PJW
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PJW
บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
2.00
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กำไรปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายภาษี ในขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 112.88 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.05 เนื่องจากยอดขายบรรจุภัณฑ์ภาพรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบรรจุภัณฑ์น้ํามันหล่อลื่นและบรรจุภัณฑ์สําหรับนมและนมเปรี้ยว ตามเศรษฐกิจที่เริ่ม ฟื้นตัวและความหวาดกลัวต่อความรุนแรงของโรคระบาดโควิด-19 ได้คลี่คลายลงทําให้การเดินทางและการบริโภค ในประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในส่วนของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ยอดขายเติบโตขึ้นร้อยละ 7.7 มาจากงานนิวโมเดลที่เริ่มขายเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นไตรมาส อัตรากําไรขั้นต้นรวม เท่ากับร้อยละ 17.7 ลดลงจากปีก่อนที่ร้อยละ 19.4 เกิดจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าเงินบาท ที่ปรับตัวอ่อนค่าลง หากแต่การปรับราคาขายขึ้นลงตามราคาวัตถุดิบไม่สามารถกระทําได้ทันที จะต้องใช้ระยะเวลา หนึ่งตามเงื่อนไขการปรับราคาของแต่ละลูกค้า

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5103 out_tok=2279 at=2026-07-25T23:40:37 --> # PJW Q3/2565 กำไรสุทธิวูบ 37.7% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-บาทอ่อน ## รายได้รวมโตตามเศรษฐกิจฟื้น-ต้นทุนพุ่งกดดัน GPM ชี้ปัจจัยกดดันยังคงอยู่ บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 19.26 ล้านบาท ลดลง 37.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 8.7% จากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการปรับขึ้นราคาขาย แต่ถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PJW ในไตรมาส 3 ปี 2565 ลดลง 37.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 17.8% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 16.1% ในไตรมาสนี้ แม้รายได้รวมจะเติบโตขึ้น 8.7% ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การหดตัวของ GPM เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ คือ: * **ราคาเม็ดพลาสติก (วัตถุดิบหลัก) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง:** สาเหตุมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น * **ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง:** ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้น แม้บริษัทจะมีการปรับราคาขายขึ้นตามราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน แต่การปรับราคาดังกล่าวไม่สามารถทำได้ทันที ต้องใช้ระยะเวลาตามเงื่อนไขการปรับราคาของแต่ละลูกค้า ทำให้เกิดส่วนต่างของต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการพิจารณาราคาเม็ดพลาสติกทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นระยะๆ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM ได้ในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2565 อยู่ที่ 19.26 ล้านบาท ลดลง 37.69% YoY** * **รายได้รวม Q3/2565 เพิ่มขึ้น 8.7% YoY อยู่ที่ 784.77 ล้านบาท** (ตัวเลขคำนวณจากเอกสาร: 65.89 ล้านบาท + รายได้ Q3/2564 ที่ไม่ระบุชัดเจน แต่สามารถอนุมานได้จากรายได้ 9 เดือน) * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 17.8% เป็น 16.1%** * **อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ลดลงจาก 4.1% เป็น 2.3%** * **การรวมรายได้ของบริษัทย่อยใหม่ Master Laundry จำกัด เพิ่ม 34.48 ล้านบาทใน Q3/2565** * **ยอดขายกลุ่มยานยนต์ลดลง** จากปัญหาห่วงโซ่การผลิตและขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 19.26 ล้านบาท ลดลง 37.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.7% เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการปรับราคาขายที่สูงขึ้นตามราคาเม็ดพลาสติก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.8% เป็น 16.1% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 4.1% เป็น 2.3% สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 71.97 ล้านบาท ลดลง 40.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 14.02% เป็นผลจากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการรวมรายได้ของบริษัทย่อยใหม่ Master Laundry จำกัด ซึ่งเพิ่มเข้ามา 91.26 ล้านบาท แต่ GPM ลดลงจาก 18.2% เป็น 16.2% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 5.2% เป็น 2.7% นอกจากนี้ ในเดือนเมษายน 2565 มีผลขาดทุนจากการหยุดโรงงานที่เมืองเจียงซูรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายฝ่ายบริหาร ## โอกาส * **การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ:** เป็นปัจจัยหนุนยอดขายในกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ * **การปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะล่าช้า แต่เป็นการช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น * **การรวมรายได้ของบริษัทย่อยใหม่ Master Laundry จำกัด:** ช่วยเสริมรายได้รวมของกลุ่มบริษัท ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและวัตถุดิบ:** ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (ค่าเงินบาทอ่อนค่า):** เพิ่มต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ * **ปัญหาห่วงโซ่การผลิตและขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ * **แรงกดดันด้านเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น:** ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม * **การปรับราคาขายที่ไม่ทันต่อต้นทุน:** ทำให้เกิดส่วนต่างของต้นทุนที่สูงขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก * ทิศทางค่าเงินบาท * การปรับตัวของยอดขายในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ * ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายให้กับลูกค้าแต่ละราย * ผลประกอบการของบริษัทย่อย Master Laundry จำกัด ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่าสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 31.19 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากยอดขายที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปลายปีก่อน อาจบ่งชี้ถึงการผลิตที่สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่ระบุว่ายอดขายอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์เติบโตจากการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัว และยอดขายกลุ่มยานยนต์ลดลง * **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตามราคาน้ำมันดิบ * **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 17.8% เป็น 16.1% (Q3/2565 เทียบ Q3/2564) และจาก 18.2% เป็น 16.2% (9 เดือนแรก/2565 เทียบ 9 เดือนแรก/2564) * **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงยอดขายกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ลดลง ซึ่งอาจรวมถึงตลาดส่งออก * **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เป็นปัจจัยเพิ่มต้นทุนวัตถุดิบ * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 31.19 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายที่สูงขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 5.64% เป็น 3,220.86 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการรวมบริษัทย่อยใหม่ Master Laundry จำกัด หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 7.52% เป็น 2,077.71 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับยอดขายและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนรวม (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.62 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.54 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ## สรุปท้าย PJW เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2565 จากราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและยอดขายจากบริษัทย่อยใหม่ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PJW ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
870.73 ล้านบาท
↓ 8.5% YoY
กำไรขั้นต้น
166.26 ล้านบาท
↓ 9.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.09 %
กำไรสุทธิ
19.40 ล้านบาท
↓ 51.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.23 %
D/E Ratio
1.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
871
↓ -8.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
166
↓ -9.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
19
↓ -51.8% YoY
D/E Ratio
1.56

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PJW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
870.73
-8.51%
951.71
+13.44%
838.94
+14.24%
734.39
-6.24%
783.29
+4.06%
752.75
-5.11%
กำไรขั้นต้น —
166.26
-9.69%
184.09
+26.48%
145.56
+21.97%
119.33
-16.63%
143.14
-14.58%
167.58
+4.24%
ค่าใช้จ่ายรวม —
114.93
-6.88%
123.42
+15.29%
107.06
+21.29%
88.27
+18.62%
74.41
-35.06%
114.59
+13.17%
กำไรสุทธิ —
19.40
-51.82%
40.27
+28.65%
31.30
+170.78%
11.56
-76.65%
49.51
-16.45%
59.26
+27.78%
กำไรต่อหุ้น —
0.03
-51.43%
0.07
+29.63%
0.05
+170.00%
0.02
-76.47%
0.09
-16.67%
0.10
+27.50%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
11.49
+26.40%
9.09
-21.77%
11.62
+69.39%
6.86
-53.59%
14.78
+36.10%
10.86
+27.76%
ROA(%) —
6.96
+8.75%
6.40
-18.16%
7.82
+50.38%
5.20
-38.90%
8.51
+49.82%
5.68
-4.22%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.56
+3.31%
1.51
+2.72%
1.47
-2.65%
1.51
-1.95%
1.54
-4.35%
1.61
+1.90%
P/E —
6.90
-44.26%
12.38
-28.85%
17.40
-14.33%
20.31
+60.94%
12.62
+48.65%
8.49
-71.44%
P/BV —
0.84
-19.23%
1.04
-39.88%
1.73
-12.18%
1.97
+2.60%
1.92
+131.33%
0.83
+13.70%
BV —
2.43
+8.48%
2.24
+2.28%
2.19
+7.35%
2.04
-0.97%
2.06
+13.19%
1.82
+7.69%
YIELD(%) —
4.55
-11.82%
5.16
+276.64%
1.37
-63.17%
3.72
+17.35%
3.17
-31.68%
4.64
-28.62%
ราคาหุ้น —
2.04
-12.07%
2.32
-38.62%
3.78
-5.97%
4.02
+2.03%
3.94
+160.93%
1.51
+22.76%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
19.09
-1.29%
19.34
+11.47%
17.35
+6.77%
16.25
-11.06%
18.27
-17.92%
22.26
+9.82%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.20
+1.77%
12.97
+1.65%
12.76
+6.16%
12.02
+26.53%
9.50
-37.58%
15.22
+19.28%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
2.23
-47.28%
4.23
+13.40%
3.73
+137.58%
1.57
-75.16%
6.32
-19.70%
7.87
+34.53%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.56
ROE (%)
11.49
ROA (%)
6.96
Book Value/หุ้น
2.48

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PJW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,381.99
-2.61%
1,440.98
+7.06%
1,345.91
+17.35%
1,146.90
-3.51%
1,188.57
+14.73%
1,035.96
-8.48%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
2,311.41
+5.20%
2,175.06
+6.31%
2,045.92
+3.09%
1,984.54
+7.86%
1,839.85
-0.35%
1,846.32
+1.72%
รวมสินทรัพย์ —
3,693.39
+2.14%
3,616.04
+6.61%
3,391.83
+8.32%
3,131.44
+3.40%
3,028.42
+5.07%
2,882.28
-2.20%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,540.57
-14.84%
1,822.03
+23.54%
1,474.83
+3.77%
1,421.27
+7.06%
1,327.53
+13.07%
1,174.11
-20.89%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
709.56
+93.42%
353.92
-34.73%
542.23
+17.00%
463.46
-9.27%
510.82
-15.61%
605.34
+35.32%
รวมหนี้สิน —
2,250.13
+3.41%
2,175.95
+7.88%
2,017.06
+7.02%
1,884.73
+2.52%
1,838.35
+3.31%
1,779.45
-7.87%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,443.27
+0.22%
1,440.09
+4.75%
1,374.77
+10.27%
1,246.71
+4.76%
1,190.06
+7.91%
1,102.82
+8.59%
D/E —
1.56
1.51
1.47
1.51
1.54
1.61
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
11.49
9.09
11.62
6.86
14.78
10.86
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
6.96
6.40
7.82
5.20
8.51
5.68
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.90
0.79
0.91
0.81
0.90
0.88
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.61
0.53
0.62
0.54
0.62
0.63
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
85.22
85.26
0.00
0.00
81.73
87.71
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
51.54
48.94
0.00
0.00
40.60
44.29
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
63.13
66.02
0.00
0.00
68.57
74.19
วงจรเงินสด —
73.63
68.18
0.00
0.00
53.76
57.81
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+124
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PJW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-69.65
+9.43%
-63.65
-254.38%
41.23
-90.33%
426.22
+21.66%
350.33
-38.55%
570.10
+923.89%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
123.99
-57.53%
291.97
+397.48%
58.69
-61.76%
153.48
+154.27%
60.36
-141.26%
-146.29
-153.34%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-41.50
-82.12%
-232.06
+684.78%
-29.57
-120.65%
143.22
+433.61%
26.84
-106.94%
-386.78
-408.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-94.34
+949.39%
-8.99
-113.08%
68.73
-20.85%
86.84
-665.36%
-15.36
-138.32%
40.08
-137.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
52.96
-45.43%
97.05
+7.06%
90.65
-17.96%
110.49
+62.51%
67.99
+143.60%
27.91
-79.31%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
97.38
+83.87%
52.96
-45.43%
97.05
+7.06%
90.65
-17.96%
110.49
+62.51%
67.99
+143.60%