บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.64
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5785 out_tok=2604 at=2026-07-26T00:09:16 -->
# PRI กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 116% รับรายได้รวมโต 87% จาก 3 ธุรกิจหลัก
## รายได้-กำไรโตแรงตามการขยายธุรกิจครบวงจร ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจาก 3 กลุ่มธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่อง
บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 914.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 240.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 115.9% การเติบโตนี้เป็นผลมาจากความสำเร็จในการขยายขอบเขตการให้บริการให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้นใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม, บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ และบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRI ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 86.8%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นถึง 115.9% โดยการเติบโตนี้กระจายตัวอยู่ในทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม:** มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 200.7% ปัจจัยหลักมาจาก 1) การเพิ่มขึ้นของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทเป็นที่ปรึกษาในการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง 2) การเริ่มให้บริการออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 และ 3) รายได้จาก UPM Academy ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายคอร์สฝึกอบรม
* **ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์:** รายได้เติบโต 112.8% จาก 1) จำนวนโครงการภายใต้การบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร รวมถึง Residential Property ที่เพิ่มขึ้น และ 2) การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และการบังคับใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มอัตราในปี 2565 ทำให้เกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้จากนายหน้าและบริการจัดหาผู้ร่วมทุน (JV)
* **ธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์:** รายได้เพิ่มขึ้น 48.0% จาก 1) การให้บริการออกแบบและตกแต่งที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการตกแต่งพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่พักอาศัย และ 2) รายได้จากการให้บริการทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้นทั้งแบบมีสัญญาและแบบรายครั้ง
การเติบโตของรายได้ในแต่ละกลุ่มธุรกิจส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน (80.4%) แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้มีอัตราที่สูงกว่า ทำให้กำไรจากการดำเนินงานเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็เพิ่มขึ้น 61.3% แต่ในสัดส่วนที่น้อยกว่าการเติบโตของรายได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารระบุว่าการเติบโตของรายได้มาจาก "การเติบโตขึ้นของธุรกิจเดิม และการขยายขอบเขตการให้บริการให้มีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น" ซึ่งบ่งชี้ถึงกลยุทธ์การเติบโตที่ยั่งยืน นอกจากนี้ การที่ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของตลาดและกฎหมายภาษีที่ดินฯ อาจส่งผลดีต่อเนื่องหากสภาวะตลาดเป็นเช่นเดิม การเพิ่มขึ้นของโครงการภายใต้การบริหารจัดการและการขยายบริการใหม่ๆ ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 พุ่ง 86.8%** แตะ 914.6 ล้านบาท จาก 489.6 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 115.9%** แตะ 240.1 ล้านบาท จาก 111.2 ล้านบาทในปี 2564
* **ธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม** โตโดดเด่นสุด 200.7%
* **ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์** เติบโต 112.8% จากจำนวนโครงการและดีมานด์ตลาดที่ฟื้นตัว
* **ธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์** เพิ่มขึ้น 48.0% จากบริการตกแต่งและทำความสะอาด
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 516.4%** เป็น 1,635.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการขยายธุรกิจและการให้เครดิตเทอมลูกค้า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 684.4%** เป็น 1,483.3 ล้านบาท หลังจากการเสนอขายหุ้น IPO
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 914.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 86.8% จาก 489.6 ล้านบาทในปี 2564 การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก โดยธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรมเติบโตสูงสุดถึง 200.7% ตามมาด้วยธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโต 112.8% และธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโต 48.0% ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 80.4% สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 240.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 115.9% จาก 111.2 ล้านบาทในปี 2564 อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก 22.7% ในปี 2564 เป็น 26.3% ในปี 2565
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจแบบครบวงจร (One Stop Service):** การให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเป็นจุดแข็งที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้า
* **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** สภาวะตลาดที่เริ่มฟื้นตัวและการบังคับใช้กฎหมายภาษีที่ดินฯ เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจนายหน้าและ JV
* **การเพิ่มจำนวนโครงการภายใต้การบริหาร:** การเติบโตของจำนวนนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรรที่บริษัทเข้าไปบริหารจัดการ
* **การขยายบริการใหม่:** การเริ่มให้บริการออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม รวมถึงการขยายคอร์สฝึกอบรม UPM Academy
* **การเติบโตของบริการหลังการขาย:** ความต้องการบริการตกแต่งและทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจที่ปรึกษา ออกแบบ บริหารจัดการ และบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์ อาจมีการแข่งขันสูง
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการอสังหาริมทรัพย์
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนพนักงานและต้นทุนอุปกรณ์อาจส่งผลต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถส่งผ่านไปยังลูกค้าได้
* **การพึ่งพิงโครงการ:** รายได้บางส่วนอาจขึ้นอยู่กับจำนวนโครงการที่บริษัทเข้าไปบริหารจัดการหรือให้บริการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของรายได้ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ:** ติดตามแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่ปรึกษาฯ, บริหารจัดการฯ และบริการหลังการขายฯ ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
* **การขยายฐานลูกค้าและโครงการใหม่:** ความคืบหน้าในการหาลูกค้าใหม่และโครงการที่เข้ามาบริหารจัดการหรือให้บริการ
* **ผลกระทบจากสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานในตลาดอสังหาริมทรัพย์
* **การดำเนินงานของ UPM Academy:** การเติบโตของรายได้และจำนวนคอร์สที่เปิดสอน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
PRI ในฐานะผู้ให้บริการแบบครบวงจรในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในปี 2565 โดยเฉพาะในส่วนของ **ธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม** ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 200.7% ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญในการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงการเพิ่มบริการด้านการออกแบบใหม่ๆ การเติบโตของ **ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์** ที่ 112.8% บ่งชี้ถึงความต้องการบริการบริหารนิติบุคคลที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปัจจัยบวกจากตลาดที่ฟื้นตัวและกฎหมายภาษีที่ดินฯ ที่กระตุ้นการซื้อขาย สำหรับ **ธุรกิจบริการหลังการขาย** ที่เติบโต 48.0% แสดงให้เห็นถึงความต้องการบริการตกแต่งและทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้นตามการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รวม 516.4% เป็นผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจและการให้เครดิตเทอมแก่ลูกค้า ซึ่งสอดคล้องกับหนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้น 99.9% โดยส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,635.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมาก 516.4% จาก 265.4 ล้านบาทในปี 2564 การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวของธุรกิจและการให้เครดิตเทอมแก่ลูกค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 152.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.9% โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้ทางการค้า ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 684.4% เป็น 1,483.3 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ทำให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## สรุปท้าย
ผลประกอบการปี 2565 ของ PRI สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การขยายธุรกิจแบบครบวงจรที่ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 86.8% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 115.9% การเติบโตนี้กระจายตัวในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรมที่เติบโตโดดเด่น แม้จะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากการแข่งขันและสภาวะเศรษฐกิจที่ต้องจับตา การเพิ่มทุนจากการ IPO ทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตและการดำเนินธุรกิจในอนาคตต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
495.20
ล้านบาท
↑ 14.8% YoY
กำไรขั้นต้น
111.87
ล้านบาท
↓ 16.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.59
%
กำไรสุทธิ
31.83
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.43
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
495
↑ + 14.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
112
↓ -16.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
32
↓ -11.1%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
11.89
ROA (%)
12.34
Book Value/หุ้น
5.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+89
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
89.02
+5,498.74%
|
1.59
-100.76%
|
-209.84
-369.13%
|
77.97
+20.21%
|
64.86
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2.36
-99.68%
|
-734.78
-178.76%
|
932.95
-30,195.16%
|
-3.10
+38.39%
|
-2.24
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
115.15
-45.35%
|
210.70
+10,705.13%
|
1.95
-99.82%
|
1,054.49
-5,062.31%
|
-21.25
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
201.80
-138.62%
|
-522.48
-172.06%
|
725.07
-35.80%
|
1,129.36
+2,630.56%
|
41.36
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
551.49
+13.39%
|
486.37
-61.49%
|
1,262.86
+1,272.82%
|
91.99
+81.73%
|
50.62
+30.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.09
-59.37%
|
551.49
+13.39%
|
486.37
-61.49%
|
1,262.86
+1,272.82%
|
91.99
+81.71%
|