกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2566
บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 460.41 ล้านบาท ลดลง 3.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 44.35%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ PRIN ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การหดตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยว ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขาย** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไร
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง:** รายได้รวมอยู่ที่ 460.41 ล้านบาท ลดลง 15.81 ล้านบาท (-3.32%) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 14.56 ล้านบาท (-3.16%) เมื่อพิจารณาตามผลิตภัณฑ์ พบว่ารายได้จากบ้านทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้น 28.21 ล้านบาท (+10.29%) และรายได้จากอาคารชุดเพิ่มขึ้น 3.56 ล้านบาท (+10.22%) แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้จากบ้านเดี่ยวที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 46.32 ล้านบาท (-30.51%) ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้รวม
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 251.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.34 ล้านบาท (+5.59%) คิดเป็น 56.44% ของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้นจาก 51.76% ในปีก่อน ทำให้ส่วนต่างอัตรากำไรขั้นต้นลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 43.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.46 ล้านบาท (+24.16%) คิดเป็น 9.44% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 7.35% ในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้นสำหรับโครงการที่เปิดใหม่
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 32.01 ล้านบาท (-44.35%) มาอยู่ที่ 40.17 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** เอกสารไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนว่ารายได้จากบ้านเดี่ยวจะฟื้นตัวได้เมื่อใด หรือค่าใช้จ่ายในการขายจะลดลงหรือไม่ การเพิ่มขึ้นของค่าโฆษณาบ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต แต่ก็ส่งผลกดดันกำไรในระยะสั้น การเปลี่ยนแปลงของรายได้ตามผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 44.35%:** อยู่ที่ 40.17 ล้านบาท จาก 72.17 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 3.32%:** อยู่ที่ 460.41 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัว
* **รายได้บ้านเดี่ยวหดตัวแรง:** ลดลง 30.51% ขณะที่ทาวน์เฮ้าส์และอาคารชุดเติบโต
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 5.59%:** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายพุ่ง 24.16%:** จากการเพิ่มค่าโฆษณาโครงการใหม่
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 30.05%:** สะท้อนภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 460.41 ล้านบาท ลดลง 3.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 3.16% เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากบ้านเดี่ยวถึง 30.51% แม้ว่ารายได้จากทาวน์เฮ้าส์จะเพิ่มขึ้น 10.29% และอาคารชุดเพิ่มขึ้น 10.22% ก็ตาม ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 5.59% ทำให้ต้นทุนขายคิดเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 24.16% จากการลงทุนด้านการตลาด ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 44.35% มาอยู่ที่ 40.17 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ทาวน์เฮ้าส์และอาคารชุด:** แม้ภาพรวมรายได้จะลดลง แต่การเติบโตของรายได้จากกลุ่มทาวน์เฮ้าส์และอาคารชุดเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความต้องการในตลาดบางเซกเมนต์
* **การเปิดโครงการใหม่:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายที่เกิดจากการเปิดโครงการใหม่ บ่งชี้ถึงการขยายธุรกิจและโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การหดตัวของตลาดบ้านเดี่ยว:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากบ้านเดี่ยวเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา อาจสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของผู้บริโภค หรือการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดนี้
* **ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น:** ทั้งต้นทุนขายและต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรและกำไรสุทธิ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น:** แม้จะเป็นการลงทุนเพื่อการเติบโต แต่หากไม่สามารถสร้างยอดขายที่คุ้มค่า อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายบ้านเดี่ยว:** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **ประสิทธิภาพการใช้จ่ายด้านการตลาด:** ค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้นจะสามารถสร้างยอดขายและกำไรที่คุ้มค่าได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** จะสามารถควบคุมต้นทุนให้สอดคล้องกับรายได้ที่คาดหวังได้หรือไม่
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์ (Presale & Transfer):** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 14.56 ล้านบาท (-3.16%) โดยมีสัดส่วนการลดลงมาจากบ้านเดี่ยวเป็นหลัก ซึ่งสะท้อนถึงยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ขณะที่ทาวน์เฮ้าส์และอาคารชุดยังคงเติบโตได้ดี แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในตลาด
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ที่ชัดเจน จึงไม่สามารถประเมินรายได้รอการรับรู้ในอนาคตได้
**การเปิดโครงการใหม่:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขาย 8.46 ล้านบาท (+24.16%) มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มค่าโฆษณาในโครงการที่เปิดใหม่ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายพอร์ตโครงการ
**อัตรากำไรโครงการ (GPM):** ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 5.59% ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 3.16% ทำให้ต้นทุนขายคิดเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้น (56.44% เทียบกับ 51.76% ในปีก่อน) ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง
**ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายอาจสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบหรือค่าแรงที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้ จึงไม่สามารถวิเคราะห์ D/E Ratio หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงินได้
## สรุปท้าย
PRIN ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยว ประกอบกับต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากการเติบโตของรายได้ทาวน์เฮ้าส์และอาคารชุด รวมถึงการลงทุนเพื่อขยายโครงการใหม่ แต่ความเสี่ยงจากการหดตัวของตลาดบ้านเดี่ยวและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRIN ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
442.04
ล้านบาท
↓ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
125.81
ล้านบาท
↓ 37.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.46
%
กำไรสุทธิ
7.80
ล้านบาท
↓ 85.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.76
%
D/E Ratio
1.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
442
↓ -3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126
↓ -37.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -85.1%
YoY
D/E Ratio
1.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRIN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.23
ROE (%)
0.58
ROA (%)
1.43
Book Value/หุ้น
4.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRIN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+367
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+220
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRIN
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
366.61
-148.09%
|
-762.40
-228.06%
|
595.35
+23.35%
|
482.64
-1,806.04%
|
-28.29
+473.83%
|
-4.93
-100.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
220.15
-14,975.00%
|
-1.48
-99.85%
|
-956.82
+1,022.63%
|
-85.23
-8.12%
|
-92.76
+79.49%
|
-51.68
-1,127.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-491.79
-174.52%
|
659.94
+46.88%
|
449.30
-177.91%
|
-576.72
-318.87%
|
263.50
-222.15%
|
-215.71
-74.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
94.97
-191.34%
|
-103.97
-218.35%
|
87.85
-149.00%
|
-179.30
-225.86%
|
142.46
-152.31%
|
-272.32
-906.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
307.39
-32.05%
|
452.35
+183.77%
|
159.41
-52.94%
|
338.72
+72.59%
|
196.26
-58.12%
|
468.58
+7.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
211.89
-31.07%
|
307.39
-32.05%
|
452.35
+183.77%
|
159.41
-52.94%
|
338.72
+72.59%
|
196.26
-58.12%
|