PACO
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PACO
บริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.44
0.03 (2.04%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และอัตรากําไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น จากการควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับมีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5767 out_tok=2605 at=2026-07-25T23:33:48 --> PACO กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่ง 36.24% รับอานิสงส์ตลาดรถยนต์ฟื้น-บริหารต้นทุนดี รายได้และกำไรสุทธิของ PACO เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลกหลังสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PACO ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 คือการเติบโตของรายได้จากการขายที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลก และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิโดยรวม **1) หัวใจคืออะไร** หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 คือการเพิ่มขึ้นของ **รายได้จากการขาย** ที่ 4.47% หรือ 23.43 ล้านบาท สู่ระดับ 547.57 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลกหลังสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับการที่ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ปรับตัวสูงขึ้นจาก 24.58% ในปีก่อนหน้า เป็น 25.56% หรือเพิ่มขึ้น 1.08% (คิดเป็น 11.08 ล้านบาท) ซึ่งเกิดจากการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการมี **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** เพิ่มขึ้นถึง 261.19% หรือ 15.41 ล้านบาท สู่ระดับ 21.31 ล้านบาท **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** การฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลกเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ **รายได้จากการขาย** เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นผลโดยตรงจากอุปสงค์ที่กลับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ สำหรับ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ที่ดีขึ้นนั้น เกิดจากการที่บริษัทฯ สามารถจัดการต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น โดยมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการผลิต ทำให้ใช้วัตถุดิบลดลงและมีส่วนสูญเสียที่น้อยลง รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการผลิตที่ทำให้ผลิตสินค้าได้มากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยลดลง ส่วน **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** ที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลกที่คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นปัจจัยที่บริษัทฯ สามารถควบคุมได้ และมีแนวโน้มที่จะรักษามาตรฐานไว้ได้ ส่วนปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงิน แต่แนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผลบวกต่อบริษัทฯ แล้ว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิเติบโต 36.24%:** สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 91.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.45 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน * **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 4.47%:** มีรายได้จากการขาย 547.57 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลกหลังสถานการณ์โควิด-19 * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น:** GPM อยู่ที่ 25.56% เพิ่มขึ้นจาก 24.58% ในปีก่อนหน้า จากการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหนุน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 21.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 261.19% จากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง * **ต้นทุนขายเพิ่มสอดคล้องยอดขาย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 3.12% ซึ่งต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย * **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 39.60%:** จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 547.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.47% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลกหลังสถานการณ์โควิด-19 ในขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 407.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.12% ซึ่งเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ต่ำกว่ายอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 25.56% เพิ่มขึ้นจาก 24.58% ในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 21.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 261.19% จากแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 7.87% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.69% จากค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงถึง 39.60% เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืม ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 37.28% และเมื่อหักภาษีเงินได้แล้ว กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 91.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.24% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ตลาดรถยนต์โลกที่เริ่มฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขาย * **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการผลิตและการปรับปรุงกระบวนการผลิต ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ * **การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** การระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยเสริมสร้างฐานะทางการเงินและเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะมีการจัดการต้นทุนที่ดี แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง * **ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและพลังงาน:** วิกฤตขาดแคลนพลังงานในจีนอาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบบางประเภท * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า แต่ความผันผวนในอนาคตอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลกในไตรมาสถัดไป * ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง * ผลกระทบจากวิกฤตขาดแคลนพลังงานต่อการจัดหาวัตถุดิบ * ทิศทางค่าเงินบาทและการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน * การใช้เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นและต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ต่ำกว่า สะท้อนถึงการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นหรือการบริหารต้นทุนคงที่ต่อหน่วยที่ดีขึ้น * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุถึง Order Book โดยตรง แต่การกล่าวถึงการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลกและการเพิ่มขึ้นของยอดขาย บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มเพื่อรองรับปัญหาการขาดแคลน แต่ไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงไปโดยตรง * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 24.58% เป็น 25.56% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น * **การส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่การกล่าวถึงการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลกบ่งชี้ว่าการส่งออกน่าจะเป็นส่วนสำคัญของรายได้ * **ค่าเงิน:** กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 261.19% จากแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มในช่วงปลายไตรมาส 3 เพื่อรองรับปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,103.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.58% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ รวมถึงการลงทุนใน Solar Rooftop หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 60.93% สู่ระดับ 217.56 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและวงเงินหมุนเวียนระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 88.93% สู่ระดับ 885.86 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจดทะเบียนและการเสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกอบกับกำไรสุทธิระหว่างงวด ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ PACO ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์โลกที่ช่วยหนุนรายได้จากการขาย และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพซึ่งทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น ประกอบกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์การขาดแคลนพลังงานยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา ขณะที่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PACO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
198.97 ล้านบาท
↓ 0.6% YoY
กำไรขั้นต้น
37.61 ล้านบาท
↓ 23.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.90 %
กำไรสุทธิ
25.10 ล้านบาท
↓ 35.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.62 %
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
199
↓ -0.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
38
↓ -23.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
25
↓ -35.9% YoY
D/E Ratio
0.19

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PACO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
198.97
-0.61%
200.19
-19.48%
248.62
+7.80%
230.62
+52.78%
150.95
-77.88%
682.42
กำไรขั้นต้น
37.61
-23.33%
49.06
+6.73%
45.97
+63.48%
28.12
-17.01%
33.88
-1.21%
34.30
-67.78%
ค่าใช้จ่ายรวม
17.30
-9.93%
19.21
+32.80%
14.46
-37.03%
22.97
+48.51%
15.47
-77.20%
67.83
กำไรสุทธิ
25.10
-35.88%
39.15
+175.25%
14.22
+606.56%
2.01
-87.23%
15.77
-79.49%
76.86
กำไรต่อหุ้น
0.03
-35.90%
0.04
+178.57%
0.01
+600.00%
0.00
-87.50%
0.02
-79.22%
0.08
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-5.12
-131.18%
16.42
+132.89%
-49.92
-1,153.16%
4.74
0.00
+100.00%
-0.30
ROE(%)
12.20
-16.55%
14.62
+93.90%
7.54
-16.13%
8.99
-42.81%
15.72
+29.38%
12.15
ROA(%)
11.01
-22.79%
14.26
+88.87%
7.55
+6.79%
7.07
-45.57%
12.99
+9.53%
11.86
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.19
-40.63%
0.32
-8.57%
0.35
-31.37%
0.51
+88.89%
0.27
-10.00%
0.30
P/E
9.44
-17.91%
11.50
-57.23%
26.89
-3.41%
27.84
-4.72%
29.22
+128.46%
12.79
P/BV
1.34
-2.90%
1.38
-16.36%
1.65
-42.71%
2.88
-13.77%
3.34
+119.74%
1.52
BV
0.96
-6.80%
1.03
+4.04%
0.99
+6.45%
0.93
+4.49%
0.89
-6.32%
0.95
YIELD(%)
15.63
+450.35%
2.84
-72.74%
10.42
+248.49%
2.99
0.00
-100.00%
10.42
ราคาหุ้น
1.28
-9.22%
1.41
-14.02%
1.64
-38.81%
2.68
-9.46%
2.96
+105.56%
1.44
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
18.90
-22.89%
24.51
+32.56%
18.49
+51.68%
12.19
-45.70%
22.45
+346.32%
5.03
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
8.69
-9.38%
9.59
+64.78%
5.82
-41.57%
9.96
-2.83%
10.25
+3.12%
9.94
อัตรากำไรสุทธิ(%)
12.62
-35.48%
19.56
+241.96%
5.72
+557.47%
0.87
-91.67%
10.45
-7.19%
11.26
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
12.20
ROA (%)
11.01
Book Value/หุ้น
0.95

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PACO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
715.79
-18.99%
883.61
+1.71%
868.78
-2.32%
889.38
+36.35%
652.28
+16.81%
558.52
+12.81%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
449.85
-0.36%
451.47
-8.38%
492.77
-6.17%
525.20
+6.53%
492.99
+5.50%
467.19
+1.12%
รวมสินทรัพย์
1,165.64
-12.69%
1,335.09
-1.94%
1,361.55
-3.75%
1,414.58
+23.51%
1,145.27
+11.66%
1,025.71
+7.17%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
153.34
-47.80%
293.76
+15.19%
255.01
-16.97%
307.15
+61.56%
190.12
-46.58%
355.88
+27.79%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
30.39
-1.73%
30.93
-68.93%
99.53
-42.68%
173.63
+222.46%
53.84
-73.21%
200.95
+226.08%
รวมหนี้สิน
183.74
-43.41%
324.69
-8.42%
354.54
-26.26%
480.77
+97.07%
243.96
-56.19%
556.83
+63.72%
รวมส่วนของเจ้าของ
981.90
-2.82%
1,010.40
+0.34%
1,007.01
+7.84%
933.81
+3.61%
901.31
+92.23%
468.87
-24.01%
D/E
0.19
0.32
0.35
0.51
0.27
1.19
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
12.20
14.62
7.54
8.99
15.72
12.15
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
11.01
14.26
7.55
7.07
12.99
11.86
อัตราส่วนสภาพคล่อง
4.67
3.01
3.41
2.90
3.43
3.17
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.27
1.45
1.44
1.06
1.18
1.58
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
89.01
81.77
0.00
0.00
61.38
58.82
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
194.30
217.22
0.00
0.00
263.38
246.79
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
49.19
55.94
0.00
0.00
67.63
52.58
วงจรเงินสด
234.12
243.05
0.00
0.00
257.12
253.04
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PACO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
5.00
-102.04%
-244.74
+166.95%
-91.68
-33.50%
-137.86
-225.60%
109.76
-34.91%
168.62
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-8.19
+1,140.91%
-0.66
-103.62%
18.24
-121.39%
-85.28
+57.08%
-54.29
+604.15%
-7.71
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
198.28
+50.44%
131.80
+260.60%
36.55
-84.15%
230.66
-491.21%
-58.96
-20.30%
-73.98
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
195.11
-271.74%
-113.61
+207.80%
-36.91
-590.82%
7.52
-316.09%
-3.48
-104.00%
86.94
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
218.67
+88.82%
115.81
+9.86%
105.42
+7.69%
97.89
-3.44%
101.38
+602.08%
14.44
+51.71%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
86.05
-60.65%
218.67
+88.82%
115.81
+9.86%
105.42
+7.69%
97.89
-3.44%
101.38
+601.91%