บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
6.15
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7453 out_tok=2356 at=2026-07-25T22:55:08 -->
# PATO กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 254.50% รับยอดขายโต-ต้นทุนขายคุมได้ดี
## รายได้-กำไรโตเด่นตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากราคาข้าวสูง-ศัตรูพืชระบาด หนุนยอดขายสารเคมีเกษตร
บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ PATO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 25.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 254.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เติบโตและการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ทำได้ดีกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PATO ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตของยอดขายสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในนาข้าว** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ทำได้ดีกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของยอดขายในงวด 3 เดือน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ความต้องการสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในนาข้าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ประกอบกับการระบาดอย่างรุนแรงของหนอนกอในนาข้าว ทำให้เกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทฯ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น แม้จะมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายในงวด 3 เดือนได้ดีกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 117.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าปัจจัยเรื่องราคาข้าวสูงและการระบาดของศัตรูพืชจะเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงความรุนแรงของการแข่งขันด้านราคาที่สูงมาก และการที่บริษัทฯ ต้องปรับราคาขายตามภาวะตลาดเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งส่งผลให้กำไรลดลง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องความผันผวนของค่าเงินบาทที่ส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ต้องติดตามแนวโน้มการแข่งขันและต้นทุนวัตถุดิบในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 254.50% YoY** สู่ระดับ 25.37 ล้านบาท จาก 7.15 ล้านบาทในปีก่อน
* **ยอดขายรวม Q3/2566 เพิ่มขึ้น** โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในนาข้าว
* **กำไรขั้นต้น Q3/2566 เพิ่มขึ้น 117.21% YoY** จากการบริหารต้นทุนขายที่ทำได้ดีกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย
* **ต้นทุนทางการเงิน Q3/2566 เพิ่มขึ้น** จากการชะลอการทำ Forward Contract และการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น** จากการเปลี่ยนแปลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด, ลูกหนี้การค้า และสินทรัพย์ทางการเงิน
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น** จากเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และการประมาณการหนี้สินสำหรับผลประโยชน์พนักงานเกษียณ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 25.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.22 ล้านบาท หรือ 254.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ทำได้ดีกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 50.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.13 ล้านบาท หรือ 56.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่ายอดขาย แต่การบริหารจัดการต้นทุนโดยรวมยังคงส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **ความต้องการสารเคมีเกษตรที่เพิ่มขึ้น:** ราคาข้าวที่สูงขึ้นและการระบาดของศัตรูพืชในนาข้าว เป็นปัจจัยหนุนความต้องการสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน:** เป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และอาจส่งผลดีต่อกำลังซื้อในตลาดสินค้าเกษตร
* **การขายอุปกรณ์เก่าและยานพาหนะเก่า:** สร้างรายได้เสริมให้กับบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง:** ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องปรับราคาขายตามภาวะตลาด ซึ่งอาจกระทบต่อกำไร
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ และอาจทำให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการชะลอการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งระหว่างประเทศ:** ยังคงส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อ
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ยังสูงกว่าภาวะปกติ:** แม้มีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาข้าวและสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชในนาข้าว
* ความรุนแรงของการแข่งขันด้านราคาในตลาดสารเคมีเกษตร
* ทิศทางค่าเงินบาทและผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้า
* การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง
* กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาด และการสั่งซื้อวัตถุดิบในปริมาณที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและรองรับการผลิตสินค้าให้เพียงพอแก่ความต้องการของตลาดในไตรมาสถัดไป
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการสั่งซื้อจากร้านค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะความต้องการของตลาด และการสั่งซื้อแบบ Just-in-Time
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีแนวโน้มลดลงจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครนและภาวะเงินเฟ้อ แต่ยังคงสูงกว่าภาวะปกติ โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยงวด 3 เดือนเพิ่มขึ้น 117.21% และงวด 9 เดือนเพิ่มขึ้น 22.21%
* **การส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงินบาท:** ความผันผวนของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ และทำให้เกิดผลขาดทุน/กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังลดลงจากการขายเพิ่มขึ้น และการสั่งซื้อวัตถุดิบในปริมาณที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง แต่ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น สินค้าคงเหลือลดลงจากการขายเพิ่มขึ้น และการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม สินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นลดลงจากผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรม Fixed Assets เพิ่มขึ้นจากการซื้อรถยนต์และเครื่องจักรใหม่ สินทรัพย์ไม่มีตัวตนเพิ่มขึ้นจากการทดสอบประสิทธิภาพสาร
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น จากเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น การประมาณการหนี้สินสำหรับผลประโยชน์พนักงานเกษียณเพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล และผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการขายสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น
* **อัตราส่วนทางการเงิน:** อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียนเท่ากับ 4.53 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.28 : 1 แสดงถึงโครงสร้างเงินทุนที่มีเสถียรภาพ
## สรุปท้าย
PATO โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตโดดเด่นจากกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 254.50% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของยอดขายสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในนาข้าว ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาข้าวที่สูงขึ้นและการระบาดของศัตรูพืช ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายที่ทำได้ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ความผันผวนของค่าเงินบาท และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PATO ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
102.83
ล้านบาท
↓ 32.3% YoY
กำไรขั้นต้น
31.74
ล้านบาท
↓ 27.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.87
%
กำไรสุทธิ
11.55
ล้านบาท
↓ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.23
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
103
↓ -32.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -27.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -43.1%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PATO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
13.27
ROA (%)
13.75
Book Value/หุ้น
3.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PATO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PATO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
80.71
+297.98%
|
20.28
-81.22%
|
107.98
+1,811.15%
|
5.65
-75.40%
|
22.97
-88.66%
|
202.49
+149.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-170.22
+153.87%
|
-67.05
-36.03%
|
-104.82
-415.72%
|
33.20
-54.18%
|
72.45
-265.64%
|
-43.74
-273.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
142.57
+125.76%
|
63.15
-203.29%
|
-61.14
+147.93%
|
-24.66
-65.65%
|
-71.78
-38.82%
|
-117.32
-896.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.06
+223.73%
|
16.39
-128.27%
|
-57.98
+71.89%
|
-33.73
+29.43%
|
-26.06
-162.92%
|
41.42
+31.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|
53.34
+144.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
22.99
-57.78%
|
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|