บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.33
0.01 (2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4370 out_tok=2660 at=2026-07-25T21:17:12 -->
# MJD พลิกขาดทุนสุทธิ 353 ล้านบาทปี 64 รับรายได้โอนโครงการวูบหนัก
## รายได้รวมหด 40% สวนทางต้นทุนขายลดลง ขณะที่ต้นทุนการเงินพุ่ง
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ MJD รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 353.26 ล้านบาท เทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 199.34 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 40.31% แม้ว่าต้นทุนขายจะปรับลดลงตามสัดส่วน แต่ต้นทุนทางการเงินกลับปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราผลกำไรของ MJD ในปี 2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัท โดยรายได้จากการขายลดลงถึง 39.93% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงตามสัดส่วน แต่การลดลงของรายได้ที่มากกว่าส่งผลให้ภาพรวมขาดทุนสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของรายได้จากการขายในปี 2564 เป็นผลมาจากการ **ไม่มีโครงการขนาดใหญ่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ได้มากเท่าปี 2563** โดยในปี 2563 มีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการ เช่น เมทริสพระราม 9-รามคำแหง, เมทริสลาดพร้าว, มารุ เอกมัย 2 และ มารุลาดพร้าว 15 รวมถึงโครงการบ้านเดี่ยวราคาสูงอย่าง มาวิสต้า เพรสทีจวิลเลจกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สร้างรายได้ในปี 2563 ในทางกลับกัน ในปี 2564 แม้จะมีโครงการมิวนีคหลังสวนที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนธันวาคม แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้จากการโอนโครงการขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในปี 2563 ได้ นอกจากนี้ รายได้จากกิจการโรงแรมยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้จำนวนผู้เข้าพักลดลงอย่างต่อเนื่อง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุ การลดลงของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2564 มีลักษณะเป็น **ครั้งคราว** เนื่องจากเป็นผลมาจากการหมุนเวียนของโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในแต่ละปี โดยปี 2563 มีโครงการขนาดใหญ่ที่ทยอยโอนกรรมสิทธิ์ได้จำนวนมาก ในขณะที่ปี 2564 มีโครงการที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าโครงการมิวนีคหลังสวน "เพิ่งเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนธันวาคม 2564" บ่งชี้ว่ารายได้ส่วนนี้จะสามารถรับรู้ต่อเนื่องไปในปี 2565 ได้ แต่ต้องติดตามว่าจะมีโครงการอื่นที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์มากน้อยเพียงใดเพื่อทดแทนรายได้จากโครงการที่โอนไปแล้วในปี 2563
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 353.26 ล้านบาทในปี 2564** พลิกจากกำไรสุทธิ 199.34 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมลดลง 40.31%** อยู่ที่ 4,443.41 ล้านบาท จาก 7,443.81 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายหดตัว 39.93%** เนื่องจากปี 2563 มีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ
* **ต้นทุนขายลดลง 43.88%** สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง โดยสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 71.84% เป็น 67.12%
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 19.82%** อยู่ที่ 587.29 ล้านบาท จาก 490.14 ล้านบาทในปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ MJD รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยมีขาดทุนสุทธิ 353.26 ล้านบาท เทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 199.34 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 40.31% มาอยู่ที่ 4,443.41 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 39.93% เนื่องจากในปี 2563 มีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวราคาสูงหลายโครงการ ในขณะที่ปี 2564 มีโครงการที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปลายปีเท่านั้น นอกจากนี้ รายได้จากกิจการโรงแรมยังคงลดลง 37.07% จากผลกระทบของ COVID-19 อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้น 7.19% จากการรับบริหารงานนิติบุคคลภายนอก และรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 5.38% จากการเปิดอาคารสำนักงานใหม่
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมลดลง 38.14% มาอยู่ที่ 4,202.01 ล้านบาท โดยต้นทุนขายลดลง 43.88% ตามยอดขายที่ลดลง แม้ว่าสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ต้นทุนทางการเงินกลับเพิ่มขึ้น 19.82% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 95.41% เนื่องจากโครงการที่เคยรับรู้รายได้ในปี 2563 ได้ทยอยโอนกรรมสิทธิ์ไปหมดแล้ว และโครงการใหม่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปลายปี 2564
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์:** โครงการมิวนีคหลังสวนที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนธันวาคม 2564 จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในปี 2565
* **การขยายรายได้ค่าบริหารจัดการ:** การรับบริหารงานนิติบุคคลอาคารชุดแก่กิจการภายนอกช่วยเพิ่มรายได้ที่มั่นคง
* **การเปิดอาคารสำนักงานใหม่:** การเปิดอาคารสำนักงาน เมเจอร์ทาวเวอร์พระราม 9-รามคำแหง ช่วยหนุนรายได้ค่าเช่า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์:** การพึ่งพารายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ทำให้รายได้มีความผันผวนตามรอบการสร้างและการโอน
* **ผลกระทบจาก COVID-19 ต่อธุรกิจโรงแรม:** การแพร่ระบาดของโรคยังคงส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้เข้าพักและรายได้ของธุรกิจโรงแรม
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
* **ความล่าช้าในการเปิดโครงการใหม่:** หากการเปิดตัวและโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ล่าช้ากว่าแผน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ในปี 2565:** ติดตามความคืบหน้าและยอดโอนของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและเตรียมเปิดตัว
* **แนวโน้มรายได้จากธุรกิจโรงแรม:** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและจำนวนผู้เข้าพัก
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** กลยุทธ์ในการลดภาระดอกเบี้ยจ่าย
* **ความสามารถในการสร้าง Presale:** การเปิดตัวโครงการใหม่และการตอบรับของตลาด
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer):** รายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 39.93% เนื่องจากปี 2563 มีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการที่มีมูลค่าสูง เช่น เมทริสพระราม 9-รามคำแหง, เมทริสลาดพร้าว, มารุ เอกมัย 2, มารุลาดพร้าว 15 และบ้านเดี่ยวมาวิสต้า เพรสทีจวิลเลจกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สร้างรายได้ในปี 2563 ในขณะที่ปี 2564 มีโครงการมิวนีคหลังสวนที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนธันวาคม 2564 ซึ่งไม่สามารถชดเชยปริมาณการโอนในปี 2563 ได้
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่จากการที่โครงการมิวนีคหลังสวนเพิ่งเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนธันวาคม 2564 บ่งชี้ว่ายังมีรายได้ส่วนนี้ที่จะรับรู้ต่อเนื่องในปี 2565
* **การเปิดโครงการใหม่ (New Project Launches):** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปิดโครงการใหม่ในปี 2564 หรือแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2565
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ของปี 2564 อยู่ที่ 67.12% ลดลงจาก 71.84% ในปี 2563 ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่ต้นทุนขายที่ลดลง 43.88% สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
* **D/E Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล D/E Ratio
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรือเงินสดคงเหลือ
## สรุปท้าย
MJD เผชิญกับปี 2564 ที่ท้าทาย โดยมีขาดทุนสุทธิ 353.26 ล้านบาท เป็นผลมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของผลประกอบการในปีนี้ แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและรายได้จากธุรกิจโรงแรมที่ยังซบเซา ส่งผลให้ภาพรวมขาดทุน อย่างไรก็ตาม การเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการมิวนีคหลังสวนในช่วงปลายปี และการขยายรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการและค่าเช่า เป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยหนุนผลประกอบการในปีถัดไป นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการสร้างยอดขายและปริมาณการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ในปี 2565 เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MJD ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,043.11
ล้านบาท
↑ 51% YoY
กำไรขั้นต้น
187.87
ล้านบาท
↓ 28.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.01
%
กำไรสุทธิ
-1,377.98
ล้านบาท
↓ 3719.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-132.10
%
D/E Ratio
5.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,043
↑ + 51%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
188
↓ -28.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,378
↓ -3719.6%
YoY
D/E Ratio
5.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MJD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.61
ROE (%)
-63.60
ROA (%)
-7.28
Book Value/หุ้น
2.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MJD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+709
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+708
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MJD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
709.32
-11.02%
|
797.16
-379.43%
|
-285.28
-325.02%
|
126.78
-72.98%
|
469.27
-68.98%
|
1,512.67
+403.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
708.45
-755.55%
|
-108.07
-116.04%
|
673.59
-225.02%
|
-538.77
+342.41%
|
-121.78
-51.08%
|
-248.96
-65.99%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-791.46
-188.89%
|
890.38
-154.24%
|
-1,641.62
-286.45%
|
880.45
-164.90%
|
-1,356.57
+1,201.02%
|
-104.27
-2,887.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-151.14
-193.82%
|
161.10
-107.61%
|
-2,116.74
-619.59%
|
407.39
-29.94%
|
581.45
-49.85%
|
1,159.44
-11,636.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
272.37
-24.82%
|
362.29
-64.04%
|
1,007.51
+86.90%
|
539.05
-65.18%
|
1,548.13
+298.29%
|
388.69
-52.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
108.92
-60.01%
|
272.37
-24.82%
|
362.29
-64.04%
|
1,007.51
+86.90%
|
539.05
-65.18%
|
1,548.13
+298.29%
|