บริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.44
0.03 (2.04%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และอัตรากําไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น จากการควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับมีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6080 out_tok=2534 at=2026-07-25T23:37:02 -->
# PACO กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 12.45% รับต้นทุนอลูมิเนียมพุ่ง-กำไร FX หด
## รายได้จากการขายยังเติบโต 19.90% แต่ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น
บริษัท เพรสซิเดนท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACO รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 80.48 ล้านบาท ลดลง 11.44 ล้านบาท หรือ 12.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 19.90% เป็น 656.56 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะราคาอลูมิเนียมและค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำใหกำไรสุทธิของ PACO ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 12.45% มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบหลักคืออลูมิเนียมที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักรที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมาก จาก 25.55% ในปีก่อน เหลือ 16.62% ในปีนี้ นอกจากนี้ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง** ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ต้นทุนขายที่สูงขึ้น:** ราคาอลูมิเนียมซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2565 ประกอบกับบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักรที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 34.29% เป็น 547.45 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง 30.80 ล้านบาท หรือ 22.01%
**กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง:** ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทมีสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่า ทำให้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมาก แต่ในปี 2565 สถานการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 18.86%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (บางส่วน):** ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบอย่างอลูมิเนียมยังคงมีความผันผวนและมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการนำเข้าสินค้ามาขายมากขึ้น และมีการเพิ่มจำนวนพนักงานผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้จากการขายให้เติบโตต่อไปได้ ส่วนปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีความไม่แน่นอนสูง ยากต่อการคาดการณ์ว่าจะต่อเนื่องหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565:** 80.48 ล้านบาท ลดลง 12.45% YoY
* **รายได้จากการขาย 9 เดือนแรกปี 2565:** 656.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.90% YoY
* **ต้นทุนขาย 9 เดือนแรกปี 2565:** 547.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.29% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น 9 เดือนแรกปี 2565:** 16.62% ลดลงจาก 25.55% ในปีก่อน
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 9 เดือนแรกปี 2565:** 17.29 ล้านบาท ลดลง 18.86% YoY
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/2565:** 1,408.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.94% จากสิ้นปี 2564
* **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q3/2565:** 476.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.22% จากสิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัท เพรสซิเดนท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACO มีรายได้จากการขายรวม 656.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่างประเทศ และการนำเข้าสินค้ามาขายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 34.29% เป็น 547.45 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบอลูมิเนียมที่สูงขึ้นและค่าซ่อมแซมเครื่องจักร ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.55% เหลือ 16.62% นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนยังลดลง 18.86% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 80.48 ล้านบาท ลดลง 12.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเพิ่มกำลังการผลิต:** บริษัทฯ มีการเพิ่มจำนวนพนักงานผลิตเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของยอดขายในอนาคต
* **การนำเข้าสินค้ามาขาย:** การนำเข้าสินค้ามาขายมากขึ้นช่วยเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้
* **การส่งเสริมการลงทุน:** บริษัทฯ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น ซึ่งช่วยลดภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาอลูมิเนียมซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีความผันผวนสูง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักร:** ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักรที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายโดยตรง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาอลูมิเนียมและผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักร
* ทิศทางของยอดขายในตลาดต่างประเทศและการขยายกำลังการผลิต
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อกำไร
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับยอดขายที่สูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ เพิ่มจำนวนพนักงานผลิตเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของ Utilization หรือการเตรียมพร้อมที่จะเพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาอลูมิเนียมซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขาย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 25.55% เหลือ 16.62% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** ยอดขายในตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าเงิน:** กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 18.86% เนื่องจากทิศทางค่าเงินบาทที่เปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของยอดขาย และปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,408.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.94% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ และลูกหนี้การค้า รวมถึงการลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มเติม หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 95.22% เป็น 476.25 ล้านบาท จากการเบิกใช้วงเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและลงทุนในเครื่องจักร ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.38% เป็น 931.79 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการบันทึกกำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 จำนวน 80.48 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายปันผลประจำปี 2564
## สรุปท้าย
PACO เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบอลูมิเนียมที่พุ่งสูงขึ้นและค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการเพิ่มกำลังการผลิตและตอบสนองความต้องการของตลาดต่างประเทศ ประกอบกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเครื่องจักรและการเพิ่มกำลังการผลิตบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อการเติบโตในอนาคต แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PACO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
198.97
ล้านบาท
↓ 0.6% YoY
กำไรขั้นต้น
37.61
ล้านบาท
↓ 23.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.90
%
กำไรสุทธิ
25.10
ล้านบาท
↓ 35.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.62
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
199
↓ -0.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
38
↓ -23.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
25
↓ -35.9%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PACO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
12.20
ROA (%)
11.01
Book Value/หุ้น
0.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PACO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PACO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
5.00
-102.04%
|
-244.74
+166.95%
|
-91.68
-33.50%
|
-137.86
-225.60%
|
109.76
-34.91%
|
168.62
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-8.19
+1,140.91%
|
-0.66
-103.62%
|
18.24
-121.39%
|
-85.28
+57.08%
|
-54.29
+604.15%
|
-7.71
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
198.28
+50.44%
|
131.80
+260.60%
|
36.55
-84.15%
|
230.66
-491.21%
|
-58.96
-20.30%
|
-73.98
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
195.11
-271.74%
|
-113.61
+207.80%
|
-36.91
-590.82%
|
7.52
-316.09%
|
-3.48
-104.00%
|
86.94
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
218.67
+88.82%
|
115.81
+9.86%
|
105.42
+7.69%
|
97.89
-3.44%
|
101.38
+602.08%
|
14.44
+51.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
86.05
-60.65%
|
218.67
+88.82%
|
115.81
+9.86%
|
105.42
+7.69%
|
97.89
-3.44%
|
101.38
+601.91%
|