PACO
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PACO
บริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.44
+0.01 (+0.70%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และอัตรากําไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น จากการควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับมีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5743 out_tok=2868 at=2026-07-25T22:54:33 --> # PACO กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 26.7% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายการเงินสูงขึ้น ## รายได้จากการขายโต 16.6% แต่ GPM หด เหตุต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าแรง-ค่าไฟปรับขึ้น บริษัท เพรสซิเดนท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 58.98 ล้านบาท ลดลง 26.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 16.63% เป็น 765.75 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลง รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ที่ปรับตัวสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PACO ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับลดลง 26.71% มาอยู่ที่ 58.98 ล้านบาท มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 16.62% ในปีก่อน เหลือ 13.51% ในปีนี้ คิดเป็นการลดลง 5.17% หรือ 5.64 ล้านบาท ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 121.71%** และ **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น 203.61%** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีถึง 16.63% ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นมีสาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 20.98%** ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของ **อัตราค่าแรงงานขั้นต่ำ** และ **ค่าไฟฟ้า** ที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุว่ามีการเพิ่มจำนวนพนักงานผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ยอดขายเติบโต แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 121.71% มาจากการ **เพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว** เพื่อนำมาใช้ในการลงทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียน ประกอบกับการ **ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย** อย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น 203.61% เกิดจาก **การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี** จากบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น ซึ่งเคยได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี 2565 ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงงานขั้นต่ำที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะสั้น แต่หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มปรับลดลง อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่าจะยังคงเป็นภาระต่อเนื่องไปจนกว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลง หรือบริษัทสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ สำหรับผลกระทบจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สิ้นสุดลงนั้น เป็นปัจจัยที่แน่นอนว่าจะส่งผลต่อฐานภาษีในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 26.71% YoY** อยู่ที่ 58.98 ล้านบาท * **รายได้จากการขายเติบโต 16.63% YoY** อยู่ที่ 765.75 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว** จาก 16.62% เป็น 13.51% * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 20.98% YoY** จากค่าแรงขั้นต่ำและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายทางการเงินพุ่งสูง 121.71% YoY** จากการกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยนโยบาย * **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 203.61% YoY** จากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ BOI * **สินทรัพย์รวมลดลง 1.46%** จากการลดสต็อกวัตถุดิบ * **หนี้สินรวมลดลง 16.57%** จากการชำระคืนเงินกู้ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 765.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109.19 ล้านบาท หรือ 16.63% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 114.83 ล้านบาท หรือ 20.98% ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของอัตราค่าแรงงานขั้นต่ำและค่าไฟฟ้า ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 16.62% เหลือ 13.51% ของรายได้จากการขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 9.88% จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการส่งออกที่มากขึ้นตามยอดขาย ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 18.67% จากการรับรู้ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ค่าใช้จ่ายเพิ่มทุน และค่าใช้จ่ายเงินกองทุนทดแทน ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 121.71% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 203.61% เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI ในปีก่อนสิ้นสุดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 58.98 ล้านบาท ลดลง 21.50 ล้านบาท หรือ 26.71% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **ความต้องการสินค้าจากลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น:** ฝ่ายจัดการได้เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต * **การลดสต็อกวัตถุดิบและราคาวัตถุดิบที่เริ่มปรับตัวลดลง:** การบริหารจัดการสินค้าคงคลังวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ และแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ลดลง อาจช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนขายในอนาคต * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้น ประกอบกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากอัตราแลกเปลี่ยน ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของค่าแรงงานขั้นต่ำและค่าไฟฟ้า เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง * **ภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น * **การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI จะส่งผลให้ภาระภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันมีแนวโน้มลดลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินก็อาจส่งผลกระทบได้เช่นกัน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หรือไม่ จากการบริหารจัดการต้นทุน หรือการปรับราคาขาย * **ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** การปรับขึ้นหรือลดลงของอัตราดอกเบี้ยจะมีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายทางการเงิน * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** บริษัทจะสามารถลดภาระดอกเบี้ยจ่ายได้อย่างไรในระยะยาว * **ปริมาณการส่งออกและความต้องการของลูกค้าต่างประเทศ:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ * **การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก:** จะมีแนวโน้มปรับตัวลดลงหรือสูงขึ้น * **ผลกระทบจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** จะส่งผลต่อกำไรสุทธิมากน้อยเพียงใด ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่ามีการเพิ่มจำนวนพนักงานผลิตเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าต่างประเทศที่มากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ยอดขายเติบโตจากการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศที่มากขึ้น บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่ * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึง "ราคาวัตถุดิบที่เริ่มปรับตัวลดลง" ซึ่งส่งผลให้มีการลดปริมาณการสต็อกวัตถุดิบลง * **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.62% เป็น 13.51% เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นจากค่าแรงและค่าไฟฟ้า * **การส่งออก:** มีการกล่าวถึงการเพิ่มยอดขายในต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการส่งออกที่มากขึ้นตามยอดขาย * **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 13.53% เนื่องจากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้น ประกอบกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือในส่วนของวัตถุดิบลดลง จากการลดปริมาณการสต็อกและราคาวัตถุดิบที่ลดลง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,393.91 ล้านบาท ลดลง 1.46% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของสินค้าคงคลังในส่วนของวัตถุดิบ หนี้สินรวมอยู่ที่ 401.13 ล้านบาท ลดลง 16.57% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 992.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.31% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรสุทธิในระหว่างงวดเก้าเดือนของปี 2566 เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยตรง ## สรุปท้าย PACO ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งค่าแรงงานขั้นต่ำและค่าไฟฟ้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างชัดเจน ประกอบกับภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นจากการกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้น รวมถึงการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการขยายกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและภาระดอกเบี้ยเพื่อฟื้นฟูกำไรในระยะต่อไปได้หรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวนและภาระทางการเงินที่สูงขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PACO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
198.97 ล้านบาท
↓ 0.6% YoY
กำไรขั้นต้น
37.61 ล้านบาท
↓ 23.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.90 %
กำไรสุทธิ
25.10 ล้านบาท
↓ 35.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.62 %
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
199
↓ -0.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
38
↓ -23.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
25
↓ -35.9% YoY
D/E Ratio
0.19

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PACO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
198.97
-0.61%
200.19
-19.48%
248.62
+7.80%
230.62
+52.78%
150.95
-77.88%
682.42
กำไรขั้นต้น —
37.61
-23.33%
49.06
+6.73%
45.97
+63.48%
28.12
-17.01%
33.88
-1.21%
34.30
-67.78%
ค่าใช้จ่ายรวม —
17.30
-9.93%
19.21
+32.80%
14.46
-37.03%
22.97
+48.51%
15.47
-77.20%
67.83
กำไรสุทธิ —
25.10
-35.88%
39.15
+175.25%
14.22
+606.56%
2.01
-87.23%
15.77
-79.49%
76.86
กำไรต่อหุ้น —
0.03
-35.90%
0.04
+178.57%
0.01
+600.00%
0.00
-87.50%
0.02
-79.22%
0.08
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-5.12
-131.18%
16.42
+132.89%
-49.92
-1,153.16%
4.74
0.00
+100.00%
-0.30
ROE(%) —
12.20
-16.55%
14.62
+93.90%
7.54
-16.13%
8.99
-42.81%
15.72
+29.38%
12.15
ROA(%) —
11.01
-22.79%
14.26
+88.87%
7.55
+6.79%
7.07
-45.57%
12.99
+9.53%
11.86
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.19
-40.63%
0.32
-8.57%
0.35
-31.37%
0.51
+88.89%
0.27
-10.00%
0.30
P/E —
9.44
-17.91%
11.50
-57.23%
26.89
-3.41%
27.84
-4.72%
29.22
+128.46%
12.79
P/BV —
1.34
-2.90%
1.38
-16.36%
1.65
-42.71%
2.88
-13.77%
3.34
+119.74%
1.52
BV —
0.96
-6.80%
1.03
+4.04%
0.99
+6.45%
0.93
+4.49%
0.89
-6.32%
0.95
YIELD(%) —
15.63
+450.35%
2.84
-72.74%
10.42
+248.49%
2.99
0.00
-100.00%
10.42
ราคาหุ้น —
1.28
-9.22%
1.41
-14.02%
1.64
-38.81%
2.68
-9.46%
2.96
+105.56%
1.44
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
18.90
-22.89%
24.51
+32.56%
18.49
+51.68%
12.19
-45.70%
22.45
+346.32%
5.03
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
8.69
-9.38%
9.59
+64.78%
5.82
-41.57%
9.96
-2.83%
10.25
+3.12%
9.94
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
12.62
-35.48%
19.56
+241.96%
5.72
+557.47%
0.87
-91.67%
10.45
-7.19%
11.26
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
12.20
ROA (%)
11.01
Book Value/หุ้น
0.95

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PACO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
715.79
-18.99%
883.61
+1.71%
868.78
-2.32%
889.38
+36.35%
652.28
+16.81%
558.52
+12.81%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
449.85
-0.36%
451.47
-8.38%
492.77
-6.17%
525.20
+6.53%
492.99
+5.50%
467.19
+1.12%
รวมสินทรัพย์ —
1,165.64
-12.69%
1,335.09
-1.94%
1,361.55
-3.75%
1,414.58
+23.51%
1,145.27
+11.66%
1,025.71
+7.17%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
153.34
-47.80%
293.76
+15.19%
255.01
-16.97%
307.15
+61.56%
190.12
-46.58%
355.88
+27.79%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
30.39
-1.73%
30.93
-68.93%
99.53
-42.68%
173.63
+222.46%
53.84
-73.21%
200.95
+226.08%
รวมหนี้สิน —
183.74
-43.41%
324.69
-8.42%
354.54
-26.26%
480.77
+97.07%
243.96
-56.19%
556.83
+63.72%
รวมส่วนของเจ้าของ —
981.90
-2.82%
1,010.40
+0.34%
1,007.01
+7.84%
933.81
+3.61%
901.31
+92.23%
468.87
-24.01%
D/E —
0.19
0.32
0.35
0.51
0.27
1.19
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
12.20
14.62
7.54
8.99
15.72
12.15
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
11.01
14.26
7.55
7.07
12.99
11.86
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
4.67
3.01
3.41
2.90
3.43
3.17
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
2.27
1.45
1.44
1.06
1.18
1.58
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
89.01
81.77
0.00
0.00
61.38
58.82
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
194.30
217.22
0.00
0.00
263.38
246.79
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
49.19
55.94
0.00
0.00
67.63
52.58
วงจรเงินสด —
234.12
243.05
0.00
0.00
257.12
253.04
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PACO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
5.00
-102.04%
-244.74
+166.95%
-91.68
-33.50%
-137.86
-225.60%
109.76
-34.91%
168.62
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-8.19
+1,140.91%
-0.66
-103.62%
18.24
-121.39%
-85.28
+57.08%
-54.29
+604.15%
-7.71
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
198.28
+50.44%
131.80
+260.60%
36.55
-84.15%
230.66
-491.21%
-58.96
-20.30%
-73.98
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
195.11
-271.74%
-113.61
+207.80%
-36.91
-590.82%
7.52
-316.09%
-3.48
-104.00%
86.94
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
218.67
+88.82%
115.81
+9.86%
105.42
+7.69%
97.89
-3.44%
101.38
+602.08%
14.44
+51.71%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
86.05
-60.65%
218.67
+88.82%
115.81
+9.86%
105.42
+7.69%
97.89
-3.44%
101.38
+601.91%