บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
2.04
0.04 (1.92%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายภาษี ในขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 112.88 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.05 เนื่องจากยอดขายบรรจุภัณฑ์ภาพรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบรรจุภัณฑ์น้ํามันหล่อลื่นและบรรจุภัณฑ์สําหรับนมและนมเปรี้ยว ตามเศรษฐกิจที่เริ่ม ฟื้นตัวและความหวาดกลัวต่อความรุนแรงของโรคระบาดโควิด-19 ได้คลี่คลายลงทําให้การเดินทางและการบริโภค ในประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ในส่วนของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ยอดขายเติบโตขึ้นร้อยละ 7.7 มาจากงานนิวโมเดลที่เริ่มขายเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นไตรมาส อัตรากําไรขั้นต้นรวม เท่ากับร้อยละ 17.7 ลดลงจากปีก่อนที่ร้อยละ 19.4 เกิดจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น
รวมถึงค่าเงินบาท ที่ปรับตัวอ่อนค่าลง หากแต่การปรับราคาขายขึ้นลงตามราคาวัตถุดิบไม่สามารถกระทําได้ทันที จะต้องใช้ระยะเวลา หนึ่งตามเงื่อนไขการปรับราคาของแต่ละลูกค้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5103 out_tok=2279 at=2026-07-25T23:40:37 -->
# PJW Q3/2565 กำไรสุทธิวูบ 37.7% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-บาทอ่อน
## รายได้รวมโตตามเศรษฐกิจฟื้น-ต้นทุนพุ่งกดดัน GPM ชี้ปัจจัยกดดันยังคงอยู่
บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 19.26 ล้านบาท ลดลง 37.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 8.7% จากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการปรับขึ้นราคาขาย แต่ถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PJW ในไตรมาส 3 ปี 2565 ลดลง 37.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 17.8% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 16.1% ในไตรมาสนี้ แม้รายได้รวมจะเติบโตขึ้น 8.7% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การหดตัวของ GPM เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ คือ:
* **ราคาเม็ดพลาสติก (วัตถุดิบหลัก) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง:** สาเหตุมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น
* **ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง:** ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้น
แม้บริษัทจะมีการปรับราคาขายขึ้นตามราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน แต่การปรับราคาดังกล่าวไม่สามารถทำได้ทันที ต้องใช้ระยะเวลาตามเงื่อนไขการปรับราคาของแต่ละลูกค้า ทำให้เกิดส่วนต่างของต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการพิจารณาราคาเม็ดพลาสติกทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นระยะๆ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM ได้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 อยู่ที่ 19.26 ล้านบาท ลดลง 37.69% YoY**
* **รายได้รวม Q3/2565 เพิ่มขึ้น 8.7% YoY อยู่ที่ 784.77 ล้านบาท** (ตัวเลขคำนวณจากเอกสาร: 65.89 ล้านบาท + รายได้ Q3/2564 ที่ไม่ระบุชัดเจน แต่สามารถอนุมานได้จากรายได้ 9 เดือน)
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 17.8% เป็น 16.1%**
* **อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ลดลงจาก 4.1% เป็น 2.3%**
* **การรวมรายได้ของบริษัทย่อยใหม่ Master Laundry จำกัด เพิ่ม 34.48 ล้านบาทใน Q3/2565**
* **ยอดขายกลุ่มยานยนต์ลดลง** จากปัญหาห่วงโซ่การผลิตและขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 19.26 ล้านบาท ลดลง 37.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.7% เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการปรับราคาขายที่สูงขึ้นตามราคาเม็ดพลาสติก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.8% เป็น 16.1% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 4.1% เป็น 2.3%
สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 71.97 ล้านบาท ลดลง 40.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 14.02% เป็นผลจากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการรวมรายได้ของบริษัทย่อยใหม่ Master Laundry จำกัด ซึ่งเพิ่มเข้ามา 91.26 ล้านบาท แต่ GPM ลดลงจาก 18.2% เป็น 16.2% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 5.2% เป็น 2.7% นอกจากนี้ ในเดือนเมษายน 2565 มีผลขาดทุนจากการหยุดโรงงานที่เมืองเจียงซูรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายฝ่ายบริหาร
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ:** เป็นปัจจัยหนุนยอดขายในกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
* **การปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะล่าช้า แต่เป็นการช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **การรวมรายได้ของบริษัทย่อยใหม่ Master Laundry จำกัด:** ช่วยเสริมรายได้รวมของกลุ่มบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและวัตถุดิบ:** ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (ค่าเงินบาทอ่อนค่า):** เพิ่มต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ
* **ปัญหาห่วงโซ่การผลิตและขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์
* **แรงกดดันด้านเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น:** ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม
* **การปรับราคาขายที่ไม่ทันต่อต้นทุน:** ทำให้เกิดส่วนต่างของต้นทุนที่สูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
* ทิศทางค่าเงินบาท
* การปรับตัวของยอดขายในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์
* ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายให้กับลูกค้าแต่ละราย
* ผลประกอบการของบริษัทย่อย Master Laundry จำกัด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่าสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 31.19 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากยอดขายที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปลายปีก่อน อาจบ่งชี้ถึงการผลิตที่สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่ระบุว่ายอดขายอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์เติบโตจากการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัว และยอดขายกลุ่มยานยนต์ลดลง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตามราคาน้ำมันดิบ
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 17.8% เป็น 16.1% (Q3/2565 เทียบ Q3/2564) และจาก 18.2% เป็น 16.2% (9 เดือนแรก/2565 เทียบ 9 เดือนแรก/2564)
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงยอดขายกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ลดลง ซึ่งอาจรวมถึงตลาดส่งออก
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เป็นปัจจัยเพิ่มต้นทุนวัตถุดิบ
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 31.19 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 5.64% เป็น 3,220.86 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการรวมบริษัทย่อยใหม่ Master Laundry จำกัด
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 7.52% เป็น 2,077.71 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับยอดขายและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนรวม (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.62 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.54 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
PJW เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2565 จากราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและยอดขายจากบริษัทย่อยใหม่ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PJW ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
870.73
ล้านบาท
↓ 8.5% YoY
กำไรขั้นต้น
166.26
ล้านบาท
↓ 9.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.09
%
กำไรสุทธิ
19.40
ล้านบาท
↓ 51.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.23
%
D/E Ratio
1.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
871
↓ -8.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
166
↓ -9.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
19
↓ -51.8%
YoY
D/E Ratio
1.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PJW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.56
ROE (%)
11.49
ROA (%)
6.96
Book Value/หุ้น
2.48
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PJW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+124
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PJW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-69.65
+9.43%
|
-63.65
-254.38%
|
41.23
-90.33%
|
426.22
+21.66%
|
350.33
-38.55%
|
570.10
+923.89%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
123.99
-57.53%
|
291.97
+397.48%
|
58.69
-61.76%
|
153.48
+154.27%
|
60.36
-141.26%
|
-146.29
-153.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-41.50
-82.12%
|
-232.06
+684.78%
|
-29.57
-120.65%
|
143.22
+433.61%
|
26.84
-106.94%
|
-386.78
-408.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-94.34
+949.39%
|
-8.99
-113.08%
|
68.73
-20.85%
|
86.84
-665.36%
|
-15.36
-138.32%
|
40.08
-137.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
52.96
-45.43%
|
97.05
+7.06%
|
90.65
-17.96%
|
110.49
+62.51%
|
67.99
+143.60%
|
27.91
-79.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
97.38
+83.87%
|
52.96
-45.43%
|
97.05
+7.06%
|
90.65
-17.96%
|
110.49
+62.51%
|
67.99
+143.60%
|