บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
2.04
0.04 (1.92%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายภาษี ในขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 112.88 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.05 เนื่องจากยอดขายบรรจุภัณฑ์ภาพรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบรรจุภัณฑ์น้ํามันหล่อลื่นและบรรจุภัณฑ์สําหรับนมและนมเปรี้ยว ตามเศรษฐกิจที่เริ่ม ฟื้นตัวและความหวาดกลัวต่อความรุนแรงของโรคระบาดโควิด-19 ได้คลี่คลายลงทําให้การเดินทางและการบริโภค ในประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ในส่วนของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ยอดขายเติบโตขึ้นร้อยละ 7.7 มาจากงานนิวโมเดลที่เริ่มขายเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นไตรมาส อัตรากําไรขั้นต้นรวม เท่ากับร้อยละ 17.7 ลดลงจากปีก่อนที่ร้อยละ 19.4 เกิดจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น
รวมถึงค่าเงินบาท ที่ปรับตัวอ่อนค่าลง หากแต่การปรับราคาขายขึ้นลงตามราคาวัตถุดิบไม่สามารถกระทําได้ทันที จะต้องใช้ระยะเวลา หนึ่งตามเงื่อนไขการปรับราคาของแต่ละลูกค้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4090 out_tok=2347 at=2026-07-26T00:21:54 -->
# PJW Q1/2565 กำไรสุทธิหดเล็กน้อย 0.8% ท่ามกลางยอดขายโต 14% หลังต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้รวมโตตามเศรษฐกิจฟื้น แต่ GPM ถูกกดดันจากราคาเม็ดพลาสติกและค่าเงินบาทอ่อนค่า
บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 41.79 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 14.05% โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ PJW ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** โดยกำไรสุทธิรวมลดลง 1.30 ล้านบาท หรือ 0.80% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นถึง 112.88 ล้านบาท หรือ 14.05%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากยอดขายบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น 11.2% โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นและบรรจุภัณฑ์นมเปรี้ยว ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศ รวมถึงยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต 7.7% จากการเริ่มขายเชิงพาณิชย์ของงาน New Model
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 19.4% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 17.7% สาเหตุหลักมาจาก **ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ประกอบกับ **ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง** ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น แม้บริษัทจะพยายามปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทันที เนื่องจากมีเงื่อนไขการปรับราคาของลูกค้าแต่ละราย
แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายให้ลดลงได้ ทำให้กำไรสุทธิลดลงเพียงเล็กน้อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทมีการพิจารณาราคาเม็ดพลาสติกทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นระยะๆ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของวัตถุดิบ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและเงื่อนไขของลูกค้า ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 41.79 ล้านบาท ลดลง 0.80% YoY:** แม้รายได้รวมเติบโต 14.05%
* **รายได้รวม 918.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.05% YoY:** จากยอดขายบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** จาก 19.4% เป็น 17.7% YoY
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก) และค่าเงินบาทอ่อนค่า:** เป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **การลงทุนในบริษัท มาสเตอร์ลอนดรี้ จำกัด:** ส่งผลให้สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 119.42 ล้านบาท และมีการบันทึกค่าความนิยม 40.3 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 รวมเท่ากับ 41.79 ล้านบาท ลดลง 1.30 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 0.80 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 112.88 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.05 โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น 11.2% และยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต 7.7% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจากร้อยละ 19.4 เป็นร้อยละ 17.7 เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แม้บริษัทจะสามารถลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงได้ทั้งหมด ทำให้อัตรากำไรสุทธิรวมลดลงจากร้อยละ 5.4 เป็นร้อยละ 4.6
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศ:** ส่งผลดีต่อยอดขายบรรจุภัณฑ์สำหรับนมและนมเปรี้ยว รวมถึงบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น
* **การเติบโตของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์:** จากการเริ่มขายเชิงพาณิชย์ของงาน New Model
* **การลงทุนในบริษัท มาสเตอร์ลอนดรี้ จำกัด:** อาจสร้างโอกาสในการเติบโตและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก):** ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น
* **ความล่าช้าในการปรับราคาขาย:** การปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบอาจใช้ระยะเวลาหนึ่งตามเงื่อนไขของลูกค้าแต่ละราย
* **การประเมินมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์และหนี้สิน:** จากการเข้าซื้อธุรกิจบริษัท มาสเตอร์ลอนดรี้ จำกัด อาจมีผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
* ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ
* ผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาทต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* ความคืบหน้าในการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์และหนี้สินจากการเข้าซื้อธุรกิจ
* แนวโน้มยอดขายบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์ในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับ Utilization Rate โดยตรง แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **GPM:** ลดลงจาก 19.4% เป็น 17.7% YoY
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้าบ่งชี้ถึงปริมาณการขายและต้นทุนที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 232.89 ล้านบาท หรือ 7.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 113.47 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่สูงขึ้น 170.02 ล้านบาท จากยอดขายที่สูงขึ้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 119.42 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในบริษัท มาสเตอร์ลอนดรี้ จำกัด และการบันทึกค่าความนิยม 40.3 ล้านบาท
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 190.55 ล้านบาท หรือ 10.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 234.43 ล้านบาท จากเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับทรัพย์สินดำเนินงานและการเข้าซื้อธุรกิจ ในขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวและหนี้สินสัญญาเช่าลดลง 43.88 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนรวม (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.65 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.54 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
PJW ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้จะสามารถผลักดันการเติบโตของรายได้จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการขยายธุรกิจใหม่ได้ก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายของบริษัทอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลกระทบจากการลงทุนในบริษัท มาสเตอร์ลอนดรี้ จำกัด ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องติดตามเช่นกัน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PJW ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
870.73
ล้านบาท
↓ 8.5% YoY
กำไรขั้นต้น
166.26
ล้านบาท
↓ 9.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.09
%
กำไรสุทธิ
19.40
ล้านบาท
↓ 51.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.23
%
D/E Ratio
1.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
871
↓ -8.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
166
↓ -9.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
19
↓ -51.8%
YoY
D/E Ratio
1.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PJW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.56
ROE (%)
11.49
ROA (%)
6.96
Book Value/หุ้น
2.48
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PJW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+124
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PJW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-69.65
+9.43%
|
-63.65
-254.38%
|
41.23
-90.33%
|
426.22
+21.66%
|
350.33
-38.55%
|
570.10
+923.89%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
123.99
-57.53%
|
291.97
+397.48%
|
58.69
-61.76%
|
153.48
+154.27%
|
60.36
-141.26%
|
-146.29
-153.34%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-41.50
-82.12%
|
-232.06
+684.78%
|
-29.57
-120.65%
|
143.22
+433.61%
|
26.84
-106.94%
|
-386.78
-408.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-94.34
+949.39%
|
-8.99
-113.08%
|
68.73
-20.85%
|
86.84
-665.36%
|
-15.36
-138.32%
|
40.08
-137.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
52.96
-45.43%
|
97.05
+7.06%
|
90.65
-17.96%
|
110.49
+62.51%
|
67.99
+143.60%
|
27.91
-79.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
97.38
+83.87%
|
52.96
-45.43%
|
97.05
+7.06%
|
90.65
-17.96%
|
110.49
+62.51%
|
67.99
+143.60%
|