บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
6.15
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5891 out_tok=2393 at=2026-07-25T23:06:59 -->
# PATO กำไรสุทธิปี 2565 หดตัว 62% รับต้นทุนพุ่ง-อุปสงค์ชะลอ
## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-บาทอ่อนฉุด GPM วูบ 44.20% ขณะอุทกภัย-คู่แข่งกดดันยอดขาย
บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ PATO รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 44.92 ล้านบาท ลดลง 73.78 ล้านบาท หรือ 62.16% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันโลกและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ประกอบกับอุปสงค์ในตลาดที่ชะลอตัวจากอุทกภัยและภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ PATO ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก** และ **อุปสงค์ในตลาดที่ชะลอตัว** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงถึง 44.20%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยต้นทางมาจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกที่เกิดจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทั่วโลก ทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ เช่น ปุ๋ยเคมี และสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับภาวะปกติ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่าลงอย่างมาก ยังเป็นปัจจัยที่เพิ่มต้นทุนในการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิตและจำหน่าย
ในขณะเดียวกัน ภาคการเกษตรของไทยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายจังหวัด ทำให้เกษตรกรจำนวนมากชะลอการเพาะปลูก เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกเสียหายและต้นทุนปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้นจนไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ประกอบกับความต้องการสินค้าจากร้านค้าที่ลดลง เนื่องจากเกรงว่าสินค้าจะได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และคาดการณ์ว่าราคาอาจลดลงในอนาคต ทำให้มีการสั่งซื้อในปริมาณที่น้อยลงและเน้นการสั่งซื้อแบบทันเวลา (Just-in-Time) นอกจากนี้ การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นในตลาด โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสารกำจัดวัชพืช ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันยอดขายและอัตรากำไร
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากสถานการณ์ที่ระบุในเอกสาร **มีแนวโน้มที่จะเป็นลักษณะครั้งคราวและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนด้วยการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contract) และสัญญาซื้อขายคืน (Repo) เพื่อลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน และบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ แต่ปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของราคาน้ำมันโลก, ทิศทางค่าเงินบาท, และภาวะเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 62.16%** อยู่ที่ 44.92 ล้านบาท จาก 118.70 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายลดลง** โดยไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจน แต่ระบุว่าเกิดจากอุปสงค์ในตลาดชะลอตัว, อุทกภัย, และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 44.20%** เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น (ปุ๋ยเคมี, สารเคมีกำจัดศัตรูพืช) และค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นมาก** จากความผันผวนของค่าเงินบาทและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
* **รายได้จากเงินลงทุนลดลง** จากความผันผวนของตลาดหุ้น
* **สินทรัพย์รวมลดลง** โดยหลักจากเงินสด, ลูกหนี้การค้า, และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน
* **หนี้สินรวมลดลง** จากเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน, เจ้าหนี้การค้า, และภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ PATO มีผลประกอบการที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกำไรสุทธิ 44.92 ล้านบาท ลดลง 62.16% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 118.70 ล้านบาท การลดลงของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนขายที่แม้จะลดลงแต่ลดลงในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารความเสี่ยงค่าเงินบาท และรายได้จากเงินลงทุนที่ลดลง ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิของบริษัท
## โอกาส
* **การบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** บริษัทมีการปรับเพิ่มปริมาณสินค้าคงเหลือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อรองรับการผลิตและจำหน่ายให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด
* **การบริหารความเสี่ยงค่าเงินบาท:** บริษัทมีการทำ Forward Contract และ T/R เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบ:** วิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกและสงครามยังคงส่งผลให้ราคาน้ำมันและวัตถุดิบมีความผันผวนสูง ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ และส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **อุทกภัยและภัยธรรมชาติ:** เหตุการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร ทำให้เกษตรกรชะลอการเพาะปลูกและลดการสั่งซื้อสินค้า
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาด โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสารกำจัดวัชพืช ส่งผลกดดันต่อยอดขายและอัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม และความต้องการสินค้าเกษตร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาน้ำมันและวัตถุดิบทางการเกษตรในตลาดโลก
* ทิศทางค่าเงินบาท และประสิทธิภาพของมาตรการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
* สถานการณ์ภาคการเกษตรของไทย และการฟื้นตัวหลังอุทกภัย
* กลยุทธ์การแข่งขันด้านราคาของคู่แข่งในตลาด
* การปรับตัวของอุปสงค์ในตลาด และการบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้สอดคล้อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** ไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจน แต่จากยอดขายที่ลดลง คาดว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตอาจได้รับผลกระทบ
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจน แต่ระบุว่าลูกค้ามีการสั่งซื้อในปริมาณที่น้อยลงและเน้น Just-in-Time
* **ราคาวัตถุดิบ:** เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
* **GPM:** ลดลงถึง 44.20% เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและราคาขายที่ถูกกดดัน
* **การส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก
* **ค่าเงินบาท:** ผันผวนอ่อนค่าลงอย่างมาก ซึ่งเพิ่มต้นทุนการนำเข้าและส่งผลต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นในปริมาณที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อรองรับการผลิตและจำหน่าย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง โดยหลักจากการเปลี่ยนแปลงของเงินสด, รายการเทียบเท่าเงินสด, สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน, และลูกหนี้การค้า
* **หนี้สินรวม:** ลดลง จากเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน, เจ้าหนี้การค้า, และภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง จากการจ่ายเงินปันผล, ผลการดำเนินงานที่กำไรสุทธิลดลง, และองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียนเท่ากับ 7.93 เท่า แสดงถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** เท่ากับ 0.17 : 1 แสดงถึงโครงสร้างเงินทุนที่มีเสถียรภาพและภาระหนี้สินต่ำ
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ PATO จากปัจจัยลบภายนอกที่รุมเร้า ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงจากวิกฤตการณ์โลก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และอุปสงค์ในตลาดที่ชะลอตัวจากอุทกภัยและกำลังซื้อที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงกว่า 62% แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและความเสี่ยงอย่างเต็มที่ แต่ความผันผวนของปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปีถัดไป โดยเฉพาะแนวโน้มราคาวัตถุดิบ ค่าเงินบาท และการฟื้นตัวของภาคเกษตรและกำลังซื้อในตลาด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PATO ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
102.83
ล้านบาท
↓ 32.3% YoY
กำไรขั้นต้น
31.74
ล้านบาท
↓ 27.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.87
%
กำไรสุทธิ
11.55
ล้านบาท
↓ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.23
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
103
↓ -32.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -27.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -43.1%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PATO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
13.27
ROA (%)
13.75
Book Value/หุ้น
3.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PATO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PATO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
80.71
+297.98%
|
20.28
-81.22%
|
107.98
+1,811.15%
|
5.65
-75.40%
|
22.97
-88.66%
|
202.49
+149.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-170.22
+153.87%
|
-67.05
-36.03%
|
-104.82
-415.72%
|
33.20
-54.18%
|
72.45
-265.64%
|
-43.74
-273.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
142.57
+125.76%
|
63.15
-203.29%
|
-61.14
+147.93%
|
-24.66
-65.65%
|
-71.78
-38.82%
|
-117.32
-896.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.06
+223.73%
|
16.39
-128.27%
|
-57.98
+71.89%
|
-33.73
+29.43%
|
-26.06
-162.92%
|
41.42
+31.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|
53.34
+144.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
22.99
-57.78%
|
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|