บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
6.15
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6050 out_tok=2764 at=2026-07-27T11:24:20 -->
# PATO กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 106% รับดีมานด์สินค้าเกษตรฟื้น-ต้นทุนขายโตช้ากว่ายอดขาย
## รายได้-กำไรโตตามความต้องการสินค้าเกษตรที่ฟื้นตัว ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนขายเพิ่มในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย
บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ PATO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 46.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าเกษตร และการที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PATO ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของความต้องการสินค้าเกษตร** ซึ่งส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในนาข้าวและไม้ผลเพิ่มขึ้น ประกอบกับ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดย GPM เพิ่มขึ้น 52.31% สำหรับงวด 3 เดือน และ 64.47% สำหรับงวด 6 เดือน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ความต้องการสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **สถานการณ์ภัยแล้ง:** แม้ปริมาณน้ำฝนจะมากกว่าปีที่แล้ว แต่ระดับน้ำในเขื่อนยังไม่เพียงพอ เกษตรกรในหลายพื้นที่จึงต้องเจาะน้ำบาดาลเพื่อการเพาะปลูก โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือตอนล่าง ทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์สำหรับนาข้าวเพิ่มขึ้น
* **การส่งออกทุเรียน:** การระบาดของโรคใบไหม้ในนาข้าวและไรในไม้ผลยังคงเกิดขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนที่มีการส่งออกไปยังประเทศจีนเพิ่มขึ้นภายใต้สัญญา 87 ที่ไทยลงนามไว้
* **สินค้าขาดตลาด:** การระบาดของ COVID-19 ทำให้การผลิตและการขนส่งสินค้าจากจีนและอินเดียล่าช้า ส่งผลให้สินค้าบางชนิดขาดตลาด ไม่สามารถผลิตได้ทันต่อความต้องการของตลาด ทำให้ปริมาณการผลิตและยอดขายผลิตภัณฑ์บางชนิดลดลง
* **การแข่งขันราคาลดลง:** ความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นทำให้การแข่งขันด้านราคาลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังจำเป็นต้องลดราคาผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ใช้ในพืชไร่ลงต่ำกว่าทุนเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการจำหน่ายและการปรับปรุงมูลค่าสินค้าในปีนี้
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น คือ **ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold) เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของยอดขาย**
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าความต้องการสินค้าเกษตรจะฟื้นตัวและส่งผลดีต่อยอดขาย แต่ปัจจัยบางอย่าง เช่น การระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลต่อการผลิตและการขนส่ง ยังคงเป็นความไม่แน่นอน นอกจากนี้ การที่บริษัทยังคงต้องลดราคาผลิตภัณฑ์บางชนิดต่ำกว่าทุนเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาวได้ การฟื้นตัวของ GPM ที่เกิดจากการที่ต้นทุนขายเพิ่มช้ากว่ายอดขาย อาจเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 105.83%** แตะ 65.88 ล้านบาท (สำหรับงวด 6 เดือน) และ 44.90% (สำหรับงวด 3 เดือน) แตะ 46.07 ล้านบาท
* **รายได้จากการขาย Q2/64 เพิ่มขึ้น 33.72%** (สำหรับงวด 6 เดือน) และ 26.88% (สำหรับงวด 3 เดือน) เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยงวด 6 เดือนเพิ่มขึ้น 64.47% และงวด 3 เดือนเพิ่มขึ้น 52.31%
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย** เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และค่าสวัสดิการพนักงาน
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น** ในงวด 3 เดือน แต่ลดลงในงวด 6 เดือน เนื่องจากนโยบายป้องกันความเสี่ยง
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** ด้วยอัตราส่วนสภาพคล่อง 3.89 เท่า และ D/E Ratio ที่ 0.33 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 46.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.27 ล้านบาท หรือ 44.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 644.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.88% ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า ทำให้ GPM เพิ่มขึ้น 52.31%
สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 65.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.87 ล้านบาท หรือ 105.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 1,214.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.72% ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า ทำให้ GPM เพิ่มขึ้น 64.47%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโต รวมถึงค่าสวัสดิการพนักงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินในงวด 3 เดือนเพิ่มขึ้นจากการทำ Forward Contract เพื่อป้องกันความเสี่ยงค่าเงินบาท แต่ในงวด 6 เดือนลดลงจากการชำระหนี้และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นตามกำไรก่อนภาษีที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าเกษตรที่ฟื้นตัว:** การเพาะปลูกข้าวและไม้ผลที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกทุเรียนไปยังจีน เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายให้เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด:** แม้จะต้องลดราคาขายสินค้าบางชนิด แต่การรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ได้ จะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของ COVID-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อการผลิตและการขนส่งสินค้าจากต่างประเทศ ทำให้เกิดการล่าช้าและขาดแคลนสินค้าบางชนิด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีนโยบายป้องกันความเสี่ยง แต่ยังคงมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นในบางช่วงเวลา
* **การแข่งขันด้านราคา:** บริษัทยังคงต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาในสินค้าบางชนิดที่ใช้ในพืชไร่ และอาจต้องลดราคาต่ำกว่าต้นทุนเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศและโรคระบาดในพืช:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มความต้องการสินค้าเกษตร:** การฟื้นตัวจะต่อเนื่องหรือไม่ และมีปัจจัยใดบ้างที่จะส่งผลกระทบ
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** จะสามารถควบคุมต้นทุนให้เพิ่มช้ากว่ายอดขายได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคา:** บริษัทจะสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อลดผลกระทบจากการขายต่ำกว่าทุนได้อย่างไร
* **สถานการณ์การระบาดของ COVID-19:** ผลกระทบต่อ Supply Chain และการขนส่งสินค้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** นโยบายการป้องกันความเสี่ยงจะมีประสิทธิภาพเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการผลิตสินค้าบางชนิดลดลงเนื่องจากขาดตลาด และการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิตสินค้าให้เพียงพอแก่ความต้องการของตลาดในไตรมาสถัดไป
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงความต้องการสินค้าในตลาดเพิ่มขึ้นสำหรับฤดูการเพาะปลูก และการส่งออกทุเรียนที่เพิ่มขึ้นภายใต้สัญญา 87
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่กล่าวถึงการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
* **GPM:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยงวด 6 เดือนเพิ่มขึ้น 64.47% และงวด 3 เดือนเพิ่มขึ้น 52.31% เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย
* **การส่งออก:** มีการกล่าวถึงการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าเงินบาท:** มีความผันผวน ทำให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นในงวด 3 เดือน แต่ลดลงในงวด 6 เดือน เนื่องจากนโยบายป้องกันความเสี่ยง
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลงเนื่องจากการขายเพิ่มขึ้น และการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นในปริมาณที่เหมาะสม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ในขณะที่ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น สินค้าคงเหลือลดลง
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น จากเงินกู้ระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการสั่งซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ และการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินบาท รวมถึงเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น และการประมาณการหนี้สินสำหรับผลประโยชน์พนักงานเกษียณ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียนเท่ากับ 3.89 เท่า
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** เท่ากับ 0.33:1
## สรุปท้าย
PATO โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 105.83% (งวด 6 เดือน) จากแรงหนุนของความต้องการสินค้าเกษตรที่ฟื้นตัว และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ายอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และการแข่งขันด้านราคา ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป โดยฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการภายใต้สภาวะตลาดที่ท้าทาย
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PATO ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
102.83
ล้านบาท
↓ 32.3% YoY
กำไรขั้นต้น
31.74
ล้านบาท
↓ 27.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.87
%
กำไรสุทธิ
11.55
ล้านบาท
↓ 43.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.23
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
103
↓ -32.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
32
↓ -27.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -43.1%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PATO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
13.27
ROA (%)
13.75
Book Value/หุ้น
3.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PATO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-170
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PATO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
80.71
+297.98%
|
20.28
-81.22%
|
107.98
+1,811.15%
|
5.65
-75.40%
|
22.97
-88.66%
|
202.49
+149.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-170.22
+153.87%
|
-67.05
-36.03%
|
-104.82
-415.72%
|
33.20
-54.18%
|
72.45
-265.64%
|
-43.74
-273.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
142.57
+125.76%
|
63.15
-203.29%
|
-61.14
+147.93%
|
-24.66
-65.65%
|
-71.78
-38.82%
|
-117.32
-896.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.06
+223.73%
|
16.39
-128.27%
|
-57.98
+71.89%
|
-33.73
+29.43%
|
-26.06
-162.92%
|
41.42
+31.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|
53.34
+144.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
22.99
-57.78%
|
54.45
+122.43%
|
24.48
-41.96%
|
42.18
-38.96%
|
69.10
-27.08%
|
94.76
+77.65%
|