PACO
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PACO
บริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.44
+0.01 (+0.70%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และอัตรากําไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น จากการควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับมีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9457 out_tok=2597 at=2026-07-25T08:57:03 --> # PACO กำไรสุทธิ Q2/2566 หดตัว 40% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารสูงขึ้น ## รายได้จากการขายโต 17% แต่กำไรขั้นต้นวูบ 16% ชี้ต้นทุนแรงงาน-ค่าไฟพุ่งกดดัน บริษัท เพรสซิเดนท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACO รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 27.29 ล้านบาท ลดลง 18.33 ล้านบาท หรือ 40.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 17.40% เป็น 512.47 ล้านบาท แต่ถูกกดดันจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 24.05% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำใหกำไรสุทธิของ PACO ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 40.18% มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 16.30% ในปีก่อน เหลือ 11.56% ในปีนี้ คิดเป็นการลดลง 11.32 ล้านบาท ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** 5.53 ล้านบาท และ **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น** 4.52 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 17.40% ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวขึ้นของ **อัตราค่าแรงงานขั้นต่ำ** และ **ค่าไฟฟ้า** ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มสูงขึ้น 24.05% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้จากการขาย ทำให้กำไรขั้นต้นต่อหน่วยลดลง * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** เกิดจากการรับรู้ **ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์** จำนวน 4.48 ล้านบาท (รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเพิ่มทุน และค่าใช้จ่ายเงินกองทุนทดแทน) รวมถึง **การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ** * **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น:** เป็นผลมาจากการ **เพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว** เพื่อใช้ในการลงทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียน ประกอบกับการ **ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย** อย่างต่อเนื่อง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว (สำหรับบางรายการ) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับบางรายการ)** * **ต้นทุนค่าแรงและค่าไฟฟ้า:** มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนขายในปีถัดไป หากไม่มีการปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ * **ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์และการตั้งสำรองหนี้:** อาจเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการบริหารความเสี่ยงของบริษัท * **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** มีโอกาสต่อเนื่อง หากบริษัทยังคงมีการกู้ยืมเพื่อการลงทุนและดอกเบี้ยนโยบายยังคงอยู่ในระดับสูง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 27.29 ล้านบาท ลดลง 40.18% YoY** * **รายได้จากการขาย 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 512.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.40% YoY** * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16.30% เป็น 11.56%** เนื่องจากต้นทุนค่าแรงและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25.38%** จากผลขาดทุนตราสารอนุพันธ์และการตั้งสำรอง * **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 162.01%** จากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 119.39%** เป็น 12.22 ล้านบาท จากค่าเงินที่อ่อนค่าและยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 512.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.22 ล้านบาท หรือ 17.40% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มจำนวนพนักงานผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเติบโต อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 83.54 ล้านบาท หรือ 24.05% ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของอัตราค่าแรงงานขั้นต่ำและค่าไฟฟ้า ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 11.32 ล้านบาท หรือ 16.73% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16.30% เหลือ 11.56% ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 7.93% จากค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25.38% โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเพิ่มทุน ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 162.01% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 119.39% เป็น 12.22 ล้านบาท จากแนวโน้มค่าเงินที่อ่อนค่าและการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 67.65% จากการขายเศษซากที่เพิ่มขึ้นและกำไรจากการปรับมูลค่าตราสารทางการเงิน ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 27.29 ล้านบาท ลดลง 40.18% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การเพิ่มกำลังการผลิต:** การเพิ่มจำนวนพนักงานผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต * **การส่งออกที่เพิ่มขึ้น:** การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แนวโน้มค่าเงินที่อ่อนค่าและยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยต้นทุนบางส่วนได้ ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิต:** การปรับขึ้นของอัตราค่าแรงงานขั้นต่ำและค่าไฟฟ้า เป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะเป็นบวก แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา * **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยจากการกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงขึ้น * **รายการค่าใช้จ่ายพิเศษ:** ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์และการตั้งสำรองหนี้ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มต้นทุนค่าแรงงานและค่าไฟฟ้าในไตรมาสถัดไป * การบริหารจัดการต้นทุนขายเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น * ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน * การบริหารจัดการหนี้สินและค่าใช้จ่ายทางการเงิน * การรับรู้ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์และรายการค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นๆ * คำสั่งซื้อใหม่ (Order book) และกำลังการผลิตของบริษัท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารระบุถึงการเพิ่มจำนวนพนักงานผลิตเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการเพิ่ม Utilization หรือเตรียมพร้อมที่จะเพิ่มหากมีคำสั่งซื้อเข้ามามากขึ้น * **Order Book:** แม้จะไม่มีการระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การที่บริษัทเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศที่มากขึ้น บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีของ Order Book * **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่เน้นไปที่ต้นทุนค่าแรงและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.30% เป็น 11.56% ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่กดดันผลประกอบการ * **การส่งออก:** การส่งออกเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก โดยมีการระบุว่าความต้องการของลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น * **ค่าเงิน:** กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 119.39% สะท้อนถึงผลบวกจากค่าเงินที่อ่อนค่าลง * **สินค้าคงคลัง:** มีการลดลงของสินค้าคงเหลือในส่วนของวัตถุดิบจากการลดปริมาณการสต็อก ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,383.57 ล้านบาท ลดลง 2.19% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินค้าคงเหลือ (วัตถุดิบ) และเงินสดจากการชำระคืนเงินกู้ยืม หนี้สินรวมอยู่ที่ 422.48 ล้านบาท ลดลง 12.12% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 961.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.92% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิในระหว่างงวด ## สรุปท้าย PACO เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าแรงและค่าไฟฟ้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะเติบโตจากการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนการผลิตและมาตรการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PACO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
198.97 ล้านบาท
↓ 0.6% YoY
กำไรขั้นต้น
37.61 ล้านบาท
↓ 23.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.90 %
กำไรสุทธิ
25.10 ล้านบาท
↓ 35.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.62 %
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
199
↓ -0.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
38
↓ -23.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
25
↓ -35.9% YoY
D/E Ratio
0.19

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PACO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
198.97
-0.61%
200.19
-19.48%
248.62
+7.80%
230.62
+52.78%
150.95
-77.88%
682.42
กำไรขั้นต้น —
37.61
-23.33%
49.06
+6.73%
45.97
+63.48%
28.12
-17.01%
33.88
-1.21%
34.30
-67.78%
ค่าใช้จ่ายรวม —
17.30
-9.93%
19.21
+32.80%
14.46
-37.03%
22.97
+48.51%
15.47
-77.20%
67.83
กำไรสุทธิ —
25.10
-35.88%
39.15
+175.25%
14.22
+606.56%
2.01
-87.23%
15.77
-79.49%
76.86
กำไรต่อหุ้น —
0.03
-35.90%
0.04
+178.57%
0.01
+600.00%
0.00
-87.50%
0.02
-79.22%
0.08
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-5.12
-131.18%
16.42
+132.89%
-49.92
-1,153.16%
4.74
0.00
+100.00%
-0.30
ROE(%) —
12.20
-16.55%
14.62
+93.90%
7.54
-16.13%
8.99
-42.81%
15.72
+29.38%
12.15
ROA(%) —
11.01
-22.79%
14.26
+88.87%
7.55
+6.79%
7.07
-45.57%
12.99
+9.53%
11.86
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.19
-40.63%
0.32
-8.57%
0.35
-31.37%
0.51
+88.89%
0.27
-10.00%
0.30
P/E —
9.44
-17.91%
11.50
-57.23%
26.89
-3.41%
27.84
-4.72%
29.22
+128.46%
12.79
P/BV —
1.34
-2.90%
1.38
-16.36%
1.65
-42.71%
2.88
-13.77%
3.34
+119.74%
1.52
BV —
0.96
-6.80%
1.03
+4.04%
0.99
+6.45%
0.93
+4.49%
0.89
-6.32%
0.95
YIELD(%) —
15.63
+450.35%
2.84
-72.74%
10.42
+248.49%
2.99
0.00
-100.00%
10.42
ราคาหุ้น —
1.28
-9.22%
1.41
-14.02%
1.64
-38.81%
2.68
-9.46%
2.96
+105.56%
1.44
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
18.90
-22.89%
24.51
+32.56%
18.49
+51.68%
12.19
-45.70%
22.45
+346.32%
5.03
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
8.69
-9.38%
9.59
+64.78%
5.82
-41.57%
9.96
-2.83%
10.25
+3.12%
9.94
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
12.62
-35.48%
19.56
+241.96%
5.72
+557.47%
0.87
-91.67%
10.45
-7.19%
11.26
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
12.20
ROA (%)
11.01
Book Value/หุ้น
0.95

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PACO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
715.79
-18.99%
883.61
+1.71%
868.78
-2.32%
889.38
+36.35%
652.28
+16.81%
558.52
+12.81%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
449.85
-0.36%
451.47
-8.38%
492.77
-6.17%
525.20
+6.53%
492.99
+5.50%
467.19
+1.12%
รวมสินทรัพย์ —
1,165.64
-12.69%
1,335.09
-1.94%
1,361.55
-3.75%
1,414.58
+23.51%
1,145.27
+11.66%
1,025.71
+7.17%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
153.34
-47.80%
293.76
+15.19%
255.01
-16.97%
307.15
+61.56%
190.12
-46.58%
355.88
+27.79%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
30.39
-1.73%
30.93
-68.93%
99.53
-42.68%
173.63
+222.46%
53.84
-73.21%
200.95
+226.08%
รวมหนี้สิน —
183.74
-43.41%
324.69
-8.42%
354.54
-26.26%
480.77
+97.07%
243.96
-56.19%
556.83
+63.72%
รวมส่วนของเจ้าของ —
981.90
-2.82%
1,010.40
+0.34%
1,007.01
+7.84%
933.81
+3.61%
901.31
+92.23%
468.87
-24.01%
D/E —
0.19
0.32
0.35
0.51
0.27
1.19
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
12.20
14.62
7.54
8.99
15.72
12.15
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
11.01
14.26
7.55
7.07
12.99
11.86
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
4.67
3.01
3.41
2.90
3.43
3.17
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
2.27
1.45
1.44
1.06
1.18
1.58
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
89.01
81.77
0.00
0.00
61.38
58.82
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
194.30
217.22
0.00
0.00
263.38
246.79
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
49.19
55.94
0.00
0.00
67.63
52.58
วงจรเงินสด —
234.12
243.05
0.00
0.00
257.12
253.04
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PACO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
5.00
-102.04%
-244.74
+166.95%
-91.68
-33.50%
-137.86
-225.60%
109.76
-34.91%
168.62
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-8.19
+1,140.91%
-0.66
-103.62%
18.24
-121.39%
-85.28
+57.08%
-54.29
+604.15%
-7.71
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
198.28
+50.44%
131.80
+260.60%
36.55
-84.15%
230.66
-491.21%
-58.96
-20.30%
-73.98
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
195.11
-271.74%
-113.61
+207.80%
-36.91
-590.82%
7.52
-316.09%
-3.48
-104.00%
86.94
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
218.67
+88.82%
115.81
+9.86%
105.42
+7.69%
97.89
-3.44%
101.38
+602.08%
14.44
+51.71%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
86.05
-60.65%
218.67
+88.82%
115.81
+9.86%
105.42
+7.69%
97.89
-3.44%
101.38
+601.91%