บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
6.15
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6432 out_tok=2331 at=2026-07-25T23:53:16 -->
# PATO กำไรสุทธิ Q2/2565 ลดลง 71.93% รับต้นทุนพุ่ง-อุปสงค์ชะลอ
## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ดีมานด์ตลาดหดฉุดกำไร PATO Q2/2565 วูบ 71.93%
บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ PATO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 12.93 ล้านบาท ลดลง 71.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับอุปสงค์ในตลาดที่ชะลอตัว ส่งผลให้ยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PATO ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมาก** และ **อุปสงค์ในตลาดที่ลดลง** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น โดยกำไรสุทธิลดลง 71.93% หรือ 33.13 ล้านบาท มาอยู่ที่ 12.93 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า วิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น เกิดภาวะเงินเฟ้อ และราคาสินค้านำเข้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่ราคาเพิ่มขึ้นกว่า 100% และสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงยังส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้นอีกด้วย
ผลกระทบดังกล่าวทำให้เกษตรกรจำนวนมากชะลอการเพาะปลูก เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงเกินกว่าจะคุ้มค่า ประกอบกับความต้องการของตลาดที่ลดลง ทำให้ร้านค้าสั่งซื้อสินค้าในปริมาณที่น้อยลงเพื่อลดภาระการเก็บรักษาสินค้าต้นทุนสูง นอกจากนี้ การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นในกลุ่มสารกำจัดวัชพืช ทำให้บริษัทฯ ต้องลดราคาสินค้าเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ยอดขายลดลง และแม้ต้นทุนขายจะลดลงในอัตราที่น้อยกว่ายอดขาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากปีก่อน 49.42% และ 39.16% ในงวด 3 เดือน และ 6 เดือน ตามลำดับ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากการวิเคราะห์เอกสาร ฝ่ายจัดการพยายามบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้เหมาะสมกับฤดูกาลและสถานการณ์ตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนจม และการปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้นจนกระทบยอดขาย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์สงครามโลกและภาวะเงินเฟ้อ ยังคงเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องได้ในระยะสั้นถึงปานกลาง แต่หากสถานการณ์คลี่คลายและต้นทุนวัตถุดิบปรับลดลง ประกอบกับการบริหารจัดการที่ดีของบริษัทฯ คาดว่าผลประกอบการจะสามารถฟื้นตัวได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 ลดลง 71.93%** อยู่ที่ 12.93 ล้านบาท จาก 46.06 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q2/2565 ลดลง 10.58%** อยู่ที่ 664.83 ล้านบาท จาก 743.51 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จากผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและราคาขายที่ต้องแข่งขัน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง** ในอัตราที่มากกว่ายอดขาย เพื่อควบคุมต้นทุน
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น** จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
* **ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง** ด้วยอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) 3.57 เท่า และ D/E Ratio ที่ 0.36 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 664.83 ล้านบาท ลดลง 10.58% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (743.51 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิ 12.93 ล้านบาท ลดลง 71.93% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (46.06 ล้านบาท)
สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,330.82 ล้านบาท ลดลง 10.58% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (1,488.33 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิ 25.11 ล้านบาท ลดลง 61.89% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (65.88 ล้านบาท)
อัตรากำไรขั้นต้นในงวด 3 เดือน ลดลงจากปีก่อน 49.42% และในงวด 6 เดือน ลดลง 39.16% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนและสต็อก:** บริษัทฯ มีนโยบายบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **การรักษาฐานลูกค้า:** แม้จะมีการแข่งขันด้านราคา บริษัทฯ ยังคงให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการลดราคาสินค้าแก่เกษตรกร เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทฯ มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินบาทอ่อนค่าด้วยการทำ Forward Contract และ T/R
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต
* **อุปสงค์ในตลาดที่ลดลง:** ความกังวลเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น อาจทำให้เกษตรกรชะลอการเพาะปลูกและลดการสั่งซื้อสินค้า
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าและต้นทุนทางการเงิน
* **การแข่งขันด้านราคา:** ความต้องการของตลาดที่ลดลง ทำให้การแข่งขันด้านราคาสินค้ามีความรุนแรงมากขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น ปุ๋ยเคมี และสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
* การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในตลาดเกษตรกรรม และกำลังซื้อของเกษตรกร
* ทิศทางค่าเงินบาท และนโยบายการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทฯ
* กลยุทธ์การแข่งขันด้านราคา และการรักษาฐานลูกค้าของบริษัทฯ
* แผนการบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่าเกษตรกรชะลอการเพาะปลูก และร้านค้าสั่งซื้อสินค้าในปริมาณน้อยลง ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่ลดลง อาจส่งผลกระทบต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book แต่ระบุว่าร้านค้าสั่งซื้อในปริมาณไม่มากและพอดีกับความต้องการ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้นมากกว่า 100%
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง จากผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและราคาขายที่ต้องแข่งขัน
* **การส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออก
* **ค่าเงินบาท:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าและต้นทุนทางการเงิน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น เนื่องจากการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิตในไตรมาสถัดไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง โดยส่วนของสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงจากการเปลี่ยนแปลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด แต่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น จากเงินกู้ระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการสั่งซื้อวัตถุดิบและการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล และผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการขายสินทรัพย์ทางการเงิน
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน (Current Ratio) เท่ากับ 3.57 เท่า
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** เท่ากับ 0.36:1
## สรุปท้าย
PATO เผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงและอุปสงค์ในตลาดที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องทางการเงินอย่างดีเยี่ยม แต่ความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา การรักษาฐานลูกค้าและการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นกุญแจสำคัญในการประคองผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PATO ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
102.83
ล้านบาท
↓ 32.3% YoY
กำไรขั้นต้น
31.74
ล้านบาท
↓ 27.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.87
%
กำไรสุทธิ
11.55
ล้านบาท
↓ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.23
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
103
↓ -32.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -27.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -43.1%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PATO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
13.27
ROA (%)
13.75
Book Value/หุ้น
3.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PATO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PATO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
80.71
+297.98%
|
20.28
-81.22%
|
107.98
+1,811.15%
|
5.65
-75.40%
|
22.97
-88.66%
|
202.49
+149.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-170.22
+153.87%
|
-67.05
-36.03%
|
-104.82
-415.72%
|
33.20
-54.18%
|
72.45
-265.64%
|
-43.74
-273.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
142.57
+125.76%
|
63.15
-203.29%
|
-61.14
+147.93%
|
-24.66
-65.65%
|
-71.78
-38.82%
|
-117.32
-896.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.06
+223.73%
|
16.39
-128.27%
|
-57.98
+71.89%
|
-33.73
+29.43%
|
-26.06
-162.92%
|
41.42
+31.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|
53.34
+144.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
22.99
-57.78%
|
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|