บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.82
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6975 out_tok=2490 at=2026-07-25T21:50:02 -->
# MUD Q2/2565 พลิกขาดทุนเป็นกำไรเล็กน้อย รับอานิสงส์คลายล็อกดาวน์-ขยายสาขา
## รายได้รวมโต 38% หลังรัฐผ่อนคลายมาตรการ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานพุ่งกดดัน GPM
บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน) หรือ MUD รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 41 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 67 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MUD ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกจากขาดทุน 67 ล้านบาท มาเป็นกำไร 41 ล้านบาท มาจากการ **ฟื้นตัวของรายได้รวมที่เติบโตถึง 38.3%** ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะลดลงก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การฟื้นตัวของรายได้** เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
1. **การผ่อนคลายมาตรการของภาครัฐ** เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้จ่ายและเดินทางมากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจไลฟ์สไตล์ของบริษัทฯ
2. **การเพิ่มจำนวนสาขา** ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการเติบโต ทำให้มีช่องทางการขายที่มากขึ้นและเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายขึ้น
อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนขายและบริการ** ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 36.5% ของรายได้รวมในปีก่อน เป็น 39.9% ของรายได้รวมในปีนี้ สาเหตุหลักมาจากราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ GPM ถูกกดดัน
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 65.8% ในปีก่อน เป็น 59.4% ในปีนี้ เนื่องจากบริษัทฯ ได้มีการปิดสาขาที่ผลประกอบการไม่ดีนัก ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง** โดยปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายมาตรการและแผนการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ยังคงเป็นแรงหนุนรายได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ยังคงผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรในอนาคต ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 38.3%** แตะ 1,463 ล้านบาท จาก 1,058 ล้านบาทในปีก่อน
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 41 ล้านบาท** จากขาดทุน 67 ล้านบาทใน Q2/2564
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น** เป็น 39.9% ของรายได้ จาก 36.5% ปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบและพลังงานสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลง** เหลือ 59.4% จาก 65.8% หลังปิดสาขาที่ขาดทุน
* **EBITDA เพิ่มขึ้นเล็กน้อย** เป็น 207 ล้านบาท จาก 199 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการปรับตัวสูงขึ้นเป็น 584 ล้านบาท คิดเป็น 39.9% ของรายได้รวม จาก 36.5% ในปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.0% แต่มีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้รวม เหลือ 59.4% จาก 65.8% ในปีก่อน เนื่องจากการปิดสาขาที่ไม่มีกำไร
ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เท่ากับ 207 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 199 ล้านบาทในปีก่อน
แม้จะมีค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็น 52 ล้านบาท จาก 44 ล้านบาทในปีก่อน แต่บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 41 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 จากที่ขาดทุนสุทธิ 67 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการบริโภค:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ คาดว่าจะส่งผลดีต่อยอดขายของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจไลฟ์สไตล์
* **การขยายสาขา:** บริษัทฯ มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทั้งแบรนด์ของตัวเองและแบรนด์แฟรนไชส์ในทำเลที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและสร้างการเติบโต
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** บริษัทฯ มีความตั้งใจขยายแบรนด์ Greyhound Cafe ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และเพิ่มการรับรู้แบรนด์ในระดับสากล
* **นวัตกรรมสินค้าและบริการ:** การพัฒนาและนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดลูกค้าได้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ การรักษาความสามารถในการแข่งขันจึงเป็นสิ่งสำคัญ
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและพลังงาน และความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุน
* **ผลประกอบการจากการขยายสาขาใหม่:** ประเมินประสิทธิภาพของสาขาที่เปิดใหม่ และผลตอบรับจากลูกค้า
* **ความคืบหน้าการขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** ติดตามการเปิดสาขาและการเติบโตของแบรนด์ในตลาดต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ประเมินความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **Volume:** รายได้รวมเติบโต 38.3% สะท้อนถึง volume การขายที่เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการและสาขาที่เพิ่มขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** การขยายสาขาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มช่องทางขายและสร้างการเติบโต
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลงเล็กน้อยจาก 187 ล้านบาท เป็น 175 ล้านบาท คิดเป็น 3.6% ของสินทรัพย์รวม
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการขยายธุรกิจในต่างประเทศ (Greyhound Cafe) ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลงเล็กน้อยจาก 4,898 ล้านบาท ณ สิ้น Q1/2565 เป็น 4,845 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2565 โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (ประมาณ 89.8%)
* **หนี้สินรวม:** ลดลงจาก 2,818 ล้านบาท ณ สิ้น Q1/2565 เป็น 2,765 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนคิดเป็น 42.0% และหนี้สินไม่หมุนเวียนคิดเป็น 58.0%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** คงที่ที่ 2,080 ล้านบาท
* **หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** คำนวณจากหนี้สินรวม (2,765 ล้านบาท) หารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น (2,080 ล้านบาท) จะอยู่ที่ประมาณ 1.33 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 3:1 สำหรับหุ้นกู้
* **กระแสเงินสด:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
## สรุปท้าย
MUD พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2565 จากการฟื้นตัวของรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการขยายสาขา แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสเติบโตจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและแผนการขยายธุรกิจในต่างประเทศ แต่ยังคงต้องจับตาความผันผวนของต้นทุนและสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MUD ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
565.53
ล้านบาท
↓ 23% YoY
กำไรขั้นต้น
325.67
ล้านบาท
↓ 29.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.59
%
กำไรสุทธิ
-326.68
ล้านบาท
↑ 150.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-57.76
%
D/E Ratio
2.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
566
↓ -23%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
326
↓ -29.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-327
↑ + 150.5%
YoY
D/E Ratio
2.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MUD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.67
ROE (%)
-43.32
ROA (%)
-14.38
Book Value/หุ้น
0.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MUD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MUD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-253.35
+108.97%
|
-121.24
-6.90%
|
-130.23
+197.46%
|
-43.78
-25.09%
|
-58.44
-117.31%
|
337.54
+461.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
41.42
-48.56%
|
80.52
-41.37%
|
137.34
+15.04%
|
119.38
+13,465.91%
|
0.88
-100.36%
|
-241.88
+315.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
199.83
+422.16%
|
38.27
-67.63%
|
118.22
+0.72%
|
117.38
-132.13%
|
-365.31
+393.13%
|
-74.08
-3.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
76.46
+16.91%
|
65.40
-62.49%
|
174.34
-1.88%
|
177.68
-147.85%
|
-371.33
-2,323.53%
|
16.70
-127.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.46
-33.66%
|
113.74
-49.32%
|
224.41
+8.69%
|
206.47
+25.38%
|
164.68
+11.29%
|
147.98
-29.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
52.06
-31.01%
|
75.46
-33.66%
|
113.74
-49.32%
|
224.41
+8.69%
|
206.47
+25.38%
|
164.68
+11.29%
|