บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.64
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7537 out_tok=2091 at=2026-07-26T00:48:11 -->
# PRI กำไร Q2/2566 พุ่ง 76.7% รับแรงหนุนรายได้ทุกกลุ่มธุรกิจ
## รายได้รวมโตกว่าเท่าตัว ฝ่ายบริหารชี้การขยายบริการครบวงจรเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 91.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 76.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 446.0 ล้านบาท เติบโต 124.2% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก และการขยายขอบเขตการให้บริการให้มีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRI ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 124.2%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 76.7% โดยการเติบโตนี้กระจายตัวในทุกกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม, ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ ดังนี้:
* **กลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม:** รายได้เพิ่มขึ้นจากการเป็นที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างและบริการออกแบบที่มากขึ้นตามจำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้จากศูนย์ฝึกอบรม UPM Academy ที่ขยายตัวจากการเพิ่มจำนวนและความหลากหลายของคอร์ส
* **กลุ่มธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์:** รายได้เติบโตจากการมีจำนวนโครงการภายใต้การบริหารจัดการเพิ่มขึ้น ทั้งนิติบุคคลอาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร และ Residential Property รวมถึงรายได้จากบริการนายหน้าและจัดหาผู้ร่วมทุน (JV) ที่สูงขึ้น
* **กลุ่มธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์:** รายได้เพิ่มขึ้นจากการให้บริการออกแบบและตกแต่งพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่พักอาศัย รวมถึงรายได้จากการให้บริการทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้นจากการได้สัญญาจากลูกค้าประเภทนิติบุคคลและบริการแบบรายครั้งจากการทำโปรโมชั่น
แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นถึง 171.7% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 52.8% แต่การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่ามาก ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีและกำไรสุทธิเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตเกิดจากการขยายขอบเขตการให้บริการให้มีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง หากบริษัทสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ รวมถึงการเพิ่มจำนวนโครงการที่บริหารจัดการและโครงการที่ให้บริการออกแบบและตกแต่ง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 76.7% YoY** อยู่ที่ 91.7 ล้านบาท จาก 51.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/2566 พุ่ง 124.2% YoY** แตะ 446.0 ล้านบาท จาก 198.9 ล้านบาท
* **ทุกกลุ่มธุรกิจหลักมีรายได้เติบโตโดดเด่น:** ที่ปรึกษาฯ +381.4%, บริหารจัดการฯ +38.0%, บริการหลังการขายฯ +162.5%
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 171.7%** สอดคล้องกับการขยายตัวของรายได้และบริการ
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q2/2566 เพิ่มขึ้น 34.9%** เป็น 2,207.4 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจและให้เครดิตเทอมลูกค้า
* **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q2/2566 เพิ่มขึ้น 254.2%** เป็น 540.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีรายได้รวม 446.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.2% เมื่อเทียบกับ 198.9 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีต้นทุนขายและบริการ 305.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.7% และค่าใช้จ่ายในการบริหาร 29.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.8% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 110.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.4% เมื่อเทียบกับ 67.0 ล้านบาทในปีก่อน เมื่อรวมรายได้และต้นทุนทางการเงินแล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 91.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.7% เมื่อเทียบกับ 51.9 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายขอบเขตบริการครบวงจร:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ และมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง
* **การเพิ่มขึ้นของจำนวนโครงการ:** ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์, การเป็นที่ปรึกษาและออกแบบ, และบริการหลังการขาย เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่ม
* **การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** หากตลาดฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการและบริการหลังการขาย
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะต้นทุนค่าตอบแทนพนักงานและต้นทุนอุปกรณ์ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาบริการได้สอดคล้องกัน
* **การแข่งขันในธุรกิจบริหารจัดการและบริการหลังการขาย:** อาจส่งผลต่อการตั้งราคาและอัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** ความผันผวนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะกระทบต่อปริมาณงานของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ:** โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจบริการหลังการขายที่เติบโตสูง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนค่าตอบแทนพนักงานและต้นทุนอุปกรณ์ เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** ทั้งในกลุ่มนิติบุคคลและลูกค้าทั่วไป
* **การเปิดตัวโครงการใหม่ๆ:** ที่จะส่งผลต่อรายได้ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 38.0% YoY เป็น 130.1 ล้านบาท จากการมีจำนวนโครงการภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้น
* **รายได้จากธุรกิจบริการหลังการขาย:** เติบโตโดดเด่นถึง 162.5% YoY เป็น 225.0 ล้านบาท จากการให้บริการออกแบบ ตกแต่ง และทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบ:** เพิ่มขึ้นสูงถึง 381.4% YoY เป็น 90.5 ล้านบาท จากจำนวนโครงการที่ปรึกษาและออกแบบที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 171.7% YoY เป็น 305.4 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากต้นทุนค่าตอบแทนพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,207.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.9% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียนจากการขยายธุรกิจและการให้เครดิตเทอมลูกค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 540.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 254.2% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 12.4% เป็น 1,667.3 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานในงวด
## สรุปท้าย
PRI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 76.7% จากการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ซึ่งเป็นผลจากการขยายบริการให้ครบวงจรและจำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนจะปรับสูงขึ้นตามการเติบโต แต่การบริหารจัดการรายได้ที่เหนือกว่าทำให้กำไรเติบโตได้ดี ปัจจัยบวกเหล่านี้มีโอกาสต่อเนื่องหากบริษัทสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตและบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันในตลาด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
495.20
ล้านบาท
↑ 14.8% YoY
กำไรขั้นต้น
111.87
ล้านบาท
↓ 16.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.59
%
กำไรสุทธิ
31.83
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.43
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
495
↑ + 14.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
112
↓ -16.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
32
↓ -11.1%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
11.89
ROA (%)
12.34
Book Value/หุ้น
5.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+89
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
89.02
+5,498.74%
|
1.59
-100.76%
|
-209.84
-369.13%
|
77.97
+20.21%
|
64.86
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2.36
-99.68%
|
-734.78
-178.76%
|
932.95
-30,195.16%
|
-3.10
+38.39%
|
-2.24
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
115.15
-45.35%
|
210.70
+10,705.13%
|
1.95
-99.82%
|
1,054.49
-5,062.31%
|
-21.25
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
201.80
-138.62%
|
-522.48
-172.06%
|
725.07
-35.80%
|
1,129.36
+2,630.56%
|
41.36
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
551.49
+13.39%
|
486.37
-61.49%
|
1,262.86
+1,272.82%
|
91.99
+81.73%
|
50.62
+30.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.09
-59.37%
|
551.49
+13.39%
|
486.37
-61.49%
|
1,262.86
+1,272.82%
|
91.99
+81.71%
|