บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.33
0.01 (2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4203 out_tok=2154 at=2026-07-25T21:35:32 -->
# MJD ขาดทุนสุทธิ Q3/2564 พลิกจากปีก่อน เหตุโอนกรรมสิทธิ์วูบ
## รายได้จากการขายหด 28% สวนทางต้นทุนขายที่ลดลง ขณะที่ธุรกิจโรงแรมยังซบเซา
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ MJD รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 980.92 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 81.34 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรสุทธิ 7.57 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MJD ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุน มาจากการลดลงอย่างมากของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การลดลงของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์** โดยรายได้จากการขายลดลงถึง 28.26% หรือ 356.80 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 81.34 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรสุทธิ 7.57 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักมาจากการที่ **ไม่มีโครงการใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในไตรมาส 3 ปี 2564** ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2563 มีการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการมารุ ลาดพร้าว 15 และโครงการบ้านเดี่ยวมาวิสต้า เพรสทีจวิลเลจ กรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นโครงการราคาสูง นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจโรงแรมยังลดลง 49.66% จากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในร่วมค้าเพิ่มขึ้นจากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการร่วมทุนที่ลดลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่ช่วยบรรเทาผลกระทบอยู่บ้าง คือ **ต้นทุนขายที่ลดลงในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้จากการขาย** โดยต้นทุนขายคิดเป็น 68.40% ของรายได้จากการขาย ลดลงจาก 75.29% ในปีก่อน ซึ่งเกิดจากการโอนกรรมสิทธิ์ในสัญญาที่ตกลงซื้อขายก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ราคาขายไม่มีการส่งเสริมการขายมากนัก นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ลดลงเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสสูงที่จะเป็นลักษณะครั้งคราว** โดยขึ้นอยู่กับจังหวะการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการที่กำลังก่อสร้างให้แล้วเสร็จและพร้อมโอนในไตรมาสถัดไป ฝ่ายจัดการระบุว่าไม่มีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 3/2564 ซึ่งบ่งชี้ว่าการลดลงของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้เป็นผลจากจังหวะเวลาของโครงการเป็นหลัก หากมีโครงการใหม่ที่พร้อมโอนในไตรมาสถัดไป รายได้จากการขายก็น่าจะปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแรมยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 81.34 ล้านบาท:** พลิกจากกำไรสุทธิ 7.57 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
* **รายได้รวม 980.92 ล้านบาท:** ลดลง 34.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 28.26%:** สาเหตุหลักมาจากการไม่มีโครงการใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้
* **ต้นทุนขายลดลงในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้:** คิดเป็น 68.40% ของรายได้จากการขาย ลดลงจาก 75.29% ในปีก่อน
* **ธุรกิจโรงแรมยังคงซบเซา:** รายได้ลดลง 49.66% จากผลกระทบโควิด-19
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากร่วมค้าเพิ่มขึ้น:** จากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการร่วมทุนที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 980.92 ล้านบาท ลดลง 34.96% เมื่อเทียบกับ 1,507.50 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 81.34 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรสุทธิ 7.57 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การรับบริหารงานนิติบุคคลแก่บุคคลภายนอก:** รายได้ค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้น 8.77% บ่งชี้ถึงการขยายธุรกิจบริการด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์
* **การเปิดดำเนินงานอาคารสำนักงานแห่งใหม่:** รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 6.45% จากการเริ่มเปิดอาคารสำนักงาน เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระรามเก้า - รามคำแหง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ประจำในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรม และอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **การพึ่งพิงการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ:** รายได้หลักยังคงมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งมีความผันผวนตามจังหวะการก่อสร้างและแล้วเสร็จของโครงการ
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 12.37% จากการรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ:** โดยเฉพาะโครงการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมโอนในไตรมาส 4 ปี 2564 และปี 2565
* **ผลประกอบการของธุรกิจโรงแรม:** การฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าและอัตราการเข้าพัก
* **การขยายตัวของธุรกิจบริหารจัดการนิติบุคคล:** ศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรที่สม่ำเสมอ
* **การรับรู้รายได้จากอาคารสำนักงานแห่งใหม่:** ศักยภาพในการสร้างรายได้ค่าเช่าอย่างเต็มที่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** ลดลงอย่างมากในไตรมาส 3 ปี 2564 เนื่องจากไม่มีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้ เทียบกับปีก่อนที่มีการโอนโครงการมารุ ลาดพร้าว 15 และโครงการบ้านเดี่ยวราคาสูง
* **ต้นทุนขาย:** มีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย สะท้อนถึงการโอนกรรมสิทธิ์จากสัญญาที่ตกลงซื้อขายก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งราคาขายไม่มีการส่งเสริมการขายมากนัก
* **ธุรกิจโรงแรม:** รายได้และต้นทุนลดลงตามรายได้ที่ลดลงจากสถานการณ์โควิด-19
* **รายได้ค่าบริหารจัดการ:** เพิ่มขึ้นจากการรับบริหารงานนิติบุคคลแก่บุคคลภายนอก
* **รายได้ค่าเช่า:** เพิ่มขึ้นจากการเปิดอาคารสำนักงาน เมเจอร์ ทาวเวอร์ พระรามเก้า - รามคำแหง
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากร่วมค้า:** เพิ่มขึ้นจากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการร่วมทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 12.37% ในไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ MJD ในไตรมาส 3 ปี 2564 ได้รับผลกระทบหลักจากการลดลงของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท แม้ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายต่างๆ จะปรับลดลงตาม แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด ทำให้บริษัทกลับมาขาดทุน อย่างไรก็ตาม การเปิดอาคารสำนักงานแห่งใหม่และการขยายธุรกิจบริหารจัดการนิติบุคคลเป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยสร้างรายได้ประจำในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และจังหวะเวลาการโอนกรรมสิทธิ์โครงการยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MJD ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,043.11
ล้านบาท
↑ 51% YoY
กำไรขั้นต้น
187.87
ล้านบาท
↓ 28.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.01
%
กำไรสุทธิ
-1,377.98
ล้านบาท
↓ 3719.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-132.10
%
D/E Ratio
5.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,043
↑ + 51%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
188
↓ -28.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,378
↓ -3719.6%
YoY
D/E Ratio
5.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MJD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.61
ROE (%)
-63.60
ROA (%)
-7.28
Book Value/หุ้น
2.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MJD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+709
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+708
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MJD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
709.32
-11.02%
|
797.16
-379.43%
|
-285.28
-325.02%
|
126.78
-72.98%
|
469.27
-68.98%
|
1,512.67
+403.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
708.45
-755.55%
|
-108.07
-116.04%
|
673.59
-225.02%
|
-538.77
+342.41%
|
-121.78
-51.08%
|
-248.96
-65.99%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-791.46
-188.89%
|
890.38
-154.24%
|
-1,641.62
-286.45%
|
880.45
-164.90%
|
-1,356.57
+1,201.02%
|
-104.27
-2,887.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-151.14
-193.82%
|
161.10
-107.61%
|
-2,116.74
-619.59%
|
407.39
-29.94%
|
581.45
-49.85%
|
1,159.44
-11,636.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
272.37
-24.82%
|
362.29
-64.04%
|
1,007.51
+86.90%
|
539.05
-65.18%
|
1,548.13
+298.29%
|
388.69
-52.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
108.92
-60.01%
|
272.37
-24.82%
|
362.29
-64.04%
|
1,007.51
+86.90%
|
539.05
-65.18%
|
1,548.13
+298.29%
|