บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.82
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7094 out_tok=3423 at=2026-07-27T11:07:57 -->
# MUD พลิกขาดทุน Q2/2564 เป็นกำไรสุทธิลดลง แต่ EBITDA พุ่งแรง
## รายได้รวมโต 21.1% Q2/64 แต่ 6 เดือนแรกหดตัวเล็กน้อย ฝ่ายจัดการชี้คุมต้นทุน-ค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น
บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน) หรือ MUD รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 534 ล้านบาท เติบโต 21.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวม 6 เดือนแรกรายได้รวมจะหดตัว 1.6% เหลือ 1,058 ล้านบาท จากผลกระทบ COVID-19 และการแข่งขันที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น ส่งผลให้ EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MUD ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ** แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดี แต่กำไรสุทธิยังคงติดลบที่ (34) ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 68 ล้านบาทใน Q2/63) อย่างไรก็ตาม ตัวเลข EBITDA กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 50.7% YoY จาก 69 ล้านบาท เป็น 104 ล้านบาท สะท้อนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ต้นทุนขายและบริการ** ในไตรมาส 2 ปี 2564 คิดเป็นสัดส่วน 35.9% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 34.9% ในปีก่อน แต่สำหรับ 6 เดือนแรก สัดส่วนต้นทุนขายและบริการลดลงจาก 38.3% เป็น 36.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วมมือของฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายโลจิสติกส์ ฝ่ายการตลาด และพนักงานหน้าร้านผ่านระบบจัดซื้อกลางที่มีประสิทธิภาพและการควบคุมสินค้าคงเหลือ
ในส่วนของ **ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร** มีการบริหารจัดการที่เข้มงวดมากขึ้น โดยในไตรมาส 2 ปี 2564 ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 351 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จาก 339 ล้านบาทในปีก่อน แต่เมื่อเทียบกับรายได้รวม สัดส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 76.9% เหลือ 65.7% สำหรับ 6 เดือนแรก ค่าใช้จ่ายรวมลดลงถึง 8.3% จาก 759 ล้านบาท เหลือ 696 ล้านบาท และสัดส่วนต่อรายได้รวมลดลงจาก 70.6% เหลือ 65.8% การลดลงนี้มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเช่า ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงตามนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่าย
การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลโดยตรงต่อ EBITDA ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าค่าใช้จ่ายทางการเงินจะเพิ่มขึ้นจาก 18 ล้านบาท เป็น 25 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 และจาก 41 ล้านบาท เป็น 45 ล้านบาทใน 6 เดือนแรก ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงติดลบอยู่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** ฝ่ายจัดการได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาระบบหน่วยงานกลางที่คอยสนับสนุนการทำงานของแต่ละแบรนด์ เช่น บัญชี การเงิน สารสนเทศ การจัดซื้อ และทรัพยากรบุคคล ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น การรวบรวมการสั่งซื้อวัตถุดิบของทุกแบรนด์ กลยุทธ์นี้จะช่วยสร้างความได้เปรียบในด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกำไรสุทธิจะขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านรายได้ที่กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และการควบคุมค่าใช้จ่ายทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2564 เติบโต 21.1% YoY** อยู่ที่ 534 ล้านบาท แต่ 6 เดือนแรกหดตัว 1.6% YoY อยู่ที่ 1,058 ล้านบาท สาเหตุหลักจากผลกระทบ COVID-19 และการแข่งขัน
* **EBITDA พุ่ง 50.7% YoY** ใน Q2/2564 แตะ 104 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกโต 33.6% YoY อยู่ที่ 199 ล้านบาท สะท้อนการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 ขาดทุนลดลง** เหลือ (34) ล้านบาท จาก (68) ล้านบาทในปีก่อน และ 6 เดือนแรกขาดทุนลดลงเหลือ (67) ล้านบาท จาก (133) ล้านบาท
* **สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลง** อย่างมีนัยสำคัญ จาก 76.9% เป็น 65.7% ใน Q2/2564 และจาก 70.6% เป็น 65.8% ใน 6 เดือนแรก
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นมาก** จาก 114 ล้านบาท ณ สิ้น Q1/2564 เป็น 554 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2564
* **หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น** จาก 1,299 ล้านบาท เป็น 1,794 ล้านบาท โดยมีส่วนของหุ้นกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2564 เท่ากับ 534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ในหกเดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 1,058 ล้านบาท ลดลง 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 สภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคลดลง และการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น
ต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 192 ล้านบาท คิดเป็น 35.9% ของรายได้รวม ในขณะที่หกเดือนแรก ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 386 ล้านบาท คิดเป็น 36.5% ของรายได้รวม ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวลดลงเนื่องจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 351 ล้านบาท คิดเป็น 65.7% ของรายได้รวม ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 76.9% ในปีก่อน สำหรับหกเดือนแรก ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 696 ล้านบาท คิดเป็น 65.8% ของรายได้รวม ลดลงจาก 70.6% ในปีก่อน การลดลงนี้มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเช่า ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง
EBITDA ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 104 ล้านบาท คิดเป็น 19.5% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 69 ล้านบาท หรือ 15.6% ในปีก่อน สำหรับหกเดือนแรก EBITDA อยู่ที่ 199 ล้านบาท คิดเป็น 18.8% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 149 ล้านบาท หรือ 13.9% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายทางการเงินในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 18 ล้านบาทในปีก่อน และสำหรับหกเดือนแรกอยู่ที่ 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 41 ล้านบาทในปีก่อน
ผลประกอบการสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 ขาดทุน 34 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุน 68 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับหกเดือนแรก ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 67 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุน 133 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การสร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการต่อเนื่อง:** บริษัทฯ มีการพัฒนา ปรับปรุง และคิดค้นสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น การเพิ่มความคุ้มค่า การคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ตามเทศกาลและความนิยม
* **การขยายสาขาในทำเลศักยภาพ:** มีแผนขยายสาขาทั้งแบรนด์ของตัวเองและแบรนด์แฟรนไชส์ในทำเลที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** มุ่งมั่นนำร้านอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์ไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายแบรนด์ Greyhound Cafe ในภูมิภาคเอเชียและยุโรป รวมถึงการเปิดร้านอาหารในกรุงปารีส
* **การสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** พัฒนาระบบหน่วยงานกลางเพื่อสนับสนุนการทำงานของแต่ละแบรนด์ เพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย เช่น การรวบรวมการสั่งซื้อวัตถุดิบ
* **การเติบโตอย่างก้าวกระโดด:** แสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตทั้งจากการดำเนินงานปกติ (Organic growth) และการเติบโตจากการควบรวมกิจการ (Inorganic growth)
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19:** การแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค และอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของสาขาต่างๆ
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบบางชนิดอาจมีความผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและบริการ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** หนี้สินไม่หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะส่วนของหุ้นกู้ระยะยาว อาจเพิ่มภาระดอกเบี้ยจ่ายและต้องบริหารจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้รวม:** การฟื้นตัวของรายได้รวมในครึ่งปีหลัง และการเติบโตของรายได้จากการขยายสาขาและตลาดต่างประเทศ
* **ประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการรักษาอัตราส่วนต้นทุนขายและบริการ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* **การบริหารจัดการหนี้สินและค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** การชำระคืนหนี้สินระยะสั้นและระยะยาว และผลกระทบของค่าใช้จ่ายทางการเงินต่อกำไรสุทธิ
* **ความคืบหน้าการขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศ:** การเปิดสาขาใหม่ตามแผน และผลตอบรับจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม:** การออกสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดและสร้างยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **รายได้รวม:** แม้ Q2/64 จะโต YoY แต่ 6 เดือนแรกยังหดตัวเล็กน้อย สะท้อนความเปราะบางของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากผลกระทบ COVID-19 และกำลังซื้อที่ลดลง
* **ต้นทุนขายและบริการ:** มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะใน 6 เดือนแรกที่สัดส่วนลดลง แสดงถึงประสิทธิภาพของระบบจัดซื้อกลางและการควบคุมสินค้าคงเหลือ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** มีการควบคุมที่เข้มงวด ส่งผลให้สัดส่วนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ EBITDA
* **EBITDA:** การเติบโตที่แข็งแกร่งของ EBITDA บ่งชี้ถึงความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานหลัก แม้กำไรสุทธิจะยังติดลบ
* **สินค้าคงเหลือ:** มีจำนวน 146 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/64 คิดเป็น 2.8% ของสินทรัพย์รวม ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปประเภทเสื้อผ้าธุรกิจไลฟ์สไตล์ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงด้านสต็อกหากการขายไม่เป็นไปตามเป้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้นจาก 4,691 ล้านบาท ณ สิ้น Q1/2564 เป็น 5,135 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 406 ล้านบาท เป็น 829 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นจาก 114 ล้านบาท เป็น 554 ล้านบาท
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 4,285 ล้านบาท เป็น 4,306 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญคือ ค่าความนิยมและสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้นจาก 2,493 ล้านบาท ณ สิ้น Q1/2564 เป็น 2,981 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2564 โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1,299 ล้านบาท เป็น 1,794 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากหุ้นกู้ระยะยาวที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 2,198 ล้านบาท ณ สิ้น Q1/2564 เป็น 2,154 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2564 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิ
## สรุปท้าย
MUD ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ EBITDA เติบโตอย่างโดดเด่น แม้รายได้รวม 6 เดือนแรกจะยังคงหดตัวเล็กน้อยจากผลกระทบ COVID-19 และการแข่งขันที่รุนแรง แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เข้มงวด รวมถึงการบริหารต้นทุนขายและบริการที่ดีขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการขาดทุนสุทธิลงอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มขึ้นของเงินสดในมือ และกลยุทธ์การเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุน เป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งได้ในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MUD ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
565.53
ล้านบาท
↓ 23% YoY
กำไรขั้นต้น
325.67
ล้านบาท
↓ 29.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.59
%
กำไรสุทธิ
-326.68
ล้านบาท
↑ 150.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-57.76
%
D/E Ratio
2.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
566
↓ -23%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
326
↓ -29.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-327
↑ + 150.5%
YoY
D/E Ratio
2.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MUD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.67
ROE (%)
-43.32
ROA (%)
-14.38
Book Value/หุ้น
0.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MUD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MUD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-253.35
+108.97%
|
-121.24
-6.90%
|
-130.23
+197.46%
|
-43.78
-25.09%
|
-58.44
-117.31%
|
337.54
+461.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
41.42
-48.56%
|
80.52
-41.37%
|
137.34
+15.04%
|
119.38
+13,465.91%
|
0.88
-100.36%
|
-241.88
+315.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
199.83
+422.16%
|
38.27
-67.63%
|
118.22
+0.72%
|
117.38
-132.13%
|
-365.31
+393.13%
|
-74.08
-3.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
76.46
+16.91%
|
65.40
-62.49%
|
174.34
-1.88%
|
177.68
-147.85%
|
-371.33
-2,323.53%
|
16.70
-127.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.46
-33.66%
|
113.74
-49.32%
|
224.41
+8.69%
|
206.47
+25.38%
|
164.68
+11.29%
|
147.98
-29.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
52.06
-31.01%
|
75.46
-33.66%
|
113.74
-49.32%
|
224.41
+8.69%
|
206.47
+25.38%
|
164.68
+11.29%
|