บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.64
0.02 (0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6112 out_tok=2906 at=2026-07-26T00:18:53 -->
# PRI กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 178% รับรายได้โตทุกกลุ่มธุรกิจ
## รายได้-กำไร PRI โตแรง 83% ในปี 2564 จากการขยายบริการครบวงจร ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการเติบโตของธุรกิจเดิมและบริการใหม่เป็นปัจจัยขับเคลื่อน
บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 489.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 83.69% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 111.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177.78% การเติบโตนี้มาจากปัจจัยบวกในทุกกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการขยายขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมและครบวงจรมากยิ่งขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRI ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายและการให้บริการ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 83.69%** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **การขยายขอบเขตการให้บริการให้ครบวงจรมากขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ** ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตตามมาถึง 177.78%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **กลุ่มธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์:** เป็นกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 131.50% สาเหตุหลักมาจากการขยายขอบเขตการให้บริการออกแบบและตกแต่งภายในไปยังพื้นที่ส่วนกลางของโครงการอสังหาริมทรัพย์ เช่น ล็อบบี้ คลับเฮ้าส์ และการเริ่มให้บริการงานช่าง เช่น การเก็บงานเพื่อส่งมอบอาคาร การซ่อมแซม ต่อเติม และการปรับปรุงภายนอกอาคาร การขยายบริการนี้ทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้จากฐานลูกค้าเดิมและโครงการใหม่ๆ ได้มากขึ้น
2. **กลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม:** มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 504.60% การเติบโตนี้เกิดจากการเริ่มดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาในการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างในช่วงปลายปี 2563 ทำให้ในปี 2564 มีรายได้จากการให้บริการเต็มปี ประกอบกับการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อให้บริการออกแบบสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรมโครงสร้าง และระบบประกอบอาคาร ทำให้บริษัทสามารถรับงานที่หลากหลายและมีมูลค่าสูงขึ้น
3. **กลุ่มธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 29.61% จากการมีจำนวนอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรรภายใต้การบริหารจัดการเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้จากการให้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์
การเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจนี้ ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 83.37% โดยอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมทรงตัวที่ 41.15% แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ แต่การบริหารจัดการต้นทุนในบางส่วน เช่น กลุ่มที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม ที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนค่าตอบแทนพนักงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตของผลประกอบการเกิดจากการเติบโตของธุรกิจเดิมและการขยายขอบเขตการให้บริการให้มีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สามารถต่อยอดได้ในอนาคต การขยายบริการไปยังพื้นที่ส่วนกลาง งานช่าง และการให้บริการออกแบบครบวงจร เป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกลุ่มที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรมที่สูงมากในปีนี้ อาจต้องพิจารณาถึงฐานที่ค่อนข้างต่ำในปีที่ผ่านมา และความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 83.69%** แตะ 489.56 ล้านบาท จาก 266.51 ล้านบาทในปี 2563
* **กำไรสุทธิปี 2564 พุ่ง 177.78%** แตะ 111.25 ล้านบาท จาก 40.05 ล้านบาทในปี 2563
* **กลุ่มธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโตโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 131.50% จากการขยายบริการตกแต่งส่วนกลางและงานช่าง
* **กลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรมโตแรง 504.60%** จากการให้บริการควบคุมงานก่อสร้างเต็มปีและบริการออกแบบใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมทรงตัวที่ 41.15%** แม้รายได้และต้นทุนจะเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI มีการเติบโตของรายได้จากการขายและการให้บริการอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้รวม 489.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.69% เมื่อเทียบกับ 266.51 ล้านบาทในปี 2563 การเติบโตนี้กระจายตัวในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่มบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตถึง 131.50% และกลุ่มที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรมที่เติบโตถึง 504.60% ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายขอบเขตการให้บริการใหม่ๆ และการให้บริการที่ครบวงจรมากขึ้น ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่ 83.03% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 83.37% เป็น 201.23 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นรวมทรงตัวอยู่ที่ 41.15% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 3.04% เป็น 54.14 ล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินมีจำนวนน้อยมากเนื่องจากบริษัทไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 177.78% เป็น 111.25 ล้านบาท จาก 40.05 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **การขยายบริการครบวงจร:** การเพิ่มบริการออกแบบและตกแต่งภายในพื้นที่ส่วนกลาง งานช่าง และการให้บริการที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง เป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลาย
* **การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการซื้อขายอาคารชุดและที่ดิน เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และนายหน้า
* **การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่:** การมีบริษัทย่อยที่ให้บริการออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงการขยายตัวของธุรกิจ:** การเติบโตที่สูงในปี 2564 ส่วนหนึ่งมาจากการเริ่มดำเนินธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งการรักษาอัตราการเติบโตในระดับสูงอย่างต่อเนื่องอาจเป็นความท้าทาย
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการ:** ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และบริการหลังการขายมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** แม้ตลาดจะฟื้นตัว แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรักษาอัตราการเติบโตของรายได้:** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจบริการหลังการขายและที่ปรึกษาฯ ที่เติบโตสูงในปีนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการขยายธุรกิจ
* **การขยายฐานลูกค้า:** ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และนายหน้า
* **การพัฒนาบริการใหม่ๆ:** เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
PRI แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและขยายธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการพลิกบทบาทจากการให้บริการเฉพาะส่วนไปสู่การให้บริการที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น
* **การโอน/Presale/Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับมูลค่าการโอน (Presale/Backlog) แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์ (เพิ่มขึ้น 131.50%) และกลุ่มบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (เพิ่มขึ้น 29.61%) บ่งชี้ถึงกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทเข้าไปเกี่ยวข้อง
* **Backlog ที่รับรู้:** การเติบโตของรายได้ในกลุ่มที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม (เพิ่มขึ้น 504.60%) ซึ่งรวมถึงการให้บริการควบคุมงานก่อสร้าง แสดงให้เห็นถึงการรับรู้รายได้จากงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
* **อัตรากำไรโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุอัตรากำไรโครงการโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น (จาก 25.02% เป็น 30.31%) อาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น หรือการมีสัดส่วนรายได้จากบริการที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น เช่น การให้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดิน (ก่อนโอนย้าย)
* **รายได้ค่าเช่า:** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ปรากฏข้อมูลโดยตรง แต่ต้นทุนขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ สะท้อนถึงต้นทุนที่แปรผันตามปริมาณงาน
* **D/E Ratio:** ไม่ได้ระบุ D/E Ratio โดยตรง แต่จากข้อมูลฐานะการเงิน หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 56.01% เป็น 76.32 ล้านบาท ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 96.96% เป็น 189.06 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นที่เติบโตเร็วกว่า
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 265.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.13% จาก 144.91 ล้านบาทในปี 2563 การเพิ่มขึ้นนี้สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจและการให้เครดิตเทอมแก่ลูกค้า หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 56.01% เป็น 76.32 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้ทางการค้า ซึ่งเป็นไปตามการขยายตัวของธุรกิจ ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 96.96% เป็น 189.06 ล้านบาท จาก 95.99 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม การเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูงกว่าหนี้สิน ทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการอันโดดเด่นของ PRI ในปี 2564 คือการขยายขอบเขตการให้บริการให้ครบวงจรในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะการเพิ่มบริการในกลุ่มบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าความเสี่ยงด้านการแข่งขันและภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงอยู่ แต่การปรับกลยุทธ์ที่เน้นการให้บริการที่หลากหลายและครบวงจร ประกอบกับฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
495.20
ล้านบาท
↑ 14.8% YoY
กำไรขั้นต้น
111.87
ล้านบาท
↓ 16.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.59
%
กำไรสุทธิ
31.83
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.43
%
D/E Ratio
0.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
495
↑ + 14.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
112
↓ -16.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
32
↓ -11.1%
YoY
D/E Ratio
0.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.35
ROE (%)
11.89
ROA (%)
12.34
Book Value/หุ้น
5.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+89
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
89.02
+5,498.74%
|
1.59
-100.76%
|
-209.84
-369.13%
|
77.97
+20.21%
|
64.86
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2.36
-99.68%
|
-734.78
-178.76%
|
932.95
-30,195.16%
|
-3.10
+38.39%
|
-2.24
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
115.15
-45.35%
|
210.70
+10,705.13%
|
1.95
-99.82%
|
1,054.49
-5,062.31%
|
-21.25
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
201.80
-138.62%
|
-522.48
-172.06%
|
725.07
-35.80%
|
1,129.36
+2,630.56%
|
41.36
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
551.49
+13.39%
|
486.37
-61.49%
|
1,262.86
+1,272.82%
|
91.99
+81.73%
|
50.62
+30.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.09
-59.37%
|
551.49
+13.39%
|
486.37
-61.49%
|
1,262.86
+1,272.82%
|
91.99
+81.71%
|