บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
2.04
0.04 (1.92%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายภาษี ในขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 112.88 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.05 เนื่องจากยอดขายบรรจุภัณฑ์ภาพรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบรรจุภัณฑ์น้ํามันหล่อลื่นและบรรจุภัณฑ์สําหรับนมและนมเปรี้ยว ตามเศรษฐกิจที่เริ่ม ฟื้นตัวและความหวาดกลัวต่อความรุนแรงของโรคระบาดโควิด-19 ได้คลี่คลายลงทําให้การเดินทางและการบริโภค ในประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ในส่วนของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ยอดขายเติบโตขึ้นร้อยละ 7.7 มาจากงานนิวโมเดลที่เริ่มขายเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นไตรมาส อัตรากําไรขั้นต้นรวม เท่ากับร้อยละ 17.7 ลดลงจากปีก่อนที่ร้อยละ 19.4 เกิดจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น
รวมถึงค่าเงินบาท ที่ปรับตัวอ่อนค่าลง หากแต่การปรับราคาขายขึ้นลงตามราคาวัตถุดิบไม่สามารถกระทําได้ทันที จะต้องใช้ระยะเวลา หนึ่งตามเงื่อนไขการปรับราคาของแต่ละลูกค้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4280 out_tok=2690 at=2026-07-25T23:19:39 -->
# PJW กำไรสุทธิปี 2564 พุ่ง 47% รับยอดขายฟื้นตัว-งานใหม่หนุน
## รายได้รวมโต 9.47% หลังอุตสาหกรรมยานยนต์และบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัว ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 169.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 9.47% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการรับรู้รายได้จากงานนิวโมเดล อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อยจากราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ PJW ในปี 2564 ให้เติบโตถึง 47.30% มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 9.47%** ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาของคำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมยานยนต์และบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในปีก่อน ประกอบกับการมีรายได้ใหม่จากงานนิวโมเดลในส่วนบรรจุภัณฑ์นมและนมเปรี้ยว แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพช่วยหนุนภาพรวมกำไรให้ดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้ในปี 2564 เกิดจากหลายปัจจัยประการแรก สถานการณ์โควิด-19 ในช่วงต้นปี 2564 คลี่คลายลง ทำให้ยอดขายในอุตสาหกรรมยานยนต์และบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นกลับสู่ระดับใกล้เคียงปกติ แม้จะมีการล็อกดาวน์ระลอกใหม่ในช่วงกลางปี แต่ผลกระทบไม่รุนแรงเท่าปี 2563 ประการที่สอง การมีคำสั่งซื้อใหม่จากงานนิวโมเดลในกลุ่มบรรจุภัณฑ์สำหรับนมและนมเปรี้ยวเข้ามาเสริม นอกจากนี้ ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงเติบโตได้ แม้จะชะลอตัวบ้างจากการขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงกลางปี แต่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และยอดขายในประเทศจีนยังเติบโตได้กว่า 15% ปัจจัยเหล่านี้รวมกันส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ แม้ว่าราคาวัตถุดิบจะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการมีงานนิวโมเดลเข้ามาเสริม จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 47.30%** อยู่ที่ 169.47 ล้านบาท เทียบกับปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 9.47%** เป็นผลจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงงานนิวโมเดล
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย** จาก 19.5% เป็น 18.6% เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกสูงขึ้น
* **อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น** จาก 4.1% เป็น 5.5% เนื่องจากสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลง
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 90.14 ล้านบาท** ส่วนใหญ่เป็นงานระหว่างทำแม่พิมพ์นิวโมเดล วัตถุดิบ และสินค้าสำเร็จรูป เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่สูงขึ้นและมูลค่าวัตถุดิบที่แพงขึ้น
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 3.31%** โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และเงินกู้ยืมระยะสั้น เพื่อรองรับทรัพย์สินดำเนินงานที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมเท่ากับ 169.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.42 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 47.30 เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 266.96 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.47 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของยอดขายในอุตสาหกรรมยานยนต์และบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น รวมถึงยอดขายใหม่ของงานนิวโมเดลในส่วนบรรจุภัณฑ์สำหรับนมและนมเปรี้ยว แม้จะมีการล็อกดาวน์ในช่วงกลางปี แต่ผลกระทบไม่รุนแรงเท่าปี 2563 ส่วนธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์เติบโตชะลอตัวจากการขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ แต่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และยอดขายในประเทศจีนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 15
ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ร้อยละ 18.6 ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่ร้อยละ 19.5 เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มเพื่อจัดการกับสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการควบคุมต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้
สำหรับอัตรากำไรสุทธิรวมอยู่ที่ร้อยละ 5.5 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ร้อยละ 4.1 เนื่องจากสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลง
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์เริ่มคลี่คลาย ส่งผลดีต่อการผลิตรถยนต์และคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์
* **งานนิวโมเดล:** การรับรู้รายได้จากงานนิวโมเดลในกลุ่มบรรจุภัณฑ์สำหรับนมและนมเปรี้ยว จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้เพิ่มเติม
* **การเติบโตในตลาดจีน:** ยอดขายในประเทศจีนที่เติบโตกว่า 15% แสดงถึงศักยภาพในการขยายตลาด
* **การควบคุมต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและลดความสูญเสีย ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังต่อการผลิตรถยนต์
* **สถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและอุปสงค์
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและผลกระทบต่อ GPM
* การคลี่คลายของการขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์และผลต่อคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์
* การเติบโตของยอดขายในตลาดจีนและโอกาสในการขยายตลาด
* การรับรู้รายได้จากงานนิวโมเดลใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มเติม
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ โดยเฉพาะงานระหว่างทำแม่พิมพ์นิวโมเดล และวัตถุดิบ/สินค้าสำเร็จรูป เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่สูงขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการ
* **Order Book:** การที่บริษัทเพิ่มสต็อกวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่สูงขึ้น บ่งชี้ถึง Order Book ที่แข็งแกร่งในระดับหนึ่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2564 เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 19.5 เป็นร้อยละ 18.6 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** ยอดขายในประเทศจีนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 15 แสดงถึงการเติบโตในตลาดต่างประเทศ
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 90.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานระหว่างทำแม่พิมพ์นิวโมเดล วัตถุดิบ และสินค้าสำเร็จรูป เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่สูงขึ้นและมูลค่าวัตถุดิบที่แพงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 งบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 146.14 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.07 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 152.61 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (90.14 ล้านบาท) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (42.50 ล้านบาท) และลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (40.81 ล้านบาท) ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงเล็กน้อยเนื่องจากไม่มีการลงทุนโครงการใหญ่
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 58.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.31 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากหนี้สินหมุนเวียน เช่น เจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับทรัพย์สินดำเนินงานที่สูงขึ้น ในขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวและหนี้สินสัญญาเช่าลดลง
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 อยู่ที่ 1.54 เท่า ลดลงจาก 1.61 เท่า ณ สิ้นปี 2563
## สรุปท้าย
PJW โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 47.30% จากการฟื้นตัวของรายได้ในอุตสาหกรรมหลักและงานใหม่ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และศักยภาพในตลาดจีน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PJW ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
870.73
ล้านบาท
↓ 8.5% YoY
กำไรขั้นต้น
166.26
ล้านบาท
↓ 9.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.09
%
กำไรสุทธิ
19.40
ล้านบาท
↓ 51.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.23
%
D/E Ratio
1.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
871
↓ -8.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
166
↓ -9.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
19
↓ -51.8%
YoY
D/E Ratio
1.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PJW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.56
ROE (%)
11.49
ROA (%)
6.96
Book Value/หุ้น
2.48
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PJW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+124
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PJW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-69.65
+9.43%
|
-63.65
-254.38%
|
41.23
-90.33%
|
426.22
+21.66%
|
350.33
-38.55%
|
570.10
+923.89%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
123.99
-57.53%
|
291.97
+397.48%
|
58.69
-61.76%
|
153.48
+154.27%
|
60.36
-141.26%
|
-146.29
-153.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-41.50
-82.12%
|
-232.06
+684.78%
|
-29.57
-120.65%
|
143.22
+433.61%
|
26.84
-106.94%
|
-386.78
-408.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-94.34
+949.39%
|
-8.99
-113.08%
|
68.73
-20.85%
|
86.84
-665.36%
|
-15.36
-138.32%
|
40.08
-137.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
52.96
-45.43%
|
97.05
+7.06%
|
90.65
-17.96%
|
110.49
+62.51%
|
67.99
+143.60%
|
27.91
-79.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
97.38
+83.87%
|
52.96
-45.43%
|
97.05
+7.06%
|
90.65
-17.96%
|
110.49
+62.51%
|
67.99
+143.60%
|