บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
6.15
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5639 out_tok=2428 at=2026-07-25T23:24:24 -->
# PATO กำไรสุทธิ Q1/65 ดิ่ง 38.55% รับสินค้าขาดตลาด-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไรหดตามคาด ฝ่ายจัดการชี้วิกฤตจีน-สงครามยูเครน ซ้ำต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ PATO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 12.18 ล้านบาท ลดลง 38.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่ลดลงและต้นทุนขายที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในจีน การระบาดของโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งล้วนส่งผลต่อการขาดแคลนสินค้า ต้นทุนวัตถุดิบ และค่าเงินบาทที่ผันผวน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ PATO ลดลงถึง 25.79% ในไตรมาส 1 ปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การขาดแคลนสินค้าบางชนิดในตลาดโลก** ซึ่งส่งผลให้ยอดขายลดลง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ความรุนแรงของการแข่งขันทางด้านราคาที่สูงขึ้นเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดก็เป็นอีกปัจจัยกดดัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การขาดแคลนสินค้าเกิดจากหลายปัจจัยต่อเนื่อง เริ่มจากวิกฤตพลังงานในประเทศจีนในช่วงปลายปี 2564 ที่ส่งผลให้มีการจำกัดการผลิตและการขนส่ง ประกอบกับการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในจีนที่เข้มงวด ทำให้การผลิตและการขนส่งสินค้าล่าช้า และเกิดการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาสินค้าที่นำเข้าสูงขึ้นอย่างมาก บริษัทฯ จึงต้องพิจารณาปริมาณและราคานำเข้าอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนจม และต้องคำนึงถึงราคาขายที่จะไม่สูงเกินไปจนไม่สามารถแข่งขันได้
นอกจากนี้ สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ PATO ใช้ รวมถึงค่าเงินบาทที่ผันผวนก็ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้นอีกด้วย
ในส่วนของรายได้จากการขายที่ลดลงนั้น ส่วนหนึ่งมาจากสินค้าบางชนิดขาดตลาด และอีกส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรงขึ้น บริษัทฯ ยังคงให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการลดราคาสินค้าแก่เกษตรกรเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งส่งผลให้การจำหน่ายลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากที่ระบุในเอกสาร ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการขาดแคลนสินค้าและต้นทุนสูงขึ้น เช่น วิกฤตพลังงานในจีน การควบคุมโควิด-19 และสงครามยูเครน เป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบเป็นช่วงๆ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนและสต็อกสินค้าอย่างรอบคอบเพื่อลดผลกระทบ และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดก็อาจเป็นสถานการณ์ที่ต้องเผชิญในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/65 ลดลง 38.55%** อยู่ที่ 12.18 ล้านบาท จาก 19.82 ล้านบาทในปีก่อน
* **ยอดขายลดลง** จากการขาดแคลนสินค้าบางชนิดในตลาดโลก และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้นมาก** จากวิกฤตพลังงานในจีน, สงครามยูเครน และค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **กำไรขั้นต้นลดลง 25.79%** เป็นผลโดยตรงจากยอดขายที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น
* **รายได้จากเงินลงทุนลดลง** เนื่องจากภาวะตลาดหุ้นผันผวน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท PATO มีรายได้จากการขายรวม 300.82 ล้านบาท ลดลง 17.45% เมื่อเทียบกับ 364.41 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายลดลง 12.66% มาอยู่ที่ 240.78 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 32.18% อยู่ที่ 60.04 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 25.79% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 19.96% ในไตรมาสนี้
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 10.19% เป็น 10.56 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 14.59% เป็น 24.54 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 30.30% มาอยู่ที่ 1.39 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 12.18 ล้านบาท ลดลง 38.55% เมื่อเทียบกับ 19.82 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* การบริหารจัดการต้นทุนและสต็อกสินค้าอย่างรอบคอบเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในไตรมาสถัดไป
* การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Forward Contract, T/R) เพื่อลดผลกระทบจากค่าเงินบาทที่ผันผวน
* การลงทุนเพื่อจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการซื้ออุปกรณ์ทดแทนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบที่ใช้เป็นต้นทุนการผลิต
* ความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
* การแข่งขันด้านราคาในตลาดที่รุนแรงขึ้น
* ความล่าช้าในการผลิตและการขนส่งสินค้าจากปัจจัยภายนอก เช่น การควบคุมโควิด-19 ในจีน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการขาดแคลนสินค้าในตลาดโลก และผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบ
* ทิศทางราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญ
* ความผันผวนของค่าเงินบาท และประสิทธิภาพของเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
* กลยุทธ์การแข่งขันด้านราคาของบริษัทฯ และคู่แข่ง
* การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดสินค้าเกษตรและสารกำจัดวัชพืช
* ผลกระทบจากการลงทุนในตลาดหุ้นต่อรายได้จากเงินลงทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการในไตรมาสถัดไป ซึ่งบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการผลิต
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการขาดแคลนสินค้าบางชนิดในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับคำสั่งซื้อ
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรขั้นต้น โดยระบุว่าราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้นมากจากวิกฤตพลังงานในจีน, สงครามยูเครน และค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 25.79% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 19.96% ในไตรมาสนี้
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงการผลิตและจำหน่ายสินค้า
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทผันผวนส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น บริษัทฯ ใช้ Forward Contract และ T/R เพื่อป้องกันความเสี่ยง
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น เนื่องจากยอดขายลดลงและการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,131.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,073.23 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น ขณะที่ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลง และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 258.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 220.20 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินและเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 872.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากผลการดำเนินงานมีกำไรสุทธิลดลง แต่มีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น
อัตราส่วนสภาพคล่อง (สินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน) อยู่ที่ 5.27 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.24 เท่า ซึ่งแสดงถึงโครงสร้างเงินทุนที่มีเสถียรภาพ
## สรุปท้าย
PATO เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบและยอดขายในไตรมาส 1 ปี 2565 ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและสต็อกสินค้า แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกัน การลงทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก็เป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PATO ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
102.83
ล้านบาท
↓ 32.3% YoY
กำไรขั้นต้น
31.74
ล้านบาท
↓ 27.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.87
%
กำไรสุทธิ
11.55
ล้านบาท
↓ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.23
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
103
↓ -32.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -27.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -43.1%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PATO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
13.27
ROA (%)
13.75
Book Value/หุ้น
3.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PATO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PATO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
80.71
+297.98%
|
20.28
-81.22%
|
107.98
+1,811.15%
|
5.65
-75.40%
|
22.97
-88.66%
|
202.49
+149.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-170.22
+153.87%
|
-67.05
-36.03%
|
-104.82
-415.72%
|
33.20
-54.18%
|
72.45
-265.64%
|
-43.74
-273.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
142.57
+125.76%
|
63.15
-203.29%
|
-61.14
+147.93%
|
-24.66
-65.65%
|
-71.78
-38.82%
|
-117.32
-896.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.06
+223.73%
|
16.39
-128.27%
|
-57.98
+71.89%
|
-33.73
+29.43%
|
-26.06
-162.92%
|
41.42
+31.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|
53.34
+144.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
22.99
-57.78%
|
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|