บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
6.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=8282 out_tok=1771 at=2026-08-14T17:24:27 -->
# PATO เผยกำไร Q2/2569 หดตัว 12.25% เซ่นพิษต้นทุนพุ่ง-กำลังซื้อเกษตรกรซบเซา
## รายได้จากการขายปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่บริษัทเร่งคุมสต็อกเพื่อป้องกันภาวะต้นทุนจม
บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ PATO รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิ 18.86 ล้านบาท ลดลง 12.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่ลดลง 15.34% มาอยู่ที่ 131.36 ล้านบาท โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกำลังซื้อของเกษตรกร ซึ่งบริษัทต้องดำเนินกลยุทธ์บริหารจัดการสต็อกอย่างรัดกุมเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางภาวะตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจรอบนี้คือ "การหดตัวของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น"** ที่เกิดจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกและสงครามในตะวันออกกลาง ประกอบกับกำลังซื้อของเกษตรกรที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ต้นทุนพุ่ง-ราคาขายกดดัน:** สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและค่าขนส่ง รวมถึงวัตถุดิบในห่วงโซ่ปิโตรเคมี (เม็ดพลาสติกและตัวทำละลาย) ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น ในขณะที่บริษัทต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากคู่แข่งข้ามชาติ ทำให้ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนทั้งหมดไปยังราคาขายได้เต็มที่
* **กำลังซื้อเกษตรกรถดถอย:** ผลผลิตทางการเกษตร (ข้าว) มีราคาลดลงในช่วงต้นปี ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้พื้นที่เพาะปลูกลดลง เกษตรกรจึงเลือก "ลดการใช้" ปุ๋ยและสารเคมีเพื่อประหยัดต้นทุน ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของบริษัท
* **ผลกระทบจากค่าเงิน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทในช่วงไตรมาส 2 (31.91 - 33.10 บาทต่อดอลลาร์) ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แม้จะมีการทำ Forward Contract และ T/R เพื่อป้องกันความเสี่ยงแล้วก็ตาม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** เนื่องจากปัจจัยกดดันหลักมาจากสถานการณ์สงครามระหว่างประเทศและสภาพอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีนโยบายบริหารจัดการสต็อกสินค้าอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันภาวะ "ต้นทุนจม" และเน้นการสั่งซื้อวัตถุดิบให้เหมาะสมกับฤดูกาล ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในระยะสั้นได้บ้าง แต่ทิศทางกำไรยังคงขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 18.86 ล้านบาท (-12.25% YoY) และงวด 6 เดือน อยู่ที่ 32.72 ล้านบาท (-14.65% YoY)
* **รายได้จากการขาย:** ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 131.36 ล้านบาท (-15.34% YoY)
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยงวด 3 เดือนลดลง 11.92% และงวด 6 เดือนลดลง 17.72% จากปีที่แล้ว
* **การแข่งขัน:** บริษัทข้ามชาติเข้ามาทำตลาดในระดับตัวแทนจำหน่ายมากขึ้น กดดันส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย
* **การเงิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.24 เท่า สะท้อนโครงสร้างเงินทุนที่ยังคงมีเสถียรภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลงทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบสะสม ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและกำลังซื้อในภาคเกษตรที่อ่อนแอลง แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้ลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นได้
## โอกาส
* ราคาผลผลิตทางการเกษตรเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 2 ซึ่งอาจช่วยฟื้นฟูกำลังซื้อของเกษตรกรในระยะถัดไป
* ความเชื่อมั่นในการลงทุนภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลบวกต่อรายได้จากการลงทุนของบริษัท
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคาน้ำมันโลกและค่าเงินบาทที่อาจส่งผลต่อต้นทุนนำเข้า
* ภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
* การแข่งขันด้านราคากับบริษัทข้ามชาติที่ยังคงรุนแรง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. ทิศทางราคาข้าวและผลผลิตทางการเกษตรในฤดูกาลถัดไป
2. ความผันผวนของค่าเงินบาทและอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
3. ความสามารถในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง
4. การบริหารจัดการสต็อกสินค้าไม่ให้เกิดภาวะต้นทุนจม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
บริษัทเน้นการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยมีปัจจัยหลักคือ "ฤดูกาล" และ "ราคาต้นทุนเฉลี่ย" การที่บริษัทต้องแบกรับต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่สูงขึ้นจากการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาด ทำให้บริษัทต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อไม่ให้เกิดสินค้าคงคลังส่วนเกิน (ต้นทุนจม) ในขณะที่การแข่งขันด้านราคากับคู่แข่งข้ามชาติทำให้บริษัทต้องยอมปรับราคาขายตามตลาดเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 553.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.10% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการลูกหนี้และเจ้าหนี้การค้าอย่างเหมาะสม โครงสร้างทางการเงินยังคงแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียนที่ 5.75 เท่า และ D/E Ratio ที่ 0.24 เท่า
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ PATO ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่รุมเร้า ทั้งต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นและกำลังซื้อของเกษตรกรที่ลดลง แม้บริษัทจะสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้ดี แต่การทำกำไรยังคงถูกกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงและการบริหารจัดการต้นทุนที่ต้องทำอย่างระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PATO ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
102.83
ล้านบาท
↓ 32.3% YoY
กำไรขั้นต้น
31.74
ล้านบาท
↓ 27.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.87
%
กำไรสุทธิ
11.55
ล้านบาท
↓ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.23
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
103
↓ -32.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -27.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -43.1%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PATO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
13.27
ROA (%)
13.75
Book Value/หุ้น
3.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PATO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PATO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
80.71
+297.98%
|
20.28
-81.22%
|
107.98
+1,811.15%
|
5.65
-75.40%
|
22.97
-88.66%
|
202.49
+149.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-170.22
+153.87%
|
-67.05
-36.03%
|
-104.82
-415.72%
|
33.20
-54.18%
|
72.45
-265.64%
|
-43.74
-273.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
142.57
+125.76%
|
63.15
-203.29%
|
-61.14
+147.93%
|
-24.66
-65.65%
|
-71.78
-38.82%
|
-117.32
-896.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.06
+223.73%
|
16.39
-128.27%
|
-57.98
+71.89%
|
-33.73
+29.43%
|
-26.06
-162.92%
|
41.42
+31.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|
53.34
+144.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
22.99
-57.78%
|
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|