PJW
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PJW
บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
2.00
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กำไรปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายภาษี ในขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 112.88 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.05 เนื่องจากยอดขายบรรจุภัณฑ์ภาพรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบรรจุภัณฑ์น้ํามันหล่อลื่นและบรรจุภัณฑ์สําหรับนมและนมเปรี้ยว ตามเศรษฐกิจที่เริ่ม ฟื้นตัวและความหวาดกลัวต่อความรุนแรงของโรคระบาดโควิด-19 ได้คลี่คลายลงทําให้การเดินทางและการบริโภค ในประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในส่วนของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ยอดขายเติบโตขึ้นร้อยละ 7.7 มาจากงานนิวโมเดลที่เริ่มขายเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นไตรมาส อัตรากําไรขั้นต้นรวม เท่ากับร้อยละ 17.7 ลดลงจากปีก่อนที่ร้อยละ 19.4 เกิดจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าเงินบาท ที่ปรับตัวอ่อนค่าลง หากแต่การปรับราคาขายขึ้นลงตามราคาวัตถุดิบไม่สามารถกระทําได้ทันที จะต้องใช้ระยะเวลา หนึ่งตามเงื่อนไขการปรับราคาของแต่ละลูกค้า

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4090 out_tok=2347 at=2026-07-26T00:21:54 --> # PJW Q1/2565 กำไรสุทธิหดเล็กน้อย 0.8% ท่ามกลางยอดขายโต 14% หลังต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ## รายได้รวมโตตามเศรษฐกิจฟื้น แต่ GPM ถูกกดดันจากราคาเม็ดพลาสติกและค่าเงินบาทอ่อนค่า บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 41.79 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 14.05% โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ PJW ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** โดยกำไรสุทธิรวมลดลง 1.30 ล้านบาท หรือ 0.80% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นถึง 112.88 ล้านบาท หรือ 14.05% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากยอดขายบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น 11.2% โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นและบรรจุภัณฑ์นมเปรี้ยว ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศ รวมถึงยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต 7.7% จากการเริ่มขายเชิงพาณิชย์ของงาน New Model อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 19.4% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 17.7% สาเหตุหลักมาจาก **ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ประกอบกับ **ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง** ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น แม้บริษัทจะพยายามปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทันที เนื่องจากมีเงื่อนไขการปรับราคาของลูกค้าแต่ละราย แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายให้ลดลงได้ ทำให้กำไรสุทธิลดลงเพียงเล็กน้อย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทมีการพิจารณาราคาเม็ดพลาสติกทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นระยะๆ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของวัตถุดิบ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและเงื่อนไขของลูกค้า ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 41.79 ล้านบาท ลดลง 0.80% YoY:** แม้รายได้รวมเติบโต 14.05% * **รายได้รวม 918.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.05% YoY:** จากยอดขายบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** จาก 19.4% เป็น 17.7% YoY * **ต้นทุนวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก) และค่าเงินบาทอ่อนค่า:** เป็นปัจจัยกดดัน GPM * **การลงทุนในบริษัท มาสเตอร์ลอนดรี้ จำกัด:** ส่งผลให้สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 119.42 ล้านบาท และมีการบันทึกค่าความนิยม 40.3 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 รวมเท่ากับ 41.79 ล้านบาท ลดลง 1.30 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 0.80 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 112.88 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.05 โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น 11.2% และยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต 7.7% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจากร้อยละ 19.4 เป็นร้อยละ 17.7 เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แม้บริษัทจะสามารถลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงได้ทั้งหมด ทำให้อัตรากำไรสุทธิรวมลดลงจากร้อยละ 5.4 เป็นร้อยละ 4.6 ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศ:** ส่งผลดีต่อยอดขายบรรจุภัณฑ์สำหรับนมและนมเปรี้ยว รวมถึงบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น * **การเติบโตของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์:** จากการเริ่มขายเชิงพาณิชย์ของงาน New Model * **การลงทุนในบริษัท มาสเตอร์ลอนดรี้ จำกัด:** อาจสร้างโอกาสในการเติบโตและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก):** ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น * **ความล่าช้าในการปรับราคาขาย:** การปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบอาจใช้ระยะเวลาหนึ่งตามเงื่อนไขของลูกค้าแต่ละราย * **การประเมินมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์และหนี้สิน:** จากการเข้าซื้อธุรกิจบริษัท มาสเตอร์ลอนดรี้ จำกัด อาจมีผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก * ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ * ผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาทต่อต้นทุนและอัตรากำไร * ความคืบหน้าในการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์และหนี้สินจากการเข้าซื้อธุรกิจ * แนวโน้มยอดขายบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์ในไตรมาสถัดไป ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับ Utilization Rate โดยตรง แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดัน GPM * **GPM:** ลดลงจาก 19.4% เป็น 17.7% YoY * **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง * **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ * **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้าบ่งชี้ถึงปริมาณการขายและต้นทุนที่สูงขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 232.89 ล้านบาท หรือ 7.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 113.47 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่สูงขึ้น 170.02 ล้านบาท จากยอดขายที่สูงขึ้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 119.42 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในบริษัท มาสเตอร์ลอนดรี้ จำกัด และการบันทึกค่าความนิยม 40.3 ล้านบาท หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 190.55 ล้านบาท หรือ 10.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 234.43 ล้านบาท จากเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับทรัพย์สินดำเนินงานและการเข้าซื้อธุรกิจ ในขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวและหนี้สินสัญญาเช่าลดลง 43.88 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนรวม (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.65 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.54 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ## สรุปท้าย PJW ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้จะสามารถผลักดันการเติบโตของรายได้จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการขยายธุรกิจใหม่ได้ก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายของบริษัทอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลกระทบจากการลงทุนในบริษัท มาสเตอร์ลอนดรี้ จำกัด ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องติดตามเช่นกัน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PJW ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
870.73 ล้านบาท
↓ 8.5% YoY
กำไรขั้นต้น
166.26 ล้านบาท
↓ 9.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.09 %
กำไรสุทธิ
19.40 ล้านบาท
↓ 51.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.23 %
D/E Ratio
1.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
871
↓ -8.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
166
↓ -9.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
19
↓ -51.8% YoY
D/E Ratio
1.56

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PJW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
870.73
-8.51%
951.71
+13.44%
838.94
+14.24%
734.39
-6.24%
783.29
+4.06%
752.75
-5.11%
กำไรขั้นต้น —
166.26
-9.69%
184.09
+26.48%
145.56
+21.97%
119.33
-16.63%
143.14
-14.58%
167.58
+4.24%
ค่าใช้จ่ายรวม —
114.93
-6.88%
123.42
+15.29%
107.06
+21.29%
88.27
+18.62%
74.41
-35.06%
114.59
+13.17%
กำไรสุทธิ —
19.40
-51.82%
40.27
+28.65%
31.30
+170.78%
11.56
-76.65%
49.51
-16.45%
59.26
+27.78%
กำไรต่อหุ้น —
0.03
-51.43%
0.07
+29.63%
0.05
+170.00%
0.02
-76.47%
0.09
-16.67%
0.10
+27.50%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
11.49
+26.40%
9.09
-21.77%
11.62
+69.39%
6.86
-53.59%
14.78
+36.10%
10.86
+27.76%
ROA(%) —
6.96
+8.75%
6.40
-18.16%
7.82
+50.38%
5.20
-38.90%
8.51
+49.82%
5.68
-4.22%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.56
+3.31%
1.51
+2.72%
1.47
-2.65%
1.51
-1.95%
1.54
-4.35%
1.61
+1.90%
P/E —
6.90
-44.26%
12.38
-28.85%
17.40
-14.33%
20.31
+60.94%
12.62
+48.65%
8.49
-71.44%
P/BV —
0.84
-19.23%
1.04
-39.88%
1.73
-12.18%
1.97
+2.60%
1.92
+131.33%
0.83
+13.70%
BV —
2.43
+8.48%
2.24
+2.28%
2.19
+7.35%
2.04
-0.97%
2.06
+13.19%
1.82
+7.69%
YIELD(%) —
4.55
-11.82%
5.16
+276.64%
1.37
-63.17%
3.72
+17.35%
3.17
-31.68%
4.64
-28.62%
ราคาหุ้น —
2.04
-12.07%
2.32
-38.62%
3.78
-5.97%
4.02
+2.03%
3.94
+160.93%
1.51
+22.76%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
19.09
-1.29%
19.34
+11.47%
17.35
+6.77%
16.25
-11.06%
18.27
-17.92%
22.26
+9.82%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.20
+1.77%
12.97
+1.65%
12.76
+6.16%
12.02
+26.53%
9.50
-37.58%
15.22
+19.28%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
2.23
-47.28%
4.23
+13.40%
3.73
+137.58%
1.57
-75.16%
6.32
-19.70%
7.87
+34.53%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.56
ROE (%)
11.49
ROA (%)
6.96
Book Value/หุ้น
2.48

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PJW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,381.99
-2.61%
1,440.98
+7.06%
1,345.91
+17.35%
1,146.90
-3.51%
1,188.57
+14.73%
1,035.96
-8.48%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
2,311.41
+5.20%
2,175.06
+6.31%
2,045.92
+3.09%
1,984.54
+7.86%
1,839.85
-0.35%
1,846.32
+1.72%
รวมสินทรัพย์ —
3,693.39
+2.14%
3,616.04
+6.61%
3,391.83
+8.32%
3,131.44
+3.40%
3,028.42
+5.07%
2,882.28
-2.20%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,540.57
-14.84%
1,822.03
+23.54%
1,474.83
+3.77%
1,421.27
+7.06%
1,327.53
+13.07%
1,174.11
-20.89%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
709.56
+93.42%
353.92
-34.73%
542.23
+17.00%
463.46
-9.27%
510.82
-15.61%
605.34
+35.32%
รวมหนี้สิน —
2,250.13
+3.41%
2,175.95
+7.88%
2,017.06
+7.02%
1,884.73
+2.52%
1,838.35
+3.31%
1,779.45
-7.87%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,443.27
+0.22%
1,440.09
+4.75%
1,374.77
+10.27%
1,246.71
+4.76%
1,190.06
+7.91%
1,102.82
+8.59%
D/E —
1.56
1.51
1.47
1.51
1.54
1.61
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
11.49
9.09
11.62
6.86
14.78
10.86
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
6.96
6.40
7.82
5.20
8.51
5.68
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.90
0.79
0.91
0.81
0.90
0.88
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.61
0.53
0.62
0.54
0.62
0.63
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
85.22
85.26
0.00
0.00
81.73
87.71
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
51.54
48.94
0.00
0.00
40.60
44.29
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
63.13
66.02
0.00
0.00
68.57
74.19
วงจรเงินสด —
73.63
68.18
0.00
0.00
53.76
57.81
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+124
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PJW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-69.65
+9.43%
-63.65
-254.38%
41.23
-90.33%
426.22
+21.66%
350.33
-38.55%
570.10
+923.89%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
123.99
-57.53%
291.97
+397.48%
58.69
-61.76%
153.48
+154.27%
60.36
-141.26%
-146.29
-153.34%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-41.50
-82.12%
-232.06
+684.78%
-29.57
-120.65%
143.22
+433.61%
26.84
-106.94%
-386.78
-408.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-94.34
+949.39%
-8.99
-113.08%
68.73
-20.85%
86.84
-665.36%
-15.36
-138.32%
40.08
-137.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
52.96
-45.43%
97.05
+7.06%
90.65
-17.96%
110.49
+62.51%
67.99
+143.60%
27.91
-79.31%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
97.38
+83.87%
52.96
-45.43%
97.05
+7.06%
90.65
-17.96%
110.49
+62.51%
67.99
+143.60%