บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.82
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6736 out_tok=2587 at=2026-07-25T21:41:08 -->
# MUD พลิกขาดทุน Q3/2565 สู่ตัวเลขใกล้เคียงศูนย์ รับรายได้โต 44.8%
## รายได้รวมพุ่ง 44.8% หลังผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 แต่ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานกดดันมาร์จิ้น
บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน) หรือ MUD รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 2,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 และการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท แม้จะดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 122 ล้านบาท โดยต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ MUD ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง** ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะถูกกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นก็ตาม โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 44.8% แต่บริษัทฯ ยังคงขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจาก 2 ปัจจัยหลักตามที่ฝ่ายจัดการระบุ คือ **1) การผ่อนคลายมาตรการของภาครัฐเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19** ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการร้านอาหารและซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์ได้มากขึ้น และ **2) การเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขา** ซึ่งส่งผลให้ยอดขายโดยรวมสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ (จาก 36.5% เป็น 39.2% ของรายได้รวม) เนื่องจาก **ราคาต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง** นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แม้จะลดสัดส่วนลงจาก 67.0% เป็น 58.6% ของรายได้รวม เนื่องจากการปิดสาขาที่ผลประกอบการไม่ดี แต่ค่าใช้จ่ายในการขายอื่นกลับเพิ่มขึ้น 49.6% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเช่า และค่าบริการที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการผ่อนคลายมาตรการและจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลต่อเนื่อง แต่การที่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป ฝ่ายจัดการยังคงมีนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายและมองหาโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องรอดูผลการดำเนินงานในไตรมาสถัดไปว่าจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาการเติบโตของรายได้ได้ดีเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 44.8% YoY** แตะ 2,259 ล้านบาท จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการขยายสาขา
* **ขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 24 ล้านบาท** จาก 122 ล้านบาทใน Q3/2564
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นเป็น 39.2% ของรายได้** จาก 36.5% YoY เหตุต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดสัดส่วนลงเป็น 58.6% ของรายได้** จาก 67.0% YoY จากการปิดสาขาที่ขาดทุน
* **EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 354 ล้านบาท** จาก 271 ล้านบาท YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.8% เมื่อเทียบกับ 1,560 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขา อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นเป็น 884 ล้านบาท (จาก 569 ล้านบาท) ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 39.2% จาก 36.5% โดยมีสาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 1,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% แต่มีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้รวมเป็น 58.6% จาก 67.0% เนื่องจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นเป็น 354 ล้านบาท จาก 271 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็น 84 ล้านบาท จาก 71 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ ยังคงขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 เทียบกับการขาดทุน 122 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการบริโภค:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 หนุนให้ผู้บริโภคกลับมาใช้จ่ายในหมวดอาหาร เครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์มากขึ้น
* **การขยายสาขา:** แผนการขยายสาขาในทำเลศักยภาพทั้งแบรนด์ของตนเองและแบรนด์แฟรนไชส์ จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** การขยายแบรนด์ Greyhound Cafe ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียและยุโรป เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และเพิ่มการรับรู้แบรนด์ในระดับสากล
* **นวัตกรรมสินค้าและบริการ:** การพัฒนาและนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** แม้จะมีการควบคุมค่าใช้จ่าย แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนบางส่วนยังคงเป็นความท้าทาย
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หรือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและผลประกอบการจากการส่งออก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นได้อย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อ GPM ในไตรมาสถัดไปมากน้อยเพียงใด
* **แผนการขยายสาขา:** ความคืบหน้าของการเปิดสาขาใหม่ และผลตอบรับจากตลาด
* **ผลประกอบการจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะการเติบโตของ Greyhound Cafe ในยุโรปและเอเชีย
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายอื่นที่เพิ่มขึ้น
* **ความสามารถในการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ:** จากการขาดทุนสุทธิที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 MUD แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้ที่ชัดเจน โดยมีรายได้รวม 2,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.8% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลบวกจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 39.2% จาก 36.5% ในปีก่อน แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมีการปิดสาขาที่ขาดทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อรายได้ลดลงเหลือ 58.6% แต่การขาดทุนสุทธิยังคงมีอยู่ โดยอยู่ที่ 24 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน 122 ล้านบาท ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดสำหรับธุรกิจในกลุ่มนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4,845 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (90.6%) ซึ่งประกอบด้วยส่วนปรับปรุงอาคารและอุปกรณ์ ค่าความนิยม และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่นๆ สินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ที่ 473 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 495 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 131 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือ 183 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,918 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,765 ล้านบาท โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนมีสัดส่วนสูงกว่าหนี้สินหมุนเวียน หนี้สินไม่หมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงินและหุ้นกู้ระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2,080 ล้านบาท
## สรุปท้าย
MUD ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการกลับมาใช้จ่ายของผู้บริโภคและการขยายสาขา ซึ่งช่วยลดขนาดการขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นความท้าทายหลักที่ส่งผลต่ออัตรากำไร การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันให้บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรที่ยั่งยืนได้ในอนาคตอันใกล้ โดยต้องจับตาดูแนวโน้มต้นทุนและแผนการดำเนินงานของฝ่ายจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MUD ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
565.53
ล้านบาท
↓ 23% YoY
กำไรขั้นต้น
325.67
ล้านบาท
↓ 29.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.59
%
กำไรสุทธิ
-326.68
ล้านบาท
↑ 150.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-57.76
%
D/E Ratio
2.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
566
↓ -23%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
326
↓ -29.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-327
↑ + 150.5%
YoY
D/E Ratio
2.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MUD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.67
ROE (%)
-43.32
ROA (%)
-14.38
Book Value/หุ้น
0.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MUD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MUD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-253.35
+108.97%
|
-121.24
-6.90%
|
-130.23
+197.46%
|
-43.78
-25.09%
|
-58.44
-117.31%
|
337.54
+461.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
41.42
-48.56%
|
80.52
-41.37%
|
137.34
+15.04%
|
119.38
+13,465.91%
|
0.88
-100.36%
|
-241.88
+315.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
199.83
+422.16%
|
38.27
-67.63%
|
118.22
+0.72%
|
117.38
-132.13%
|
-365.31
+393.13%
|
-74.08
-3.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
76.46
+16.91%
|
65.40
-62.49%
|
174.34
-1.88%
|
177.68
-147.85%
|
-371.33
-2,323.53%
|
16.70
-127.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.46
-33.66%
|
113.74
-49.32%
|
224.41
+8.69%
|
206.47
+25.38%
|
164.68
+11.29%
|
147.98
-29.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
52.06
-31.01%
|
75.46
-33.66%
|
113.74
-49.32%
|
224.41
+8.69%
|
206.47
+25.38%
|
164.68
+11.29%
|