บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.82
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10120 out_tok=2460 at=2026-07-25T08:30:02 -->
# MUD พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 เหลือขาดทุนเล็กน้อย รับรายได้โต 21.5%
## รายได้รวมโตเด่น 21.5% จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการขยายสาขา ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายถูกควบคุมได้ดีขึ้น
บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน) หรือ MUD รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 และการเพิ่มจำนวนสาขา ส่งผลให้ยอดขายเติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 1 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุน 41 ล้านบาทในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MUD ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่งถึง 21.5%** ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้** เป็นผลโดยตรงจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคกลับมาคึกคัก ประกอบกับการที่บริษัทฯ มีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ยอดขายโดยรวมสูงขึ้นตามไปด้วย
ในด้าน **ต้นทุนขายและบริการ** แม้จะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่สัดส่วนต่อรายได้รวมกลับลดลงจาก 39.9% เป็น 38.7% เนื่องจากบริษัทฯ มีการควบคุมสินค้าคงเหลือ (Inventory Management) ที่ดีขึ้น และสามารถเจรจาต่อรองส่วนลดการค้ากับซัพพลายเออร์วัตถุดิบหลักได้
ส่วน **ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร** แม้จะเพิ่มขึ้นในเชิงจำนวนเงิน แต่สัดส่วนต่อรายได้รวมลดลงจาก 59.4% เป็น 57.4% ซึ่งเกิดจากการที่บริษัทฯ ได้ปิดสาขาที่ผลการดำเนินงานไม่ดีนัก ทำให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่น่าจะส่งผลดีต่อภาคการบริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแผนการขยายสาขาของบริษัทฯ ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายในอนาคต อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา เพื่อรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 21.5%** แตะ 1,778 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2566 จาก 1,463 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** เหลือ 1 ล้านบาท จากขาดทุน 41 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565
* **ต้นทุนขายและบริการลดสัดส่วนต่อรายได้** จาก 39.9% เป็น 38.7% จากการบริหารสินค้าคงคลังและการเจรจาต่อรองซัพพลายเออร์
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดสัดส่วนต่อรายได้** จาก 59.4% เป็น 57.4% จากการปิดสาขาที่ขาดทุน
* **EBITDA เพิ่มขึ้น** เป็น 303 ล้านบาท จาก 207 ล้านบาทในปีก่อน สะท้อนการดำเนินงานที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 1,778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการผ่อนคลายมาตรการของภาครัฐเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 และการเพิ่มจำนวนสาขา ส่งผลให้ยอดขายสูงขึ้น ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 687 ล้านบาท คิดเป็น 38.7% ของรายได้รวม ลดลงจาก 39.9% ในปีก่อน เนื่องจากการควบคุมสินค้าคงเหลือและการเจรจาต่อรองส่วนลดกับซัพพลายเออร์ ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารอยู่ที่ 1,021 ล้านบาท คิดเป็น 57.4% ของรายได้รวม ลดลงจาก 59.4% ในปีก่อน จากการปิดสาขาที่ไม่มีกำไร ส่งผลให้กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้นเป็น 303 ล้านบาท จาก 207 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 1 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุน 41 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการบริโภค:** การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ จะส่งผลดีต่อยอดขายของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
* **การขยายสาขา:** บริษัทฯ มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งแบรนด์ของตัวเองและแบรนด์แฟรนไชส์ในทำเลที่มีศักยภาพ
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** บริษัทฯ มีแผนขยายแบรนด์ Greyhound Cafe ในภูมิภาคเอเชียและยุโรปอย่างต่อเนื่อง
* **นวัตกรรมสินค้าและบริการ:** การพัฒนาและนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการสาขา:** การปิดสาขาที่ไม่มีกำไรและการบริหารจัดการสาขาที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และยอดขายสาขาเดิม (Same-store sales growth):** เพื่อวัดการเติบโตที่แท้จริงจากการดำเนินงาน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin):** เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน
* **ความคืบหน้าในการขยายสาขา:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะหนี้สินไม่หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีการส่งออกหรือนำเข้าวัตถุดิบจำนวนมาก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบหรือสินค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่มีการกล่าวถึงการเจรจาต่อรองส่วนลดการค้ากับซัพพลายเออร์วัตถุดิบหลัก
* **Volume:** ยอดขายเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการขยายสาขา ซึ่งบ่งชี้ถึง Volume การขายที่เพิ่มขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) มีแนวโน้มดีขึ้นจากการควบคุมต้นทุนขายและบริการให้มีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้
* **ช่องทางขาย:** การขยายสาขาเป็นช่องทางหลักในการเพิ่มรายได้
* **สต็อก:** มีการควบคุมสินค้าคงเหลือ (Inventory Management) ที่ดีขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการขยายตลาดต่างประเทศ (Greyhound Cafe) แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** อยู่ที่ 5,179 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5,173 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (90.8%)
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 3,076 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้นจาก 3,055 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 โดยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหนี้สินอย่างมีนัยสำคัญ คือ หนี้สินหมุนเวียนลดลงจาก 1,655 ล้านบาท (54.2%) เป็น 1,190 ล้านบาท (38.7%) ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจาก 1,400 ล้านบาท (45.8%) เป็น 1,886 ล้านบาท (61.3%) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ระยะยาวและหุ้นกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 2,102 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 ลดลงเล็กน้อยจาก 2,118 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
MUD ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีรายได้รวมเติบโตถึง 21.5% จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการขยายสาขา แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียง 1 ล้านบาท การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เข้มงวดขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของหนี้สินไม่หมุนเวียนเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ขณะที่แผนการเติบโตทั้งจากการขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ ยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MUD ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
565.53
ล้านบาท
↓ 23% YoY
กำไรขั้นต้น
325.67
ล้านบาท
↓ 29.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.59
%
กำไรสุทธิ
-326.68
ล้านบาท
↑ 150.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-57.76
%
D/E Ratio
2.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
566
↓ -23%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
326
↓ -29.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-327
↑ + 150.5%
YoY
D/E Ratio
2.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MUD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.67
ROE (%)
-43.32
ROA (%)
-14.38
Book Value/หุ้น
0.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MUD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MUD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-253.35
+108.97%
|
-121.24
-6.90%
|
-130.23
+197.46%
|
-43.78
-25.09%
|
-58.44
-117.31%
|
337.54
+461.16%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
41.42
-48.56%
|
80.52
-41.37%
|
137.34
+15.04%
|
119.38
+13,465.91%
|
0.88
-100.36%
|
-241.88
+315.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
199.83
+422.16%
|
38.27
-67.63%
|
118.22
+0.72%
|
117.38
-132.13%
|
-365.31
+393.13%
|
-74.08
-3.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
76.46
+16.91%
|
65.40
-62.49%
|
174.34
-1.88%
|
177.68
-147.85%
|
-371.33
-2,323.53%
|
16.70
-127.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.46
-33.66%
|
113.74
-49.32%
|
224.41
+8.69%
|
206.47
+25.38%
|
164.68
+11.29%
|
147.98
-29.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
52.06
-31.01%
|
75.46
-33.66%
|
113.74
-49.32%
|
224.41
+8.69%
|
206.47
+25.38%
|
164.68
+11.29%
|